ปฏิรูปกองทัพ อย่าให้เกิดเคส ‘พลทหารประจักษ์’ อีก

ปฏิรูปกองทัพ อย่าให้เกิดเคส ‘พลทหารประจักษ์’ อีก


‘พลทหารประจักษ์’ ตัวอย่างว่าเป็น ‘ทหารเกณฑ์’ เสียอะไรมากกว่าที่คุณคิด

ช่วงเวลาเกณฑ์ทหารเพิ่งจบลงเมื่อวันที่ 20 เมษายนที่ผ่านมา และทุกปี เราต้องกลับมาตั้งคำถามเดิมว่า เป็นทหารเกณฑ์ได้อะไรมากกว่าที่คุณคิดจริงหรือ?

ประจักษ์ แก้วคงธรรม เคยเป็นหนุ่มนักกีฬา สุขภาพแข็งแรง กลับกลายเป็นคนพิการถาวร หลังจากถูกซ้อมระหว่างประจำการเป็นทหารเกณฑ์ ครอบครัวโดนลอยแพ ต้องวิ่งหาการชดเชยเยียวยาเอง และล่าสุดก็ชวดค่าตอบแทนผู้เสียหายในคดีอาญาเพราะยื่นขอเกินกรอบเวลา

พลทหารประจักษ์รักในการรับใช้ชาติในบทบาทชายชาติทหาร แต่กลับนำไปสู่ความพิการที่เกิดจากการถูกซ้อมระหว่างประจำการ สังกัดกองพันทหารอากาศโยธิน กองบิน 56 อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา กระทั่ง ปลดประจำการมายังคงมีอาการสมองเสื่อม จำคนรอบข้างไม่ได้ กลายเป็นคนพิการถาวร และต้องรับการรักษาตัวอย่างต่อเนื่อง

เหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้ครอบครัวต้องรับมือกับภาระรอบด้านตั้งแต่ปี 2560 มาจนถึงปัจจุบัน จากที่เคยเป็นเรี่ยวแรงสำคัญของครอบครัว สามารถดูแลแม่ที่มีอายุมากและลูกๆ ได้เป็นอย่างดี กลับกลายเป็นสภาพที่สวนทางกัน ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไม่ดี หางานทำยากลำบาก แม่ที่อายุมากต้องรับบทบาทนี้แทน ขณะที่การชดเชยเยียวยาจากกองทัพกลับกลายเป็นสิ่งที่ต้องต่อสู้ โดยต้องยื่นเรื่องต่อกรมสืบสวนคดีพิเศษเพื่อสืบเสาะหา

แม่ของพลทหารประจักษ์เคยยื่นคำขอพิจารณาค่าตอบแทนผู้เสียหายแก่จำเลยในคดีอาญาจากคณะอนุกรรมการ ซึ่งล่าสุด เพิ่งได้รับหนังสือตอบกลับมาว่าเป็นการยื่นคำขอเกินระยะเวลาภายในหนึ่งปีตั้งแต่วันที่ผู้เสียหายได้รู้ถึงการกระทำผิด จึงได้ยกคำขอไป

ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ สัดส่วนคนพิการ พรรคก้าวไกล ซึ่งติดตามช่วยเหลือเคสพลทหารประจักษ์ กล่าวว่า ระเบียบของฝ่ายยุติธรรมเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ แต่การที่กองทัพปล่อยให้ผู้เสียหายต้องดิ้นรนเรียกร้องการชดเชยเยียวยาความยุติธรรมด้วยตัวเองเช่นนี้เป็นเรื่องที่เข้าใจไม่ได้เลย

ปริญญา เคยปรึกษาหารือเรียกร้องความรับผิดชอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องผ่านประธานสภา เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2564 แต่ก็ไม่ได้รับความคืบหน้าเท่าที่ควร จึงได้ยื่นเรื่องเข้าสู่ กมธ.การทหาร สภาผู้แทนราษฎร ส่วนคดีที่ทีมงานพรรคก้าวไกลร่วมกับทนายความสิทธิมนุษยชน ยื่นเรื่องสอบสวนเป็นคดีพิเศษ ขณะนี้ DSI ได้รับเรื่องเรียบร้อยแล้ว จึงต้องคิดตามความคืบหน้ากันต่อไป

เคส ‘พลทหารประจักษ์’ ไม่ใช่เคสแรกและเคสเดียวที่ทหารเกณฑ์ถูกซ้อมจนบาดเจ็บสาหัส พิการ หรือเสียชีวิต มีทั้งคนที่สมัครใจและถูกบังคับเกณฑ์ทหารต้องประสบกับความอยุติธรรมในค่ายทหารหลายคน หลายครอบครัวต้องสูญเสียกำลังหลักของครอบครัวไป

ปริญญา ยังกล่าวว่า หากกองทัพยังเพิกเฉยปล่อยให้มีวัฒนธรรมลอยนวล ช่วยเหลือพวกพ้องและคนผิดเช่นนี้ การละเมิดสิทธิมนุษยชนในค่ายทหารจะคงอยู่ต่อไป พรรคก้าวไกล มีความฝันอยากเห็นกองทัพที่เปิดเผยและทันสมัย มีทหารเข้าประจำการณ์เพื่อทำหน้าที่อย่างมืออาชีพที่เหมือนนานาอารยประเทศ แม้ปัจจุบันสถานการณ์ความมั่นคงของโลกอยู่ในภาวะไม่แน่นอนก็จริง แต่สำหรับประเทศไทยยังอยู่ไกลกับคำว่า ภาวะสงครามที่ต้องใช้การเกณฑ์กำลังพลจำนวนมาก สิ่งควรเป็นคือการปฏิรูปให้มีกองทัพกระชับ เพื่อเปลี่ยนงบประมาณไปซื้ออาวุธที่ทันสมัยและมีศักยภาพในการป้องกันประเทศมากขึ้น

“ภายใต้ระบบกองทัพอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ การเป็นทหารอาจไม่ได้อะไรอย่างที่คุณคิด เส้นทางที่ควรมุ่งไปคือ การปฏิรูปกองทัพและการยกเลิกการบังคับเกณฑ์ทหารเพื่อให้มีทหารอาชีพ ที่มีสวัสดิการและสวัสดิภาพในชีวิตมาทำหน้าที่ตรงนี้แทน” ปริญญา กล่าว


พรรคก้าวได้เสนอแนวทางรูปธรรมด้วยการเสนอ ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร เข้าสู่สภา แต่น่าเสียดายที่เทคนิคทางกฎหมาย ทำให้ถูก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ปัดตกไปด้วยข้ออ้างว่าเป็นกฎหมายเกี่ยวกับการเงิน จึงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายอย่างยิ่งที่สังคมไทยพลาดโอกาสสำคัญในการปฏิรูปกองทัพ แต่พรรคก้าวไกลจะเดินหน้าผลักดันเรื่องนี้ต่อไปอย่างแน่นอน

Login