แคร์สายตาชาวโลกบ้าง! UN ชี้ชัด คดี 112 ‘อัญชัญ’ ละเมิดกฎหมายสิทธิฯ

แคร์สายตาชาวโลกบ้าง! UN ชี้ชัด คดี 112 ‘อัญชัญ’ ละเมิดกฎหมายสิทธิฯ


แคร์สถานะไทยในสายตาชาวโลกบ้าง ‘ยูเอ็น’ ชี้ชัด คดี ‘อัญชัญ’ ละเมิดกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล แสดงความเห็นต่อกรณี คณะทำงานสหประชาชาติว่าด้วยการควบคุมตัวโดยพลการ (UN Working Group on Arbitrary Detention : WGAD) เรียกร้องให้ทางการไทยปล่อยตัว อัญชัญ ปรีเลิศ ผู้ต้องขังคดีหมิ่นประมาทกษัตริย์โดยทันทีแบบไม่มีเงื่อนไข ตามที่ปรากฏในหนังสือความเห็นที่รับรองเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน 2564 และเผยแพร่เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2564

เบญจา ระบุว่า กรณี อัญชัญ อายุ 65 ปี ปัจจุบันต้องโทษจําคุก 43 ปี 6 เดือน ในข้อหาฝ่าฝืนประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 (หมิ่นประมาทกษัตริย์) โดยรายงานศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน ระบุว่า มีความเห็นตอบจาก WGAD ตามที่ FIDH และทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชน (TLHR) ยื่นต่อหน่วยงานสหประชาชาติเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2564 โดยความเห็นของ WGAD พบว่า การลิดรอนเสรีภาพของ อัญชัญ ด้วยมาตรา 112 นั้นเป็นการคุมขัง ‘โดยพลการ’ และเรียกร้องให้รัฐบาลไทย ‘ปล่อยตัวเธอทันที’ โดยคํานึงถึงอันตรายจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ในเรือนจำและเพื่อ ‘ยอมรับสิทธิของเธอในการชดเชยและการเยียวยาอื่นๆ’

นอกจากนี้ WGAD ยังแสดงความกังวลอย่างลึกซึ้งต่อรูปแบบการคุมขังโดยพลการด้วยมาตรา 112 โดยเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกออนไลน์และผู้ตกเป็น ‘อันตรายร้ายแรงต่อสังคม’ ที่เกิดจากการบังคับใช้มาตรานี้ และ WGAD ยังเรียกร้องให้รัฐบาลไทยนําประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 มาปฏิบัติตามพันธกรณีของประเทศไทยภายใต้กฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ

“WGAD ประกาศว่า การจำคุกของ อัญชัญ เป็นการคุมขังโดยพลการเนื่องจากขัดต่อข้อ 3-8-9-10 และข้อ 19 ของปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (UDHR) และมาตรา 2-9-14 และ 19 ของพันธสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง (ICCPR) ซึ่งประเทศไทยเป็นรัฐภาคี บทบัญญัติอ้างอิงของ UDHR และ ICCPR รับประกันสิทธิขั้นพื้นฐานในเสรีภาพ สิทธิในการพิจารณาคดีที่เป็นธรรม และสิทธิในเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและการแสดงออก”

WGAD ยังพบว่า การลิดรอนเสรีภาพของ อัญชัญ ขาดหลักการทางกฎหมาย (Legal basis) เพราะมีการจับกุมโดยไม่มีหมายจับที่ถูกต้องซึ่งออกโดยผู้มีอำนาจทางกฎหมายที่อิสระและเป็นกลาง แต่การคุมขัง อัญชัญ เกิดขึ้นครั้งแรกที่ค่ายทหารโดยไม่นำตัวไปขึ้นศาล และได้มีการละเมิดสิทธิของเธอในการต่อสู้ความชอบธรรมของการควบคุมตัว ซึ่งได้ถูกรับรองภายใต้มาตรา 8 และ 9 ของ UDHR และมาตรา 2 และ 9(3) ของ ICCPR นอกจากนี้ อัญชัญ ยังถูกควบคุมตัวด้วยมาตรา 112 ซึ่งเป็นกฎหมายที่ WGAD พบว่า “ละเมิดกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศอย่างชัดแจ้ง”

WGAD ยังตัดสินว่า อัญชัญ ถูกควบคุมตัวอันเป็นผลมาจาก “การใช้สิทธิเสรีภาพในการแสดงออกอย่างสันติ” WGAD ยังได้พิจารณาอีกว่าคลิปเสียงเกี่ยวกับสมาชิกของราชวงศ์ไทยที่ อัญชัญ อัปโหลดบนโซเชียลมีเดีย “อยู่ในขอบเขตของการใช้สิทธิในเสรีภาพในการแสดงออก” ตามมาตรา 19 ของ UDHR และมาตรา 19 ของ ICCPR ในขณะเดียวกัน FIDH และ TLHR ระบุว่า ยินดีรับฟังความเห็นของ WGAD และย้ำข้อเรียกร้องให้ปล่อยตัว อัญชัญ และบุคคลอื่นๆ ที่ถูกควบคุมตัวตามมาตรา 112 ทันทีโดยไม่มีเงื่อนไข

“จากความเห็นของสหประชาชาติเกี่ยวกับกรณีของคุณอัญชัญ ตอกย้ำถึงความอยุติธรรมและการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างร้ายแรงที่เกิดขึ้นจากการบังคับใช้มาตรา 112 ในประเทศไทย ดิฉันจึงต้องตอกย้ำและตั้งคำถามถึงรัฐบาลไทย ต่อการที่นานาชาติออกมาเรียกร้องให้ปล่อยตัวคุณอัญชัญในทันทีกรณีนี้ ว่า จะต้องให้คนในสังคมและองค์กรนานาชาติ ออกมาพูดถึงอีกกี่ครั้ง รัฐบาลไทยจึงจะแก้ไขสิ่งเหล่านี้ให้หลุดพ้นจากการถูกตั้งคำถามเรื่องสิทธิมนุษยชนที่สูญหายครั้งแล้วครั้งเล่าในเวทีต่างประเทศ ดิฉันจึงขอส่งต่อข้อเรียกร้องเหล่านี้ไปยังรัฐบาล รวมถึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลไทยฟังเสียงเรียกร้องจากทั้งในประเทศและนานาชาติต่อกรณีให้มีการปฏิรูปมาตรา 112 ด้วย”

เบญจา ระบุ

Login