รัฐบาลกล้าเปิดบ่อน แต่ไม่กล้าเปิดผับ-บาร์

รัฐบาลกล้าเปิดบ่อน แต่ไม่กล้าเปิดผับ-บาร์


รัฐบาลกระตือรือร้นเปิดบ่อน แต่ไม่แยแส ‘คนกลางคืน’ – ‘ก้าวไกล’ จ่อยื่นฟ้องแบบกลุ่ม ศุกร์นี้

ช่วง 2 ปีที่โควิด-19 ระบาด ธุรกิจต่างๆ ได้รับผลกระทบจากมาตรการป้องกันโรคระบาดและการปิดเมืองมากมาย โดยเฉพาะผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนที่มักเป็นธุรกิจกลุ่มแรกๆ ที่ถูกสั่งปิด แต่ได้รับอนุญาตให้กลับมาเปิดได้อีกครั้งเป็นกลุ่มท้ายๆ นอกจากความช่วยเหลือที่มีให้น้อยมากจนถึงไม่มีแล้ว ยังซ้ำเติมด้วยการทำตัวเป็นบ่อนทำลายความหวังในการทำมาหากินด้วยการเลื่อนกำหนดเปิดไปมาสร้างความเสียหายให้กับผู้ประกอบการอย่างมาก

รอบก่อนที่รัฐบาลประกาศเลื่อนเปิดธุรกิจกลางคืนจาก 1 ธันวาคมไปเป็นต้นปีหน้า คือ 16 มกราคม ผู้ประกอบการก็สูญเงินซ่อมร้าน เงินลงทุนซื้อของเข้าร้าน เรียกพนักงานกลับมาจากต่างจังหวัดกันไปแล้วรอบหนึ่ง ล่าสุด รองโฆษก ศบค. แถลงว่าอาจเลื่อนเปิดให้เร็วขึ้นกว่ากำหนดการเดิมอีก สร้างความไม่มั่นใจให้กับผู้ประกอบการอีกครั้ง

เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส. กรุงเทพมหานคร พรรคก้าวไกล เสนอว่า “รัฐบาลควรพิจารณาเปิดให้ธุรกิจกลางคืนทำมาหากินได้แล้ว ส่วนจะมีมาตรการป้องกันอย่างไรก็ไปกำหนดร่วมกันกับกลุ่มผู้ประกอบการ รวมถึงควรมีแนวทางช่วยเหลือต่างๆ ให้เขาเริ่มต้นได้ด้วย เช่น เงินทุนในการปรับปรุงร้านภายใต้มาตรการความปลอดภัย หรือสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อขยายสายป่านให้ยาวขึ้น ส่วนกิจการใดหากเห็นว่าต้องปิดก็ออกมาตรการชดเชยเยียวยามาให้ชัด อย่าทิ้งพวกเขาไว้ข้างหลังเพื่อเป็นแพะรอท่านเชือดในเวลาควบคุมโควิดไม่ได้เหมือนที่เคยทำตลอดมา”

ที่น่าน้อยใจมากสำหรับผู้ประกอบการธุรกิจกลางคืนคือ รัฐบาลพูดกรอกหูประชาชน สร้างภาพสารพัดให้ธุรกิจกลางคืนเป็นผู้ร้ายของสถานการณ์โควิดแต่เพียงผู้เดียว แต่รัฐบาลกลับกล้าผ่อนปรนให้บ่อนชนวัว ชนไก่ กัดปลา แข่งนก ชกมวย ดำเนินการได้ ทั้งที่กิจกรรมเหล่านี้ก็เคยเกิดคลัสเตอร์ใหญ่มาแล้วทั้งสิ้น โดยสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.ยุติธรรม ถึงกับบอกว่าเป็นของขวัญคนไทยในวันลอยกระทง

“ส่วนตัวผมไม่ขัดข้องอะไรในเรื่องนี้ แต่แค่มีคำถามว่า ในเมื่อรัฐบาลเชื่อมั่นว่าสามารถอนุญาตให้กิจกรรมที่มีความเสี่ยงสูงดำเนินการได้ภายใต้มาตรการควบคุมโรค แล้ว เหตุใดจึงไม่นำแนวคิดนี้มาใช้ให้เป็นคุณกับธุรกิจกลางคืนบ้าง คลัสเตอร์สนามมวยลุมพินี คลัสเตอร์สนามวัวชน คลัสเตอร์บ่อนพนันเคยมีมาแล้วทั้งนั้น ถึงท่านให้เหตุผลว่ายังห้ามไม่ไปชมที่สนามตอนนี้ แต่ถามว่าการรวมกลุ่มตามบ้านเจ้ามือยังมีอยู่และเป็นความเสี่ยงเช่นกันใช่หรือไม่ และท่านจะห้ามได้อย่างไร แต่ท่านยังกล้าคลายล็อกให้ภายใต้เงื่อนไขการกำกับมาตรการความปลอดภัย แล้วทำไมจึงไม่กล้าใช้เงื่อนไขนี้คลายล็อกให้ธุรกิจกลางคืนที่ได้รับความลำบากอย่างต่อเนื่องด้วย

“ที่ผ่านมา รัฐบาลปล่อยให้ชะตากรรมของธุรกิจกลางคืนอยู่บนความไม่แน่นอน เดี๋ยวบอกเปิด เดี๋ยวบอกต้องเลื่อน เลื่อนแล้วบอกจะพิจารณาใหม่ ยิ่งนายกรัฐมนตรีบอกเปิดได้ก็ปิดได้ยิ่งแย่เข้าไปใหญ่ สมดังคำที่ใครๆมักบอกว่า ให้ทหารมาทำธุรกิจ ต่อให้เป็นผู้ขายขายเจ้าเดียวก็เจ๊ง เพราะพวกท่านไม่เข้าใจธุรกิจแม้แต่นิดเดียว เนื่องจากการทำธุรกิจทุกอย่างต้องการความแน่นอนชัดเจน ต้องวางแผน ต้องเตรียมตัว มีต้นทุน บุคลากร วัตถุดิบที่ต้องเตรียม ไม่ใช่นึกจะเปิดก็เปิดนึกจะปิดก็เปิดได้เหมือนสั่งลูกน้องในค่ายทหาร”

เท่าพิภพ ระบุ

ทั้งนี้ กรณีที่กลุ่มผู้ประกอบการ นักร้อง นักดนตรีกลางคืน ที่มายื่นข้อเรียกร้องให้รัฐบาลเปิดทำการสถานบันเทิงตามกำหนดเดิม 1 ธันวาคม ผ่านทาง ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาเศรษฐกิจ สภาผู้แทนราษฎร นั้น ทางคณะกรรมาธิการได้นำเข้าสู่วาระการพิจารณาในวันพรุ่งนี้ (24 พฤศจิกายน 2564)

นอกจากนี้ พรรคก้าวไกลเสนอเป็นตัวกลางในการฟ้อง Class Action (ฟ้องร้องแบบกลุ่ม) เพื่อเรียกค่าเสียหายให้ประชาชนที่เดือดร้อนจากมาตรการสั่งปิดเพราะโควิด เพื่อสร้างบรรทัดฐานความรับผิดชอบของภาครัฐ สำหรับกรณีเรียกร้องค่าเสียหายและการชดเชยเยียวยากลุ่ม นักดนตรี ผู้ประกอบการร้านอาหาร ผับ บาร์ และธุรกิจกลางคืน ที่มีการรวบรวมรายชื่อไปแล้วนั้น จะมีการไปยื่นฟ้องต่อศาลแพ่ง ในวันศุกร์นี้ (27 พฤศจิกายน 2564)

Login