ผู้ว่าฯ มีหน้าที่เปิดพื้นที่ให้ชุมนุมทางการเมือง

ผู้ว่าฯ มีหน้าที่เปิดพื้นที่ให้ชุมนุมทางการเมือง


กรุงเทพฯ ต้องมีพื้นที่สาธารณะ ให้แสดงออกทางการเมือง

การชุมนุมแสดงออกทางการเมืองทั้งหมดเป็นการใช้สิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชน แทนที่จะมีเจ้าหน้าที่มาคอยสกัดกั้นหรือห้ามปราม เจ้าหน้าที่รัฐมีหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ประชาชนได้ใช้สิทธิของตัวเองอย่างเต็มที่ ไม่ว่าเป็นการชุมนุมเรียกร้องเรื่องอะไรก็ตาม ตั้งแต่ #ม็อบชาวนา ที่มาทวงสัญญาจากรัฐบาลเรื่องการแก้ปัญหาหนี้เกษตรกรอันคาราคาซังมาหลายสิบปี หรือการชุมนุมของผู้ที่ต่อต้านการรุกรานของรัสเซีย

แม้หลายคนอาจมองว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับ ผู้ว่าฯ กทม. แต่จริงๆ แล้ว ผู้ว่าฯ กทม. นั้นมีหน้าที่สำคัญมาก 2 อย่างในการปกป้องเสรีภาพการแสดงออกทางการเมืองของคนทุกคนในพื้นที่ของกรุงเทพฯ


1) อำนวยความสะดวกให้ประชาชน

ผู้ว่าฯ ต้องอำนวยความสะดวกให้ประชาชนแสดงออกทางการเมืองได้อย่างเสรีและสะดวก ทั้งตามหลักรัฐธรรมนูญไทยและกติกาสากล ผู้ว่าฯ ต้องเอาใจใส่ ให้ความสำคัญกับการดูแลให้การชุมนุมและแสดงออกทางการเมืองทุกชนิดเกิดขึ้นได้อย่างสะดวก ทั้งฝั่งผู้ชุมนุม และประชาชนที่ต้องสัญจรไปมาในบริเวณที่ชุมนุม

นอกจากนี้ ต้องมีการให้บริการรถห้องน้ำอย่างพอเพียง ประสานกับตำรวจหากต้องมีการใช้พื้นที่ผิวจราจร แจ้งประชาสัมพันธ์ประชาชนเพื่อเลี่ยงการจราจรในพื้นที่ที่จะมีการชุมนุม ประสานการใช้พื้นที่ถนนเพื่อให้มีเลนไว้สำหรับการสัญจรด้วย และในสถานการณ์โควิด ผู้ว่าฯ ก็มีหน้าที่ดูแลให้การชุมนุมแสดงออกทางการเมืองเกิดได้อย่างปลอดภัยไม่เสี่ยงต่อการระบาดของโรค มีการเว้นระยะห่าง สวมหน้ากากป้องกันโรค


2) จัดพื้นที่สาธารณะเพิ่ม

กทม. ต้องจัดให้มีพื้นที่สาธารณะ (public space) สำหรับแสดงออกทางการเมืองมากกว่านี้ ปัจจุบันแม้กรุงเทพฯ จะเต็มไปด้วยการชุมนุมแสดงออกทางการเมืองของคนจากทุกจังหวัดทุกเดือนไม่มีว่างเว้น แต่กลับแทบไม่มีพื้นที่ไหนเลยที่เปิดให้มีการแสดงออกทางการเมือง

ประชาชนต้องไปยึดครองพื้นที่สาธารณะ ถนน พื้นที่เอกชน เสี่ยงกับการถูกดำเนินคดี ทั้งที่ในอดีต เรายังมีท้องสนามหลวงเป็นพื้นที่ที่ใครๆ ก็มาชุมนุมมาแสดงออกทางการเมืองได้ แต่ปัจจุบันกลับไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่สาธารณะขนาดใหญ่อย่างสนามหลวงได้อีกต่อไป หากบุกไปใช้ก็จะโดนคดีตามมา

“อย่าลืมนะครับว่า คำว่า ‘ไฮด์ปาร์ค’ ซึ่งหมายถึงการปราศรัยทางการเมือง มาจากสวนไฮด์ปาร์คของกรุงลอนดอน ซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะของเมืองที่ใครๆ ก็ไปใช้ชุมนุมได้ หรือแม้แต่ประเทศเพื่อนบ้านเราอย่างสิงคโปร์ ที่ระดับเสรีภาพในการแสดงออกก็ไม่ได้สูง เขายังเปิดพื้นที่ให้ใช้สวนสาธารณะสำหรับการชุมนุมและแสดงออกทางการเมืองได้”

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ว่าที่ผู้สมัครเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร จากพรรคก้าวไกล กล่าว

“สวนของ กทม. รวมถึงพื้นที่อื่นๆ ที่อยู่ใต้การดูแลของผู้ว่า กทม. จะต้องเป็นพื้นที่สำหรับประชาชนทุกคนที่อยากใช้เสรีภาพในการแสดงออก ได้จัดกิจกรรมอย่างสะดวก ปลอดภัย เพื่อผลักดันสังคมไปข้างหน้าด้วยเสียงของประชาชนครับ”

วิโรจน์ ทิ้งท้าย

Login