ประณามการสลายการชุมนุมหมู่บ้านทะลุฟ้าและเรียกร้องปล่อยตัวผู้ถูกคุมตัวทั้งหมดทันที


แถลงการณ์พรรคก้าวไกล

ประณามการสลายการชุมนุมหมู่บ้านทะลุฟ้าและเรียกร้องปล่อยตัวผู้ถูกคุมตัวทั้งหมดทันที


จากรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ปฏิบัติการสลายการชุมนุมที่หมู่บ้านทะลุฟ้า ข้างทำเนียบรัฐบาล ในช่วงเช้าของวันที่ 28 มีนาคม 2564 ซึ่งตรงกับวันที่จัดให้มีการเลือกตั้งในเทศบาลระดับต่างๆ ทั่วประเทศ ทำให้พี่น้องประชาชนจำนวนมากเดินทางกลับภูมิลำเนาไปใช้สิทธิเลือกตั้งในต่างจังหวัด โดยคาดหวังจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของประเทศผ่านการเลือกตั้งระดับท้องถิ่น แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจกลับอาศัยช่วงเวลาดังกล่าวปฏิบัติการสลายการชุมนุม ทั้งที่เป็นการชุมนุมที่ได้มีการแจ้งขออนุญาตชุมนุมอย่างถูกต้อง และตลอดเวลาที่ผ่านมาก็มิได้มีเหตุการณ์ความรุนแรงหรือการกระทำผิดทางกฎหมายแต่ประการใด


ทั้งนี้ จากการปฏิบัติการสลายการชุมนุมได้มีการจับกุมผู้ชุมนุมเกือบ 70 คน โดยนำไปควบคุมตัวไว้ที่กองบังคับการตำรวจตะเวนชายแดนภาค 1 หรือ ตชด.ภาค 1 ซึ่งการควบคุมตัวในสถานที่ดังกล่าวไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา อีกทั้งยังมีการบังคับสึกพระภิกษุที่อยู่ในสถานที่ชุมนุม ซึ่งไม่ถูกต้องตามหลักการศาสนา และมีผู้ชุมนุมบางส่วนที่เจ็บป่วยแต่กลับไม่เปิดโอกาสให้ได้รับการดูแลรักษาอย่างเพียงพอตามหลักกฎหมายและมนุษยธรรม จนต้องปล่อยให้ผู้ชุมนุมช่วยกันดูแลกันเอง


พรรคก้าวไกล ขอประณามการกระทำการดังกล่าวที่เกิดขึ้น การสลายการชุมนุมที่หมู่บ้านทะลุฟ้า สะท้อนให้เห็นว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจที่มุ่งเน้นการเอาใจ ‘นาย’ ที่จะมีการถ่ายรูปหมู่คณะรัฐมนตรีชุดใหม่ในวันอังคารที่จะถึงมากกว่าการปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานสากล และขอเรียกร้องให้ปล่อยผู้ถูกจับกุมคุมตัวทั้งหมดทันที เพราะการสลายการชุมนุมดังกล่าวเข้าข่ายการกระทำอันมิชอบด้วยกฎหมาย อีกทั้งทราบมาว่ามีเด็กและเยาวชนอายุต่ำกว่า 18 ปี ที่ถูกควบคุมตัวมาด้วยอย่างน้อย 6 คน จะต้องได้รับการปฏิบัติตามวิธีการเฉพาะสำหรับเด็กและเยาวชน ซึ่งพบว่าหลายคดีที่เด็กและเยาวชนที่ถูกจับจากคดีกันเกี่ยวเนื่องกับการชุมนุม มิได้รับการปฏิบัติที่ถูกต้องและเหมาะสมอย่างเพียงพอตามหลักการอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็กและกฎหมายภายในประเทศ


นอกจากนี้ พรรคก้าวไกลขอเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตระหนักเสียใหม่ว่าการจับกุมผู้เรียกร้องประชาธิปไตยนั้น มิเคยเป็นหนทางในการแก้ไขปัญหา ยิ่งจับยิ่งจะมีการชุมนุมมากยิ่งขึ้น เจ้าหน้าที่ในฐานะผู้กินภาษีของประชาชนควรจะต้องคำนึงถึงจุดนี้เป็นสำคัญด้วย