เมื่อประชาชนต่อสู้กับกลุ่มอิทธิพล ไม่ให้ภาคตะวันออกกลายเป็นบ่อขยะพิษ!

เมื่อประชาชนต่อสู้กับกลุ่มอิทธิพล ไม่ให้ภาคตะวันออกกลายเป็นบ่อขยะพิษ!


ในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลายคนสนใจกรณีที่ เบญจา แสงจันทร์ ออกมาเปิดเผยว่ามีผู้สมัคร ส.ส. พรรคก้าวไกล ถูกข่มขู่หมายเอาชีวิตเพราะติดตามการลักลอบทิ้งของเสียอุตสาหกรรม เรื่องนี้ใหญ่ถึงการขัดผลประโยชน์เครือข่ายอิทธิพลในพื้นที่ เราจึงจำเป็นต้องนำเรื่องราวการต่อสู้มาบอกให้ถูกรับรู้เป็นวงกว้างว่าภาคตะวันออกกำลังเผชิญกับอะไร เพื่อสร้างพลังในการต่อสู้ของภาคประชาชนต่อไป


1.– ภาคตะวันออกหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในจังหวัดที่หลายคนหลงลืมอย่างฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี สระแก้ว กำลังกลายเป็นบ่อทิ้งขยะพิษจากการจัดการขยะและของเสียอุตสาหกรรมที่ผิดกฎหมายผ่าน ทั้งการลักลอบทิ้งขยะอุตสาหกรรมและการทำโรงคัดแยกขยะและฝังกลบสิ่งปฏิกูลที่ไม่ได้มาตรฐาน


2.– ตามหลักการ โรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ต้องมีการกำจัดของเสีย น้ำเสีย และขยะอุตสาหกรรมแบบ Zero Waste หรือไม่มีของเสียตกค้างปล่อยสู่สิ่งแวดล้อม ซึ่งโดยปกติจะต้องมีการว่าจ้างบริจัดกำจัดของเสียเพื่อบำบัดทำลายขยะอุตสาหกรรมเหล่านี้อย่างถูกต้อง


3.– การกำจัดของเสียอุตสาหกรรมอย่างถูกต้องแลกมาด้วยต้นทุนที่แพง เช่น น้ำล้างน้ำมันเครื่องจักร (มีสารโซลเวนท์) มีต้นทุนการบำบัดมากกว่าตันละหลักหมื่นบาท สบช่องให้นายทุนผู้มีอิทธิพลตั้งบริษัทกำจัดของเสียอุตสาหกรรมในราคาถูกกว่า แทนที่จะเข้าสู่กระบวนการจัดการอย่างถูกต้องกลับลักลอบทิ้งของเสียในธรรมชาติและที่ดินเกษตรกรรม ซึ่งกลายเป็นผลประโยชน์มหาศาลให้กับกลุ่มอิทธิพล


4.– วิธีการของขบวนการเหล่านี้ คือบริษัทกำจัดของเสียจะติดต่อผ่าน “นายหน้า” ในท้องที่ต่างๆ เพื่อหาบ่อน้ำเก่า หรือ พื้นที่การเกษตรที่รกร้างและพื้นที่เกษตรขนาดใหญ่ที่ลับตาผู้คนลักลอบทิ้งน้ำกากของเสียอุตสาหกรรม


5.– แน่นอนว่าการทิ้งของเสียแบบนี้ไม่ได้ทำลายเฉพาะสิ่งแวดล้อม แต่ยังทำลายอาชีพ พื้นที่การเกษตร และแหล่งน้ำใต้ดิน ซึ่งเป็นเส้นเลือดใหญ่หล่อเลี้ยงชีวิตของเกษตรกรในพื้นที่โดยรอบ


6.– กลุ่ม “นายหน้า” จึงต้องเป็นผู้มี “อำนาจ” และ “อิทธิพล” ในการพูดคุยกับหน่วยงานราชการและต่อรองกับชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบในพื้นที่ และมักมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ “บ้านใหญ่” หรือผู้มีอิทธิพลในระดับที่สูงกว่า


7.– นอกจากขบวนการลักลอบทิ้งขยะพิษเหล่านี้ สถานการณ์ยังเลวร้ายขึ้นไปอีกหลังมีคำสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 4/2559 ที่ยกเว้นการใช้ผังเมือง ทำให้การตั้งโรงงานนอกพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมทำได้ง่ายขึ้น


8.– พื้นที่เกษตรห่างไกลอย่างจังหวัดฉะเชิงเทราและปราจีนบุรีที่มีราคาที่ดินถูก จึงกลายเป็นเป้าหมายให้นายทุนหาพื้นที่ตั้งโรงงานกำจัดขยะเพื่อรับขยะจากนิคมอุตสาหกรรม


9.– นอกจากเหตุผลด้านราคาที่ดิน เหตุผลทางการเมืองก็เป็นอีกหนึ่งตัวแปรสำคัญของการเลือกพื้นที่พื้นที่ที่มีนักการเมืองที่มีอิทธิพลเข้มแข็ง มีประวัติผูกขาดทางการเมืองในพื้นที่มาอย่างยาวนาน ก็เป็นพื้นที่หมายปองของเหล่านักลงทุนที่จะเข้ามาขออนุญาตดำเนินกิจการ


10.– นักการเมืองไม่ได้จัดหาเฉพาะพื้นที่เท่านั้น แต่ยังช่วยนายทุนในการขอใบอนุญาตประกอบกิจการโรงงาน (ใบ ร.ง.4) ผ่านการใช้อิทธิพลในพื้นที่ข่มขู่ชาวบ้านและใช้เครือข่ายเชื่อมต่อกับข้าราชการ อาทิ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน กรมโรงงานอุตสาหกรรม เพื่อให้สามารถออกใบอนุญาตได้ง่ายขึ้น เช่น

👉 ให้กำนัน-ผู้ใหญ่บ้านลักไก่เร่งรัดทำประชาคมผ่านการสอดแทรกวาระการประชุมเรื่องการขออนุญาตจัดตั้งโรงงานที่เกี่ยวเนื่องกับขยะโดยไม่แจ้งให้ประชาชนที่มีสิทธิเข้าร่วมรับฟังทราบล่วงหน้า

👉จัดประชุมในวันธรรมดาซึ่งมีแต่ผู้สูงอายุที่สามารถเข้าร่วมประชุมได้ มีการเก็บสำเนาบัตรประชาชนของชาวบ้านด้วย

👉ให้ลงลายมือชื่อในการประชุมก่อนเข้าประชุมโดยไม่มีการระบุหัวข้อของการลงชื่อว่า เป็นการลงลายมือชื่อเข้าร่วมรับฟังและอนุญาตให้มีการจัดตั้งโรงงานขยะ

👉ปิดบังข้อมูลเอกสารประกอบคำชี้แจงการจัดตั้งโรงงาน รวมถึงการติดประกาศรับฟังความคิดเห็นประชาชนแบบไม่จริงใจให้ประชาชนได้รับรู้รับทราบ


11.– นอกจากนี้ หากมีผู้ออกมาคัดค้านหรือเคลื่อนไหวก็มักจะข่มขู่คุกคาม ทั้งการใช้กฎหมายและโดยใช้ความรุนแรงเป็นเครื่องมือก็ตาม ทั้งนี้เพื่อหวังให้ชาวบ้านเกรงกลัวและถอยตัวออกห่างจากการคัดค้านไป


11.5.– การข่มขู่คุกคามไม่ได้เป็นแค่คำขู่ แต่เคยเกิดขึ้นจริงแล้วในการลอบสังหารนายประจบ เนาวโอภาส อายุ 41 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้าน ม.14 ต.หนองแหน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา แกนนำต่อต้านขยะพิษจากกากอุตสาหกรรรม ซึ่งถูกคนร้ายใช้อาวุธปืนขนาด 11 มม. ลอบยิงจนเสียชีวิต ภายในอู่ซ่อมรถ เมื่อวันที่วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2556


12.– ถึงจะมีการข่มขู่คุกคาม แต่ก็ยังมีประชาชนที่ออกมาต่อสู้เรียกร้อง ซึ่งมักได้รับการตอบสนองอย่างเฉยชาจากหน่วยงานราชการ

“ชาวบ้านจริงๆ ไม่สามารถพูดผ่านใครได้เลย ไม่ว่าจะในองค์กรฝ่ายบริหาร อบต. เทศบาล หรือองค์กรใด ทำไมเวลาประชาชนธรรมดาไปร้องเรียนถึงไม่มีใครตอบสนองเลย ต้องให้พวกเราไปต่อสู้เรียกร้องข้างถนนอย่างเดียว”


13.– แต่ภายหลังการเกิดขึ้นของพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล ปัญหาเหล่านี้ถูกนำเข้าสู่สภา เร่งให้หน่วยงานรัฐและกลไกกรรมาธิการ ขบวนการลักลอบทิ้งขยะพิษเหล่านี้จึงดำเนินการได้ยากขึ้น


14.– การต่อสู้อย่างจริงจังเพื่อหยุดการทิ้งขยะอุตสาหกรรมของพวกเราทำให้เครือข่ายอิทธิพลไม่สามารถทำมาหากินได้ตามปกติ จนต้องข่มขู่คุกคามให้หยุดยั้งการเคลื่อนไหวหลายครั้ง รวมไปถึงข่าวที่ได้รับการแจ้งมาครั้งล่าสุด



พรรคก้าวไกลจะร่วมกันสู้ต่อไป เพื่อไม่ให้อำนาจหรืออิทธิพลใด อยู่เหนือกว่าอำนาจของประชาชน


🍊 #ต้องก้าวไกล ให้ไทยก้าวหน้า 🍊


สื่ออิเล็กทรอนิกส์ของพรรคก้าวไกลนี้ ได้รับการอุดหนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง ปี พ.ศ. 2565
ผลิตโดย บริษัท สเปกเตอร์ ซี จำกัด จำนวนที่ผลิต 1 ชิ้น งบประมาณ 3,000 บาท ผลิตวันที่ 14 กันยายน 2565

Login

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า