
“เมื่อไหร่ที่พวกท่านได้เป็นผู้แทนราษฎร ขอให้ใช้อำนาจหน้าที่ของทุกท่านอย่างซื่อตรง ซื่อสัตย์ ต่อประชาชนมากที่สุด อย่าเห็นพี่น้องประชาชนเป็นหมากเบี้ยเพื่อขึ้นสู่อำนาจเท่านั้น”
พรรคก้าวไกล เดินสายพบปะพูดคุยกับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ภาคอีสาน ประเดิมชุดแรกเขตอีสานตอนบน ที่อุดรธานี ต่อมา วันที่ 10 เมษายน 2553 จึงเดินทางต่อมาที่เขตอีสานตอนกลางที่ ร้อยเอ็ด จากนั้นช่วงวันเทศกาลสงกรานต์จะเดินทางต่อไปที่เขตอีสานใต้ ที่ นครราชสีมา
ที่จังหวัดร้อยเอ็ดซึ่งตรงกับวันครบรอบ 12 ปี เหตุการณ์สลายการชุมนุมคนเสื้อแดง 10 เมษายน 2553 ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ชวนว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคก้าวไกลทุกคน ร่วมรำลึกถึงการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย การเสียสละ และความสูญเสียของพี่น้องประชาชนในเหตุการณ์นี้ ซึ่งจนถึงปัจจุบัน ความยุติธรรมก็ยังไม่ปรากฏ และซ้ำร้ายยังถูกหักหลังจากนักการเมืองที่พี่น้องประชาชนคิดว่าจะเป็นหัวหอกในการต่อสู้เพื่อพวกเขา
ชัยธวัช กล่าวย้ำกับ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคก้าวไกลว่า พรรคอนาคตใหม่ก่อนที่จะมาเป็นพรรคก้าวไกลในวันนี้เกิดขึ้นด้วยเหตุผลสำคัญอย่างหนึ่ง หลังจากสรุปบทเรียนนับตั้งแต่ปี 2549 – 2553 ได้ว่า พรรคการเมืองและนักการเมืองที่มีอยู่ไม่สามารถเป็นตัวแทนในการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยของพี่น้องได้อย่างแท้จริง จึงต้องการองค์กรนำทางการเมืององค์กรใหม่
ชัยธวัช ถามกลับไปยังว่าที่ผู้สมัครฯ เพื่อให้ตอบกับตัวเองว่า วันนี้อาสามาเป็น ส.ส.พรรคก้าวไกลทำไม คิดแค่ว่าเป็นพื้นที่ทางการเมืองเพื่อให้ได้ลงเลือกตั้งหรืออยากเป็น ส.ส. เพื่อไปสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับประเทศไทย เพื่อทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชนดีกว่าที่เป็นอยู่ในตอนนี้
“ถ้าท่านคิดแค่ว่าเป็นเพียงพื้นที่ทางการเมืองเพื่อให้ได้ลงเลือกตั้ง ท่านน่าจะมาผิดที่ นี่คือสิ่งที่เราต้องพูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา เพราะจริงอยู่ว่าการเมืองในระบบรัฐสภา การชนะเลือกตั้งมีความจำเป็นอย่างแน่นอน แต่พรรคการเมืองที่คิดแค่เรื่องชนะเลือกตั้ง ผมคิดว่าไม่จำเป็นอีกต่อไปสำหรับสังคมการเมืองไทยในปัจจุบัน ประชาชนไปไกลกว่านักการเมืองและพรรคการเมืองที่คิดแค่เรื่องชนะเลือกตั้งแล้ว…
ชัยธวัช กล่าว
…พวกเขาต้องการนักการเมืองแห่งความเปลี่ยนแปลงในช่วงเปลี่ยนผ่านของสังคมไทยอย่างนี้!”
พรรคก้าวไกลมีระบบคัดสรรว่าที่ผู้สมัครฯ ที่ละเอียดตั้งแต่ระดับพื้นที่ก่อนมาสู่คณะกรรมการบริหาร โดยว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ได้เริ่มทำงานในพื้นที่ไปแล้วไม่น้อยกว่าครึ่งปีในทุกเขต ทำงานกับพี่น้องประชาชนครบทุกหมู่บ้าน ทั้งยังมีเวลาในการพัฒนานโยบายร่วมกันระหว่างว่าที่ผู้สมัครกับทีมนโยบายของพรรค จนได้นโยบายที่ตกผลึก ตอบโจทย์ปัญหาของพี่น้องประชาชน จึงมั่นใจได้ถึงคุณภาพของว่าที่ผู้สมัครฯ แต่ละคน
ด้วยผลงานตั้งแต่ครั้งยังเป็นพรรคอนาคตใหม่ มาจนเป็นพรรคก้าวไกล ประชาชนให้การยอมรับทั้งความหนักแน่น ความชัดเจนในทางการเมือง ศักยภาพของนักการเมืองรุ่นใหม่ที่จะสามารถบริหารประเทศได้ รวมถึงยังมีนโยบายที่จะตอบโจทย์ครบเครื่องทั้งทางการเมือง เศรษฐกิจ และสวัสดิการชีวิตความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน
อีกหนึ่งปัจจัยที่ ชัยธวัช มั่นใจว่าจะทำให้พี่น้องภาคอีสานมอบคะแนนให้กับพรรคก้าวไกล ก็คือ ความสำเร็จในการทำงานการเมืองท้องถิ่นของคณะก้าวหน้า ไม่ว่าจะเป็นโครงการน้ำประปาดื่มได้ของเทศบาลตำบลอาจสามารถ โครงการจัดการขยะก้าวหน้าของเทศบาลตำบลเขวา จ.ร้อยเอ็ด โครงการท่องเที่ยวชุมชนและโครงการวินิจฉัยดูแลผู้ป่วยทางไกล หรือ เทเลเมดิซีน (Telemedicine) ของเทศบาลตำบลหนองแคน จังหวัดมุกดาหาร
“ความสำเร็จเหล่านี้จะทำให้ประชาชนไว้วางใจเลือกพวกเรา เลือกพรรคก้าวไกลเข้าสภาเพื่อไปเป็นปากเสียงให้กับประชาชน มั่นใจว่าเลือกตั้งรอบนี้เราจะได้ ส.ส.ในพื้นที่ภาคอีสานเป็นจำนวนมาก และอาจจะมากกว่า 15 ที่นั่งที่คาดหวังไว้อย่างแน่นอน”