ข้อเสนอเช็คลิสต์มาตรการที่รัฐต้องทำทันทีเพื่อแก้ไขวิกฤตโควิด-19




วิกฤตโควิด-19 ล่าสุดแพร่ระบาดไปยังกว่า 190 เขตแดนทั่วโลก และมีผู้ติดเชื้อหลายแสนคน พร้อมกับเสียชีวิตอีกอีกนับหมื่น โดยตัวเลขเหล่านี้ยังเพิ่มขึ้นในอัตราที่รวดเร็ว ยังไม่มีแนวโน้มชะลอตัวลงแต่อย่างใดในเร็ววันนี้




ในไทยเองก็เริ่มมีตัวเลขที่ทำให้เราเริ่มไม่สบายใจเช่นกัน และหลังจากตรวจสอบและคำนวนความเป็นไปได้ในทุกทางแล้ว พรรคก้าวไกลเชื่อว่ามาตรการในการปิดประเทศและจำกัดการพบปะผู้คนคงจะเป็นมาตรการที่เราหลีกเลี่ยงไม่ได้อีกต่อไป


แต่แน่นอนว่าลำพังเพียงการปิดประเทศและจำกัดการพบปะของผู้คนนั้นไม่ได้ทำให้สถานการณ์ดีขึ้นอย่างที่ควรจะเป็น ดังนั้น การมีมาตรการเช่นนี้ ต้องทำอย่างชาญฉลาดและได้ผลดีมากที่สุดเท่าที่เป็นไปได้ ลดผลกระทบด้านลบให้มากที่สุดเช่นกัน เราจึงเสนอเป็นแพ็คเกจมาตรการ โดยทำเป็นเช็คลิสต์ที่สำคัญๆ แบ่งเป็น 3 ด้านใหญ่ๆ ที่ต้องทำทั้งก่อนและระหว่างการล็อกดาวน์ ได้แก่





1. มาตรการควบคุมโรค ปิดประเทศห้ามผู้ใดเดินทางเข้าออก ยกเว้นคนไทยเดินทางกลับประเทศที่ต้องมีการกักกันและคัดครอง


ในพื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดสูง ให้ใช้มาตรการ Strict Lockdown กักตัวในบ้านเข้มงวด ส่วนพื้นที่อื่นๆ ให้ปิดสถานที่เสี่ยงเหลือเพียงร้านของชำ ร้านขายอาหารและร้านยา


หยุดระบบขนส่งมวลชนทั่วประเทศ ยกเว้นการเดินทางส่งสินค้าจำเป็น อาหาร ยา และกรณีฉุกเฉินเท่านั้น



2.มาตรการด้านสาธารณสุข เร่งตรวจเชิงรุกมากขึ้น เพิ่มจำนวนการตรวจหาผู้ติดเชื้อให้ได้มากที่สุด


เพิ่มเตียง เพิ่มอุปกรณ์ เตรียมโรงพยาบาลสนาม ระดมบุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุขให้เพียงพอต่อสถานการณ์ที่อาจเลวร้ายที่สุด


ซึ่งแน่นอน ที่กล่าวมาข้างต้นย่อมส่งผลกระทบมหาศาลต่อชีวิตความเป็นอยู่และปากท้องของประชาชน ดังนั้นเราเสนอมาตรการทางกฎหมายและเศรษฐกิจที่ต้องทำควบคู่กันไปด้วย ได้แก่



3.มาตรการทางเศรษฐกิจ ล็อกดาวน์หนี้ ล็อกดาวน์ดอกเบี้ย ล็อกดาวน์ภาษี พยุงรายได้ และเสริมสภาพคล่อง


และสุดท้าย เนื่องจากงบกลางที่สำหรับใช้ในเหตุฉุกเฉินหรือภัยพิบัตินั้นก็เหลือน้อยเต็มทีเพราะนำไปใช้แจกกระตุ้นเศรษฐกิจก่อนหน้าวิกฤตโควิดไปเกือบหมดแล้ว ดังนั้น เพื่อเป็นการแก้ไขเฉพาะหน้า พรรคก้าวไกลเสนอให้ออก พ.ร.บ.โอนงบฯ ย้ายงบลงทุน งบเมกะโปรเจกต์ของกระทรวงต่างๆ มาเพื่อรับมือและแก้ไขวิกฤตโควิด-19 และ พ.ร.ก.กู้เงินฉุกเฉิน ให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดีเสียก่อน


และแม้ว่าปัจจุบัน จะมีการประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินไปแล้ว แต่การกระทำเช่นนี้ไม่ได้ชี้ชัดว่ารัฐบาลจะคุมการแพร่ระบาดของโรคและช่วยเหลือประชาชนได้สำเร็จ เพราะประเด็นปัญหาหลักไม่ใช่เรื่องอำนาจตามกฎหมาย แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการบริหารงานของรัฐบาลที่ไม่มีประสิทธิภาพ ขาดยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน ไม่เปิดเผยข้อเท็จจริง และไม่มีการวางแผนรับมือที่ดีพอ



สุดท้าย หวังว่ามาตรการที่เราเสนอจะถูกนำไปใช้ช่วยเหลือประชาชน และหวังว่าเราทุกคนจะร่วมมือกันฟันฝ่าผ่านพ้นวิกฤตครั้งนี้ไปได้ด้วยดี