ค่าครองชีพสูง รัฐบาลช่วยน้อยเหมือนไม่ได้ช่วย

ค่าครองชีพสูง รัฐบาลช่วยน้อยเหมือนไม่ได้ช่วย


มาตรการแก้ค่าครองชีพของรัฐบาล ช่วยน้อยเหมือนไม่ได้ช่วย

วิกฤตที่เกิดขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่โควิด-19 ระบาดหนักมาจนถึงวิกฤตยูเครน-รัสเซีย ส่งผลให้ค่าครองชีพ และค่าเชื้อเพลิงพุ่งสูงขึ้น กระทบชีวิตความเป็นอยู่ของคนจำนวนมาก โดยเฉพาะคนจนและกลุ่มเปราะบาง เสียงเรียกร้องให้รัฐบาลช่วยเหลือดังขึ้นเรื่อยๆ

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ประกาศทุ่มงบ 7 หมื่นล้านบาท สำหรับ 10 มาตรการเร่งด่วนในการแก้ไขปัญหาค่าครองชีพสูง เพื่อช่วยเหลือประชาชน แต่มาตรการเหล่านี้กลับดูจะไม่สามารถช่วยเหลือประชาชนได้จริง อีกทั้งยังเป็นดูเหมือนจะเป็นการรับสารภาพว่า รัฐบาลเงินหมดหน้าตัก ไม่สามารถตรึงราคาน้ำมันดีเซลที่ 30 บาทต่อลิตรได้ถึงเดือนพฤษภาคม ตามที่เคยให้สัญญาไว้ และจะสิ้นสุดการตรึงราคาสิ้นเดือนเมษายนนี้ รวมถึงจะทยอยขึ้นราคาก๊าซหุงต้มตามมา

“รัฐบาลไม่สามารถตรึงราคาน้ำมันและก๊าซหุงต้มทำตามสัญญาได้จึงออกมาตรการช่วยเหลือแบบกะปริบกะปรอยแก้ขัด ส่วนใหญ่เป็นการต่ออายุมาตรการเดิม ก้อนใหญ่สุดคือลดเงินสมทบประกันสังคม แต่รัฐบาลไม่ยอมใช้คืนกองทุน ทำสถานะการเงินกองทุนกระง่อนกระแง่น เสี่ยงขาดทุนเร็วขึ้น”

ศิริกัญญา ตันสกุล ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าว

ศิริกัญญา อธิบายเพิ่มเติมว่า การเลิกตรึงราคาน้ำมันดีเซลตามมาตรการข้อ 7 ต้องไม่ปล่อยลอยตัวทันที เพราะจะเท่ากับลอยแพประชาชน ราคาจะปรับขึ้นไปประมาณ 10 บาททันที จะกระทบกับประชาชนอย่างหนัก และเศรษฐกิจอาจจะหยุดชะงักได้ จึงต้องสอบถามทางรัฐบาลว่าจะมีแนวทางการปรับราคาดีเซลขึ้นอย่างไร

ขณะที่ก๊าซหุงต้ม ที่รัฐบาลยอมรับว่าจะมีการทยอยปรับขึ้นเช่นกัน มาตรการช่วยเหลือเน้นไปที่ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทั้งที่เป็นคนทั่วไป (100 บาทต่อ 3 เดือน) และผู้ค้าหาบเร่แผงลอย (100 บาทต่อเดือน) ก็เป็นเพียงการต่ออายุมาตรการเดิมที่เคยได้รับการอุดหนุนจากกลุ่ม ปตท. ที่สิ้นสุดลงไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา

ศิริกัญญากล่าวว่า การต่ออายุมาตรการนี้ทำผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งนอกจากจะเป็นการช่วยเหลือเพียงน้อยนิดแล้ว ยังไม่ครอบคลุมด้วย เพราะผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปัจจุบัน เป็นฐานรายชื่อที่ลงทะเบียนมาตั้งแต่ปี 2560 หลังเกิดวิกฤตโควิดมีคนจนหน้าใหม่เกิดขึ้นมากมาย แต่ยังไม่เคยมีการอัพเดทฐานข้อมูลอีกเลย

ส่วนการลดเงินสมทบประกันสังคมที่จะช่วยให้ผู้ประกันตนเหลือเงินในกระเป๋าเพิ่มขึ้นได้ แต่เนื่องจากรัฐบาลไม่เคยชดใช้เงินคืนกองทุนประกันสังคมเลย ขณะนี้เงินกองทุนน่าจะหายไปกว่าแสนล้านบาท ทั้งจากการลดเงินสมทบ ทั้งที่ควักกระเป๋าจ่ายแทนรัฐบาล กรณีว่างงานด้วยเหตุสุดวิสัยจากมาตรการล็อกดาวน์ สถานะกองทุนประกันสังคมจึงกระง่อนกระแง่น เสี่ยงจะล้ม หากรัฐบาลต้องการช่วยค่าครองชีพผ่านช่องทางนี้ ควรต้องเติมเงินสมทบให้กองทุนด้วยเพราะเป็นเงินของผู้ประกันตนในยามเกษียณไม่ใช่เงินงบประมาณจากภาษีของคนทั้งประเทศ

ศิริกัญญา ย้ำว่า การเปลี่ยนจากการตรึงราคาน้ำมันและก๊าซหุงต้ม มาช่วยเหลือกลุ่มเปราะบาง จำเป็นต้องช่วยให้ได้น้ำได้เนื้อ บรรเทาภาระค่าครองชีพได้จริง ไม่ใช่ช่วยแบบขอไปที เพราะเศรษฐกิจของประเทศคงฟื้นตัวไม่ได้จริง หากกำลังซื้อยังถูกกดไว้ด้วยค่าครองชีพที่แพง แต่ค่าแรงไม่ขึ้น จึงหวังว่าการแถลงของกระทรวงการคลังที่กำลังจะมีขึ้น จะมีมาตรการช่วยเหลือเพิ่มเติมที่จะช่วยเหลือประชาชนได้จริง

Login