‘เพชร กรุณพล’ ตอบ เลือก ‘ก้าวไกล’ แล้วหลักสี่ได้อะไร?

‘เพชร กรุณพล’ ตอบ เลือก ‘ก้าวไกล’ แล้วหลักสี่ได้อะไร?


เพชร – กรุณพล เทียนสุวรรณ อาจเป็นที่ประชาชนคุ้นหน้ามานานแล้วในฐานะนักแสดง แต่สำหรับวงการการเมือง เขายังเป็น ‘หน้าใหม่’ แต่ก็เป็นหน้าใหม่ที่มีความมุ่งมั่นจะเป็นตัวแทนประชาชนเขตหลักสี่-จตุจักร ซึ่งเป็นพื้นที่ที่เขาอยู่และทำงานมานานหลายปีแล้ว เขาขอเพียงโอกาสพิสูจน์ตัวเองในช่วงเวลา 1 ปีที่เหลือนี้

ในรายการ “สุด กับหมาแก่” ที่ออกอากาศวันเสาร์ที่ 8 มกราคม 2565 ทางช่องเนชั่นทีวี พิธีกรได้ถามว่า หากเลือก เพชร เข้าไปในสภาแล้วชาวหลักสี่-จตุจักร รวมถึงประชาชนทั้งประเทศจะได้อะไร นอกจาก “เด็กหัวร้อน” ไปตะโกนในสภา

เพชร กรุณพล ตอบว่า การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ ส.ส.จะมีเวลาทำงานเพียง 1 ปี คนอาจจะมองว่าเวลาเท่านี้กับคนหน้าใหม่อาจไม่ทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอะไร นอกจากคนที่จะเข้าไปโวยวายในสภา “แต่เสียงที่ดังนั้น คือเสียงที่จะดังเพื่อประชาชน ตรวจสอบงบประมาณแผ่นดิน ตรวจสอบโครงการต่างๆ ของหน่วยงานภาครัฐ เพื่อให้ใช้ภาษีของประชาชนอย่างคุ้มค่าที่สุด

ถ้างบประมาณไม่ได้ถูกนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์และคุ้มค่า ปีต่อๆ ไป ก็จะต้องกู้เงินในอนาคตมาใช้ จนหนี้ทับถมไปเรื่อยๆ ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศไปจนถึงระดับท้องถิ่น เพราะฉะนั้น ส.ส. หนึ่งคนที่เข้าไปในสภา ยิ่งเป็นคนปากดี กล้าท้าชน ยังดีกว่าเป็นคนที่เล่นการเมืองประนีประนอม ซึ่งจะไม่สามารถนำไปสู่การแก้ปัญหาอย่างเด็ดขาดแท้จริงได้เลย

“สุดท้ายแล้ว การพุ่งชนปัญหาอย่างไม่ประนีประนอมคือการทำเพื่อความถูกต้อง ไม่ใช่เพื่อตัวเราเอง แต่เพื่อประชาชน”

เพชร เล่าต่อว่า พื้นที่หลักสี่เอง เป็นชุมชนส่วนใหญ่ มีทั้งชุมชนบ้านมีรั้วและที่ไม่มีรั้ว ตลอดจนธุรกิจต่างๆ ทั้งขนาดกลางและขนาดเล็ก แต่ระหว่างที่เขาเดินหาเสียงในพื้นที่หลักสี่-จตุจักร เขาเห็นแต่ห้องแถวที่ปิด ห้องว่างให้เช่า ร้านรวงที่เคยขายดีทุกวันนี้ลูกค้าน้อยลง คนที่เป็นลูกจ้างในชุมชนแออัดต่างๆ ก็กระทบจากรายได้ที่ลดลงในขณะที่รายจ่ายยังคงเพิ่มขึ้น

“ทุกวันนี้หมูกิโลละ 200 กว่าบาทแล้ว ทางแก้ปัญหาอยู่ตรงไหน? ตัว ส.ส.เองไม่สามารถเดินไปแผงหมูแล้วบอกเขาว่าขอให้ลดราคาได้ไหม ประเด็นปากท้องของประชาชนคือ สิ่งที่ต้องแก้ไขผ่านการผลักดันในสภา”

เรื่องที่อยู่อาศัยและกรรมสิทธิ์ในที่อยู่อาศัย ก็เป็นปัญหาหนึ่งที่ชาวหลักสี่ประสบกันหลายชุมชน ต้องนำชุมชนทั้งหมดที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับโครงการ “บ้านมั่นคง” มาคุยกันกับสถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (พอช.) กระทรวงการคลัง กรมธนารักษ์ มาแก้ปัญหาร่วมกัน เพราะปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้มาจากการที่นายกรัฐมนตรีใช้ ม.44 ไปสั่งไว้ให้ทำให้ได้ภายใน 5-10 ปี ตั้งแต่สมัยที่เป็น คสช. ซึ่งทำโดยไม่รับฟังประชาชน เน้นแต่จะทำให้เสร็จ แต่ไม่ได้นึกถึงจิตใจของคนที่ได้รับผลกระทบ

ส่วนเรื่องโควิด และการระบาดของสายพันธุ์โอมิครอนที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ แต่ประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่สามารถดูแลตัวเองได้ ส.ส. ในพื้นที่ก็ต้องเข้าไปดูแล ทั้งเรื่องการส่งตัวผู้ป่วย การสนับสนุนการกักตัวที่บ้าน (home isolation) ขณะที่เรื่องของวัคซีน เพชร มองว่า ถ้าเราคิดแค่ว่าต้องให้ทุกคนไปฉีดวัคซีนที่ศูนย์ฯ ให้ได้ คำถามก็คือแล้วเงินที่เขาต้องใช้เดินทาง คนป่วยที่ติดเตียง คนแก่ที่เดินทางไม่ไหว จะทำอย่างไร? นี่ก็เป็นประเด็นหนึ่งที่ ส.ส.ในพื้นที่ต้องเข้าไปประสานแก้ไขและดูแลปัญหานี้เช่นกัน

“แม้กระทั่งเรื่องการเรียนออนไลน์ของนักเรียนในชุมชน ที่มีประชาชนเข้ามาสะท้อนกับผมเยอะมาก การเข้าถึงบริการขั้นพื้นฐานต่างๆ ทั้งเรื่องสาธารณูปโภค บริการภาครัฐ เทคโนโลยี”

เพชร เล่าในรายการ

ทั้งหมดนี้ เป็นเรื่องที่ ส.ส. “ปากดี” ที่เขาว่ากัน จะผลักดันได้ดีที่สุด แต่แน่นอน ว่า ส.ส. เพียงคนเดียวไม่สามารถทำได้ จำเป็นต้องใช้โครงสร้างพรรคการเมืองเข้ามาแก้ปัญหา

“แน่นอนว่า 1 ปีไม่มากไม่น้อย ผมเป็นหน้าใหม่ทางการเมือง ผมอยากบอกว่าลองสิครับ ลองเลือกเพชร กรุณพล เข้าไป ทุกคนมีเวลาทดสอบผม 1 ปี ถ้าเลือกตั้งใหม่ไม่อยากได้ผมจะไปเลือกคนอื่นได้ ไม่มีอะไรจะต้องเสีย แต่ผมทิ้งชีวิต ทิ้งทุกอย่างมาเพื่ออยากพัฒนา ปรับปรุง ยกระดับชีวิตประชาชน ทั้งชาวจตุจักร-หลักสี่ และคนทั้งประเทศ”




ผลิตโดยนายกรุณพล เทียนสุวรรณ 89/462 ถนนเทศบาลสงเคราะห์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพมหานครฯ 10900 ผลิตจำนวน 1 โพสต์ ผลิตวันที่ 9 มกราคม 2565

Login