ถ้าประชาชนยังไม่มีความมั่นคงในที่ดินของตัวเอง ประเทศชาติจะมีความมั่นคงได้อย่างไร

ถ้าประชาชนยังไม่มีความมั่นคงในที่ดินของตัวเอง ประเทศชาติจะมีความมั่นคงได้อย่างไร


ถ้าประชาชนยังไม่มีความมั่นคงในที่ดินของตัวเอง ประเทศชาติจะมีความมั่นคงได้อย่างไร

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2565 ผม (อภิชาติ ศิริสุนทร) และทีมงานพรรคก้าวไกล ทั้ง ธีรัจชัย พันธุมาศ และ กรุณพล เทียนสุวรรณ ได้มาร่วมรับฟังปัญหาที่ดินกับชาวบ้านที่ จ.เพชรบุรี ซึ่งเป็นอีกพื้นที่หนึ่งที่มีความขัดแย้งด้านที่ดินระหว่างชาวบ้านกับรัฐอย่างเรื้อรังมาช้านาน

กรณีแรกคือข้อพิพาทระหว่างชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่รัฐ ในโครงการจัดสรรพัฒนาที่ดินตามพระราชประสงค์หนองพลับ-กลัดหลวง ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 4 ตำบล คือ ต.เขากระปุก อ.ท่ายาง จ.เพชรบุรี, ต.กลัดหลวง อ.ท่ายางจ.เพชรบุรี, ต.ไร่ใหม่พัฒนา อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี และ ต.หนองพลับ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ในเวทีนี้ ชาวบ้านได้เล่าถึงความเดือดร้อนของพวกเขา จากการถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้บุกรุกที่ดินของราชการ ถูกสั่งห้ามปลูกบ้านเรือนและสิ่งปลูกสร้าง บางรายถูกรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างโดยเจ้าหน้าที่ ชาวบ้านซึ่งทำอาชีพเกษตรเป็นส่วนใหญ่ไม่สามารถขุดบ่อน้ำได้ ไม่สามารถขอบ้านเลขที่และไฟฟ้าได้ และยังมีบางรายถูกแจ้งความดำเนินคดีด้วย

ชาวบ้านทุกคนยืนยันว่าพวกเขาเข้ามาตั้งรกรากอยู่อาศัยบนที่ดินแห่งนี้มาตั้งแต่ช่วงราวปี 2500 ก่อนที่จะมีโครงการจัดพัฒนาที่ดินตามพระราชประสงค์ หนองพลับ-กลัดหลวง เกิดขึ้นในปี 2515 เพื่อจัดสรรที่ดินที่เหลือนอกการครอบครองของเอกชนให้ประชาชนได้มีที่ดินทำกินและอยู่อาศัย แต่ข้อขัดแย้งกลับเกิดขึ้นในระยะหลัง เมื่อมีเจ้าหน้าที่ของโครงการเริ่มเข้ามาอ้างสิทธิในที่ดินที่ชาวบ้านอาศัยทำกินอยู่ อ้างว่าชาวบ้านเข้ามาบุกรุกที่ดินของโครงการ


ข้อสรุปจากการรับฟังที่ผมได้มา คือนี่เป็นปัญหาที่เกิดจากการกำหนดแนวเขตที่ดินที่ไม่ตรงกันระหว่างฝ่ายรัฐกับประชาชน จนต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิของตัวเองเหนือที่ดิน แต่ด้วยอำนาจที่มีอยู่ทำให้ฝ่ายรัฐมีเสียงที่ดังกว่า ท่ามกลางหลักฐานยืนยันจากชาวบ้านมากมายว่าพวกเขาอยู่มาก่อนการกำหนดเขตที่ดินของฝ่ายรัฐ

อีกกรณีที่ผมและคณะได้เดินทางมารับฟังปัญหา คือกรณีพิพาทระหว่างชาวบ้าน ต.ยางน้ำกลัดเหนือ อ.หนองหญ้าปล้อง จ.เพชรบุรี กับอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ที่มีการประกาศเขตป่ามาทับที่ทำกินของพี่น้องประชาชน จนเกิดการรื้อไล่และดำเนินคดีต่อชาวบ้านเช่นเดียวกัน และจากการรับฟังสามารถสรุปใจความได้เช่นกัน ว่าเป็นปัญหาที่เกิดจากการกำหนดแนวเขตที่ดินที่ไม่ตรงกัน

ที่หนักกว่าคือนี่เป็นกรณีที่เกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้ จากนโยบายทวงคืนผืนป่า ที่ฝ่ายรัฐซึ่งมาจากการรัฐประหารใช้อำนาจเบ็ดเสร็จเอาเส้นของอุทยานแห่งชาติมาขีดเอง เฉพาะในกรณีนี้มีการตั้งคณะกรรมการพิสูจน์แนวเขตที่ดินร่วมกันแล้วระหว่างหน่วยงานรัฐ ภาคประชาชน กับผู้ว่าราชการจังหวัด แต่ฝ่ายอุทยานแห่งชาติกลับไม่ยอมรับผลจากคณะกรรมการดังกล่าว และยืนยันว่าแนวเขตของอุทยานถูกต้องแล้ว

กรณีข้อพิพาทที่เกิดขึ้นทั้งในเขตป่าแก่งกระจานและผืนป่าอื่นๆ ทั่วประเทศ ทั้งที่เกิดขึ้นจากการกำหนดแนวเขตป่าที่เกิดขึ้นมาก่อนหน้านี้ และจากนโยบายทวงคืนผืนป่าเมื่อไม่นานมากนี้ ล้วนแต่มีลักษณะเดียวกันแบบนี้ และอีกเช่นกัน ชาวบ้านในพื้นที่นี้ก็ยืนยันมาว่าพวกเขาอยู่อาศัยทำกินมาตั้งแต่ก่อนการประกาศเขตป่ามานานแล้ว


นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราได้รับเรื่องร้องเรียนในลักษณะนี้ และคงจะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย ตราบใดที่การสรุปแนวเขตที่ดินทั้งระบบให้เป็นหนึ่งเดียวยังไม่เกิดขึัน และที่ดิน 2 ใน 3 ของทั้งประเทศยังเป็นของรัฐ ภายใต้การดูแลของหน่วยงานถึง 8 กระทรวง และกฎหมายที่เกี่ยวข้องหลายร้อยฉบับ ต่างคนต่างถือแผนที่คนละฉบับ การขีดเส้นแบ่งเขตที่ดินของบางหน่วยงานก็ไม่ได้เกิดขึ้นที่หน้างานจริง แต่เกิดจากการนั่งขีดในห้องแอร์ จึงไม่แปลกที่ประชาชนจำนวนมากจะมีปัญหาการกรรมสิทธิ์การถือครองที่ดินที่ทับซ้อนกันกับรัฐ

เพราะขนาดหน่วยงานรัฐด้วยกันเองยังมีปัญหาที่ดินทับซ้อนกัน ต่างหน่วยงานต่างอ้างสิทธิในที่ดินที่ทับซ้อนกัน จนไปๆ มาๆ ที่ดินของรัฐในประเทศไทยงอกออกมาเกินความเป็นจริง กลายเป็น 400 ล้านไร่จาก 320 ล้านไร่ในปัจจุบัน

การแก้ปัญหานี้ในระยะเฉพาะหน้า ต้องมีการหาข้อสรุปแนวเขตที่ชัดเจนที่ทุกฝ่ายยอมรับร่วมกันได้ และให้มีการชะลอการดำเนินคดีความไว้ก่อน ซึ่งในส่วนนี้คณะกรรมาธิการที่ดินและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฏร ซึ่งผมเป็นประธานอยู่ สามารถเป็นเวทีกลางในการหาข้อยุติร่วมกันได้ หลังการเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร ผมจะเอาทั้งสองเรื่องนี้บรรจุเข้าวาระการประชุมคณะกรรมาธิการที่ดินและสิ่งแวดล้อม สภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอมติคณะกรรมาธิการฯ เรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนมาหาข้อเท็จจริงร่วมกัน ทั้งเรื่องของสถานะของที่ดิน และแนวเขตที่ต้องชี้ให้ชัด และถ้าพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนแล้วว่าประชาชนอยู่มาก่อน พวกเขาก็ต้องได้รับสิทธิในการทำกิน ไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตาม

แต่นั่นก็เป็นเพียงการแก้ปัญหาแบบรายประเด็นทีละเรื่องไป ตราบใดที่เราไม่คิดแก้ปัญหาทั้งระบบปัญหาใหม่ๆ ก็จะเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ดังนั้น ในระยะยาวเราต้องอาศัยการปฏิรูปที่ดินขนานใหญ่ทั้งระบบ เพื่อมอบกรรมสิทธิ์และความมั่นคงในที่ดินให้กับประชาชน แก้ปัญหาเรื้อรังนี้อย่างถาวรเสียที


ความมั่นคงในที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของประชาชนคือความมั่นคงที่มีความสำคัญที่สุดสำหรับผมและเราพรรคก้าวไกล กระดุมเม็ดแรกที่ต้องติดให้ถูก อย่างที่หัวหน้าพรรคก้าวไกล พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ ได้เคยกล่าวไว้ตั้งแต่สมัยที่เรายังเป็นพรรคอนาคตใหม่คือปัญหาที่ดิน ถ้ากลัดกระดุมเม็ดแรกนี้ไม่ถูกต้อง กระดุมเม็ดต่อไปคือเรื่องเศรษฐกิจปากท้องของประชาชนก็ไปต่อไม่ได้ ทุกวันนี้ประชาชนที่ต้องอาศัยที่ดินในการทำมาหากินจำนวนมากต้องทำแบบหลบๆ ซ่อนๆ ไม่มีความมั่นคง และมีแต่ความพะว้าพะวง

ไม่มีเหตุผลอะไรที่รัฐจะต้องถือครองเป็นเจ้าของที่ดินถึง 2 ใน 3 ของประเทศโดยที่ส่วนใหญ่ไม่ถูกนำไปใช้ประโยชน์อย่างที่ควร แล้วยังพยายามขยายกรรมสิทธิ์ของตัวเองเข้ามาทับที่ดินทำกินของประชาชนที่มีน้อยอยู่แล้วในปัจจุบันอีก

การปฏิรูปที่ดินขนานใหญ่ทั้งระบบ คือนโยบายหนึ่งที่สำคัญที่สุดของพรรคก้าวไกล ถ้าเราสามารถทำให้ประชาชนมีความมั่นคงในที่ดินได้ นั่นจะเป็นจุดเริ่มต้นของการปลดปล่อยศักยภาพทางเศรษฐกิจอีกด้านหนึ่งของประชาชนที่มีความสำคัญที่สุด

Login

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า