‘วิโรจน์’ เตรียมพร้อมทีมว่าที่ ส.ก. ครบ 50 เขต ภายในกุมภาฯ

‘วิโรจน์’ เตรียมพร้อมทีมว่าที่ ส.ก. ครบ 50 เขต ภายในกุมภาฯ


‘วิโรจน์’ เตรียมนำทีมว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. เปิดนโยบาย-ลงพื้นที่ครบ 50 เขต ภายใน ก.พ.

คนมักมองว่า ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นผู้ที่มีอำนาจขับเคลื่อนนโยบายต่างๆ ได้อย่างเต็มที่ ราวกับเป็นซีอีโอบริษัท แต่ในความเป็นจริงนั้น “คนที่เป็นเจ้านาย คือ ประชาชนชาวกรุงเทพฯ”​ ส่วนผู้ว่าฯ นั้นเปรียบเหมือนผู้จัดการที่คอยดูแลจัดการผลประโยชน์ให้กับเจ้านาย โดยมีทีมที่มีประสิทธิภาพช่วยทำงานให้บรรลุเป้าหมาย


วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ผู้สมัครผู้ว่า กทม. พรรคก้าวไกล กล่าวว่า การทำงานของผู้ว่า กทม. ไม่สามารถขาด ส.ก. ได้ ต่อให้ผู้ว่าเก่งแค่ไหน ถ้าไม่มี ส.ก. ที่เป็นทีมเดียวกันก็ไม่สามารถขับเคลื่อนนโยบายได้ เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ เขาจึงเข้าร่วมประชุมกับว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. พรรคก้าวไกลทั้ง 50 เขต เพื่อประกาศความพร้อมการรณรงค์หาเสียงและมอบนโยบายการทำงานในพื้นที่

“จากการทำงานกันอย่างหนักของเพื่อนว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. ทุกท่านมาตลอด 1-2 ปีที่ผ่านมา ผมเชื่อว่าเรามีความพร้อมและรอคอยอย่างใจจดใจจ่อที่จะมีการเลือกตั้ง และหวังว่า พล.อ.อนุพงษ์ จะไม่กลับคำ มีเลือกตั้งในเดือนพฤษภาคมนี้ ซ่งผมตั้งใจว่าจะเปิดนโยบายทุกนโยบายให้ครบ และลงพื้นที่กับผู้สมัครส.ก.ของผมให้ครบทั้ง 50 เขตภายในสิ้นเดือนนี้ ก่อนจะมีการประกาศพระราชกฤษฎีกาเลือกตั้ง”

วิโรจน์กล่าวย้ำกับว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. พรรคก้าวไกล



หน้าที่สำคัญที่สุดของ ส.ก. มี 2 เรื่อง คือ การจัดสรรงบประมาณ และทำงานกับประชาชนในพื้นที่ ซึ่งการจัดสรรงบประมาณของพรรคก้าวไกล ต้องเกิดประสิทธิภาพสูงสุด ใช้งบอย่างตรงไปตรงมา จัดลำดับความสำคัญโครงการ รีดประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณสูงสุด และเปิดรับฟังความคิดเห็นของประชาชน

“ส.ก. คือคนที่ดูแลงบประมาณของกรุงเทพฯ ถ้า ส.ก. ไม่คำนึงถึงผลประโยชน์คนกรุงเทพ การขับเคลื่อนนโยบายมีปัญหาแน่นอน และจะเต็มไปด้วยการต่อรองผลประโยชน์จนผู้ว่า ไม่สามารถทำนโยบายได้”



ส่วนผู้ว่าฯ มีหน้าที่ขับเคลื่อนนโยบายตามคำมั่นที่ให้ไว้กับประชาชน ติดตามความคืบหน้าในการแก้ปัญหา และรายงานให้ประชาชนทราบอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งผู้ว่าต้องประสานการทำงานกับหน่วยงานต่างๆ ทั้งภายในกรุงเทพฯ และหน่วยงานอื่นๆ ที่ไม่อยู่ในอำนาจของผู้ว่าฯ ไม่ปล่อยให้คนกรุงเทพเผชิญกับปัญหาตามยถากรรม ตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณและการดำเนินการของกรุงเทพฯ ให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล ปราศจากการคอร์รัปชั่น ไม่ปล่อยปละให้นายทุนเอารัดเอาเปรียบคนกรุงเทพฯ

นอกจากนี้ ในฐานะที่พรรคก้าวไกลส่งผู้สมัครผู้ว่าฯ ในนามพรรค จึงมีจุดแข็งคือเรามี ส.ส. มีหน้าที่ทบทวนแก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกรุงเทพมหานคร และมอบอำนาจให้กับผู้ว่า กทม. เพื่อทำงานรับใช้คนกรุงเทพฯ ได้อย่างเต็มที่มากขึ้น

“การทำงานร่วมกันระหว่าง ส.ส.-ส.ก.-ผู้ว่าฯ กทม. คือหัวใจในการแก้ปัญหากรุงเทพฯ ต่อให้เราได้ผู้ว่าฯ ที่เก่งแค่ไหนถ้าไม่มีลมใต้ปีกจาก ส.ก.-ส.ส. ผมเชื่อว่าผู้ว่าฯ ไม่สามารถชนเพื่อแก้ปัญหาอะไรใน กทม. ได้”

วิโรจน์กล่าวทิ้งท้าย

Login