Open Data ถึงเวลาคืนอำนาจให้ประชาชน

Open Data ถึงเวลาคืนอำนาจให้ประชาชน


Open Data กับเลือกตั้งครั้งหน้า – ถึงเวลาคืนอำนาจให้ประชาชน

Open Data หรือการเปิดให้สาธารณะสามารถเข้าถึงข้อมูล นำข้อมูลไปใช้ต่อ และเผยแพร่ต่อได้นั้น เป็นแนวคิดที่ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะการเปิดข้อมูลของหน่วยงานรัฐ เพื่อแสดงความโปร่งใสในการทำงานของภาครัฐ และเพื่อให้ประชาชนสามารถนำข้อมูลไปวิเคราะห์ และเสนอแนะแนวทางหรือนโยบายต่างๆ ได้ดียิ่งขึ้น

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ จากพรรคก้าวไกล ก็เป็นคนหนึ่งที่มีความตั้งใจในการผลักดัน Open Data ให้เกิดขึ้นในประเทศไทยให้ได้ ณัฐพงษ์ ได้เข้าร่วมงานเสวนาออนไลน์เกี่ยวกับ ‘Open Data กับการเลือกตั้งในครั้งหน้า’ ของเพจ Wevis x Punch up เนื่องใน Open Data Day เมื่อวันที่ 5 มีนาคมที่ผ่านมา

ณัฐพงษ์ เริ่มเล่าความตั้งใจที่มาทำงานการเมืองของตัวเองว่า เขา เพื่อนสมาชิกและทีมดิจิทัลของพรรคก้าวไกลที่มีความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยี ต้องการผลักดันสังคมไทยไปข้างหน้าด้วยเทคโนโลยี จึงได้รวมตัวกันเป็นกลุ่ม ‘ก้าว geek’ ซึ่งหากจะนิยามกลุ่มนี้ก็อาจนิยามได้ว่าเป็น Political Tech (เทคโนโลยีการเมือง) ซึ่งอาจจะอยู่ระหว่างกลางของ Civic Tech (เทคโนโลยีภาคประชาสังคม) และ Gov Tech (เทคโนโลยีภาครัฐ)

โปรเจ็กต์แรกที่กลุ่ม ก้าว geek คือ การแปลงไฟล์ pdf ต่างๆ อย่างไฟล์งบประมาณของรัฐที่มีหลายหมื่นหน้า เป็น spreadsheet (Excel) หรือ Text File (ข้อความ) เพื่อให้ง่ายต่อการค้นหาข้อมูล และนำข้อมูลเหล่านั้นไปจัดการหรือตรวจสอบต่อไป โปรเจ็กต์นี้ช่วยให้ ส.ส. สามารถประมวลผลข้อมูลงบประมาณหลายหมื่นหน้าภายในเวลาอันสั้นก่อนการอภิปรายได้ จากเดิมที่ต้องพลิกหน้า pdf ไปเรื่อยๆ ไม่สามารถเสิร์ชคีย์เวิร์ดที่ต้องการได้ อีกทั้งยังจะช่วยให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้ง่ายขึ้นอีกด้วย

นอกจากนี้ ยังมีโปรเจ็กต์ ERP ท้องถิ่น หรือ Enterprise Resource Planning ซึ่งณัฐพงษ์และทีมก้าว geek ตั้งใจทำเป็น open source โดยหวังว่าโปรเจ็กต์นี้จะสามารถพัฒนาประเทศได้ เพราะรัฐที่ดีจะต้องเปิดเผยและตรวจสอบได้ ซึ่งตอนนี้ได้เริ่มใช้แล้วที่เว็บไซต์ อบต.อาจสามารถ จังหวัดร้อยเอ็ด เป็นการให้บริการออนไลน์ที่สะดวกต่อประชาชน เช่น อีกไม่นาน ประชาชนในอาจสามารถ จะสามารถล็อกอินเข้าระบบไปสแกนจ่ายค่าน้ำประปาได้ (ติดตามเว็บไซต์เทศบาลอาจสามารถได้ที่นี่ https://tessabanatsamat.go.th/)

โมเดล ERP ท้องถิ่นที่เริ่มทำที่อาจสามารถนั้น สามารถนำไปใช้กับเทศบาลตำบลทุกที่ทั่วประเทศไทย เพราะข้อมูลตั้งต้นเป็น open source ทั้งหมด เพียงแค่มีทีมเข้าไปพัฒนาระบบก็จะสามารถใช้ได้เช่นเดียวกัน

อีกโปรเจ็กต์ที่เพิ่งเริ่มทำก็คือ การรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับส่วยใน กทม. ด้วยแคมเปญ ‘เจอส่วย ไม่ต้องจ่าย ฟ้องผู้ว่าฯ’ ซึ่งจะเป็นการตัดตัวกลางต่างๆ ให้ประชาชนแจ้งเรื่องถึงผู้ว่าฯ ได้โดยตรง

“ปัญหาที่เกิดขึ้นจากหน่วยงานภาครัฐ การขาดประสิทธิภาพของการทำงานเกิดมาจากเหตุที่มีตัวกลางเยอะเกินไป เราจะนำเทคโนโลยีมาปรับใช้โดยตัดตัวกลางออกไป อย่างเช่น เรื่องของการร้องเรียนปัญหา ‘ส่วย’ ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ผมคิดว่าเราจะเปิด Digital Chanel หรือช่องทางในการร้องเรียนยิงตรงไปที่ผู้ว่าฯ และถึงแม้การเลือกตั้งผู้ว่าฯกรุงเทพมหานคร คุณวิโรจน์ จะชนะการเลือกตั้งหรือไม่ โปรเจ็กต์นี้เราตั้งใจทำเป็น Open source อยู่แล้ว ซึ่งผู้ว่าฯที่ชนะการเลือกตั้ง จะสามารถหยิบโปรเจ็กต์นี้ไปใช้ได้อย่างเต็มที่ แต่เราการันตีได้ว่า หากผู้สมัครผู้ว่าฯ กทม. จากพรรคก้าวไกลชนะการเลือกตั้ง จะเอาเทคโนโลยีตัวนี้ไปใช้อย่างแน่นอน”

Login