บริหารผิดพลาด แต่โทษประชาชน ‘ดราม่า’ ปิดหัวลำโพง

บริหารผิดพลาด แต่โทษประชาชน ‘ดราม่า’ ปิดหัวลำโพง


ปิดสถานีหัวลำโพงวุ่นเพราะบริหารผิดพลาด ควรเร่งแก้ปัญหาสายสีแดงบางซื่อ-หัวลำโพง

การยุติการเดินรถเข้าออกสถานีรถไฟหัวลำโพง ที่ทำให้ประชาชนเดือดร้อนจำนวนมาก กลับกลายเป็นเรื่องที่ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม มองเป็นเรื่อง ‘ดราม่า’ กันไปเอง โดยละเลยความจริงที่ว่า ปัญหาของเรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่ประชาชนคัดค้านการปิดสถานีหัวลำโพงโดยสิ้นเชิง แต่ปัญหาอยู่ที่การปิดสถานีหัวลำโพงโดยไม่มีทางเลือกอื่นที่สะดวกสบาย ไม่สิ้นเปลือง ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารที่ผิดพลาดของรัฐบาลเอง

ในขณะที่ ศักดิ์สยาม ขอให้สังคมหยุดดราม่าเรื่องนี้ โดยอ้างการขาดทุนของการรถไฟ ทำให้ต้องนำที่ดินมาพัฒนาหารายได้เชิงพาณิชย์ แต่ข้อเท็จจริงก็คือ ตามแผนการพัฒนาของการรถไฟ เดิมทีจะยังคงไว้ทั้งสถานีบางซื่อและสถานีหัวลำโพง โดยกิจกรรมส่วนใหญ่จะย้ายมาอยู่ที่สถานีบางซื่อ แต่ยังคงสถานีหัวลำโพงไว้เพื่อเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญ ‘ใจกลางเมือง’ พร้อมกันนั้น จะมีการพัฒนาเชิงพาณิชย์ทั้ง 2 สถานี โดยจะเชื่อมต่อกันด้วยโครงการสายสีแดง แต่เพราะโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน ทำให้ต้องมีการ ‘เปลี่ยนแผน’ และทำให้สายสีแดงช่วงบางซื่อ-หัวลำโพงล่าช้าออกไป

หน้าที่ของรัฐมนตรีนั้น ควรจะเป็นการเร่งแก้ไขปัญหาให้สายสีแดงช่วงบางซื่อ-หัวลำโพงแล้วเสร็จโดยเร็ว แต่กลับยุติการเดินรถเข้าออกสถานีหัวลำโพง ลอยแพประชาชนจำนวนมากที่ต้องใช้การเดินทางเส้นนี้ แล้วกล่าวหาประชาชนว่า ‘ดราม่า’ กันไปเอง โดยแถไปเรื่องรถไฟขาดทุนเพื่อมาปิดสถานีหัวลำโพง

สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล อธิบายว่า ประเด็นนี้ต้องแยกแยะเรื่องการขาดทุนของการรถไฟกับการยุติการเดินรถเข้าออกสถานีหัวลำโพงออกจากกัน การรถไฟขาดทุนจริง แต่มีการทำให้ภาพการขาดทุนถูกขยายมากเกินควร ทั้งที่ควรให้ความสำคัญกับการให้บริการประชาชนมากกว่า และรัฐมนตรีคมนาคมเองต่างหากที่ทิ้งโอกาสล้างหนี้ด้วยการนำที่ดินไปประเคนให้นายทุนใหญ่

“หากท่านรัฐมนตรีเข้าใจในประเด็นนี้ ก็อย่าดราม่าให้มากในเรื่องของการขาดทุน ต้องให้ความสำคัญกับการให้บริการสาธารณะมากกว่าการขาดทุนทางบัญชี เรื่องการแก้ปัญหาการขาดทุนทางบัญชีโดยการนำพื้นที่มาพัฒนาเชิงพาณิชย์เป็นเรื่องที่ดี แต่ก็น่าเสียดาย ‘ที่ดินมักกะสัน’ ที่ท่านรัฐมนตรีนำไปประเคนให้นายทุนใหญ่แทนที่จะนำมาล้างหนี้”

ก่อนหน้านี้ พรรคก้าวไกลเคยขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญเพื่อศึกษา ตรวจสอบการดำเนินการโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) และการกำหนดพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก แต่รัฐบาลก็ปฏิเสธการตรวจสอบโดยสภาไปอย่างมีเงื่อนงำ ด้วยการคว่ำญัตตินี้ไปอย่างไร้เหตุผล

Login