รัฐบาลปล่อยเครื่องบินรบเพื่อนบ้านรุกล้ำน่านฟ้าไทย ‘เกี้ยเซี้ยะ’ มิน อ่อง หล่ายน์ หรือไม่?

รัฐบาลปล่อยเครื่องบินรบเพื่อนบ้านรุกล้ำน่านฟ้าไทย ‘เกี้ยเซี้ยะ’ มิน อ่อง หล่ายน์ หรือไม่?


จากเหตุการณ์เครื่องบินรบมิก-29 รุกล้ำน่านฟ้าของไทย บริเวณบ้านวาเล่ย์​ อำเภอพบพระ จังหวัดตาก เป็นระยะเวลากว่า 20 นาที เมื่อวันที่ 30 มิถุนายน 2565 ผ่านมา ทำให้ประชาชนเกิดคำถามกันเป็นวงกว้างว่า กองทัพอากาศไทยและรัฐบาลปล่อยให้ลุกล้ำอธิปไตยไทยได้อย่างไร

มานพ คีรีภูวดล ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ สัดส่วนชาติพันธุ์ พรรคก้าวไกล พร้อมด้วย คำพอง เทพาคำ, องค์การ ชัยบุตร และ ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ออกแถลงการณ์เรียกร้องรัฐบาลรับผิดชอบและชี้แจงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่นานหลังหลังแม่ทัพภาค 3 ประชุมร่วม มิน อ่อง หล่ายน์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของเมียนมา

มานพ กล่าวว่า รัฐบาลและกองทัพไทยต้องให้ความสำคัญและตอบคำถามต่อประชาชน ใน 3 ประเด็นสำคัญ

📌 ทางการไทยปล่อยให้เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้อย่างไร?

เหตุการณ์นี้ทำให้ต้องมีการอพยพนักเรียนและประชาชนในพื้นที่เข้าสู่หลุมหลบภัย หมายความว่า กองทัพได้ปล่อยให้พวกเขาอยู่ในความเสี่ยง โดยต่อมา มีการชี้แจงจากกองทัพไทยว่า การรุกล้ำน่านฟ้าของกองทัพเมียนมา มีเหตุผลมาจากเขาไม่สามารถบินในพื้นที่เมียนมาได้ เนื่องจากติดภูเขาและสภาพภูมิศาสตร์ จึงจะต้องบินอ้อมผ่านเข้ามาในประเทศไทย คำถามสำคัญที่มีต่อเหตุการณ์นี้คือ กองทัพไทยเปิดโอกาสให้กองทัพเมียนมามีการบินเข้ามาเพื่อโจมตีกลุ่มผู้ต่อต้านโดยรุกล้ำน่านฟ้าไทยได้ถึง 3 ครั้งได้อย่างไร

ในระยะเวลา 3 รอบ ที่มีการบินเข้ามารุกล้ำอธิปไตยและน่านฟ้าไทย ใช้เวลารวมกันนานถึง 20 นาที ต่างจากที่กองทัพอากาศชี้แจงว่าส่งเครื่องบินไปลาดตระเวนตอบโต้อย่างรวดเร็ว ทั้งที่กองทัพมักประกาศตนเสมอว่า มีแสนยานุภาพและมีศักยภาพในการป้องกันความมั่นคงของประเทศเพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน


📌 รัฐบาลไทยรู้เห็นเป็นใจให้เครื่องบินเมียนมารุกล้ำน่านฟ้าไทยหรือไม่?

มีข้อสังเกตว่า ก่อนมีการโจมตีดังกล่าว 1 วัน มีภาพของแม่ทัพภาคที่ 3 ประชุมพูดคุยกับผู้นำรัฐบาลเมียนมา ที่ กรุงเนปิดอว์ จึงชวนให้สงสัยว่า มีการรู้เห็นเป็นใจปล่อยให้เครื่องบินรบของเพื่อนบ้านรุกล้ำอำนาจอธิปไตยไทยหรือไม่ ทั้งที่กองทัพมีหน้าที่ปกป้องอธิปไตยเป็นสิ่งสำคัญที่สุด แต่กลับไม่มีการตอบโต้อย่างทันท่วงที ปล่อยให้รุกล้ำถึง 3 ครั้ง ใช้น่านฟ้าไทยปฏิบัติการทางทหารจนเสร็จสิ้นภารกิจ

เวลาพูดถึงภัยความมั่นคง รัฐบาลและกองทัพไทยมักนำไปอ้างเพื่อจับกุมนักศึกษาและประชาชนและที่วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลและจัดการอย่างรวดเร็ว แต่พอเวลาที่มีเหตุการณ์ซึ่งเป็นภัยความมั่นคงจริงๆ กลับล่าช้าและไม่มีท่าทีที่เหมาะสม นอกจากนี้ ยังน่าสงสัยว่าจะใช้เหตุนี้เป็นเหตุผลเพื่อซื้อเครื่องบินรบใหม่หรือไม่


📌 ไทยมีแนวทางยุติความรุนแรงในเมียนมาผ่านเวทีอาเซียนอย่างไร

ในฐานะที่ไทยและเมียนมาเป็นประเทศสมาชิกอาเซียน ประเทศไทยควรมีบทบาทในการเสนอแนวทางยุติความรุนแรงผ่านเวทีอาเซียน เพราะตลอดระยะเวลาตั้งแต่วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2564 ที่รัฐบาลมิน อ่อง หล่ายน์ ยึดอำนาจจากพลเรือน ได้เกิดความรุนแรงมาโดยตลอดและลุกลามมาถึงแนวชายแดนไทย ตั้งแต่เชียงราย แม่ฮ่องสอน ไปถึงระนอง และส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนไทยในบริเวณนั้นอย่างมาก ทำให้ต้องเสี่ยงกับความไม่ปลอดภัยและอยู่อย่างวิตกกังวลเรื่อยมา

ทั้งนี้ การล่วงล้ำอำนาจอธิปไตยไทยแบบนี้ไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งแรก ก่อนหน้านี้ก็เคยมีกระสุนที่ยิงตกมายังฝั่งไทยเช่นกัน แต่ที่ผ่านมากลับยังไม่เห็นท่าทีอย่างเหมาะสมในการปกป้องชีวิต ทรัพย์สิน และอธิปไตยจากรัฐบาลไทย

นอกจากนี้ การใช้ความรุนแรงของรัฐบาลทหารเมียนมายังส่งผลให้เกิดผู้ลี้ภัยสงครามจำนวนมากอพยพมายังประเทศไทย ส่วนใหญ่เป็นเด็ก สตรี และผู้สูงอายุ จำเป็นต้องได้รับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม จึงขอเรียกร้องให้ กระทรวงมหาดไทยเปิดทางให้องค์กรต่างๆเข้าช่วยเหลือได้ตามหลักสิทธิมนุษยชน


สื่ออิเล็กทรอนิกส์ของพรรคก้าวไกลนี้ ได้รับการอุดหนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง ปี พ.ศ. 2565
ผลิตโดย บริษัท สเปกเตอร์ ซี จำกัด จำนวนที่ผลิต 1 ชิ้น งบประมาณ 3,000 บาท ผลิตวันที่ 1 กรกฎาคม 2565

Login

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า