“ก้าวไกล” พิษณุโลก-ลำปาง จัดเดิน – วิ่งวิบาก ประชดถนนเข้าชุมชนสุดพัง

“ก้าวไกล” พิษณุโลก-ลำปาง จัดเดิน – วิ่งวิบาก ประชดถนนเข้าชุมชนสุดพัง


2 ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พรรคก้าวไกล จ.พิษณุโลก และ จ.ลำปาง จัดกิจกรรมเดิน – วิ่งประชดรัฐ กรณีถนนเข้าชุมชนสุดพัง เป็นหลุมบ่อ-โคลนเลน หน้าฝนบางทีแม้แต่โฟวีลยังต้องใช้รถไถช่วยลากเพราะติดหล่ม เผยมีผู้ป่วยเสียชีวิตระหว่างทางไปโรงพยาบาลทุกปี ชี้กฎหมายอุทยาน – ป่าไม้ทำชีวิตความเป็นอยู่ประชาชนลำบาก สูญเสียโอกาสสารพัด

ศุภปกรณ์ กิตยาธิคุณ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดพิษณุโลก เขต 5 กล่าวว่า กิจกรรมที่จัดขึ้นนี้ให้ชื่อว่า “เดินขึ้นภูขัด ขจัดปัญหาที่ดิน” โดยได้ร่วมกับทีมงาน เพื่อเดินดูสภาพของถนนที่ขึ้นมาที่บ้านน้ำแจ้งพัฒนา หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่าบ้านภูขัด ต.นาบัว อ.นครไทย ซึ่งประชาชนอาศัยอยู่กว่า 800 หลังคาเรือน โดยถนนเส้นนี้ระยะทางประมาณ 15 กิโลเมตร สร้าง 30 กว่าปีแล้วไม่เคยซ่อม บางช่วงที่เป็นลาดยางก็ชำรุดเป็นหลุมเป็นบ่อ บางช่วงที่เป็นดินแดงลูกรังช่วงนี้ฝนตกหนักก็กลายเป็นโคลน ที่ขนาดบางครั้งแม้แต่รถกระบะโฟวีลยังติดหล่มต้องใช้รถไถมาช่วยลาก ซึ่งถนนเส้นนี้อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ แม้จะมีการร้องขอเรื่องก่อสร้างให้ดี แต่ทั้งองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) องค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) หรือแม้แต่กรมทางหลวงชนบท ก็ไม่สามารถดำเนินการให้ได้ เพราะติดปัญหากฎหมายของกรมป่าไม้ ทั้งๆ ที่ชุมชนที่อยู่ข้างบนนี้ รัฐไทยยอมรับว่ามีคนอยู่ มีการประกาศเป็นเขตหมู่บ้านแล้ว มีทั้งโรงเรียน มีทั้งโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) แต่ทว่าปัญหาเรื่องถนนก็ทำให้การพัฒนาสาธารณูปโภคต่างๆ ไม่อาจเข้ามาในพื้นที่ได้ ซึ่งปัจจุบันหมู่บ้านนี้ยังไม่มีไฟฟ้าใช้ ต้องใช้โซลาร์เซลล์บ้านใครบ้านมัน


“การที่ประชาชนไม่มีถนนที่ดี ทำให้เกิดต้นทุนที่ค่อนข้างสูงกว่าคนทั่วไป ไม่ว่าจะเป็น 1.ค่าใช้จ่าย คนในหมู่บ้านไม่มีทางเลือกอื่นต้องใช้รถกระบะโฟวีลสถานเดียวในการเดินทาง ซึ่งราคาแพงกว่ารถทั่วไป 2.เวลา ซึ่งการขนส่งสินค้าทางการเกษตรเพื่อมาจำหน่ายข้างล่างใช้เวลาเดินทางค่อนข้างนาน บางครั้งก็เสียโอกาสในการขายสินค้า 3.การสาธารณสุข ซึ่งที่ผ่านมามีคนเสียชีวิตระหว่างทางก่อนไปถึงโรงพยาบาลทุกปี มีเด็กที่คลอดระหว่างทางก่อนถึงมือหมอทุกปี ขนาดที่แซวกันว่าถ้าผู้ใหญ่บ้านคนไหนไม่เคยทำคลอดแสดงว่าเป็นผู้ใหญ่บ้านไม่ถึงปี 4.การศึกษา ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงความรู้ ข้อมูลข่าวสาร สัญญาณโทรศัพท์ก็มีเพียงจุดเดียวเท่านั้นซึ่งก็ไม่ค่อยชัดด้วย และ 5.เศรษฐกิจและสังคม ที่ปัจจุบันด้วยความที่พื้นที่ไม่ได้รับการพัฒนา ยิ่งเมื่อมาเจอสภาพสินค้าราคาเกษตรตกต่ำในยุคนี้ ก็ทำให้คนในหมู่บ้าน เมื่อโตขึ้นก็ต้องออกไปขายแรงงานในเมือง เพราะในหมู่บ้านไม่มีงานรองรับ”

ศุภปกรณ์กล่าว



ศุภปกรณ์ กล่าวด้วยว่า ปัญหาลักษณะเดียวกันนี้ไม่ใช่มีแค่ที่บ้านภูขัด ยังมีอีกหลายที่เช่น บ้านห้วยทรายเหนือ ต.ห้วยเหี้ยะ อ.นครไทย ถึงขั้นว่าประชาชนไม่ยอมไปเลือกตั้ง อบจ.เกือบทั้งหมู่บ้าน มีเพียงคนเดียวที่ไปคือตำรวจซึ่งเป็นคนเฝ้าหน่วยเลือกตั้ง นั่นเพราะต้องการประท้วงว่า เลือกไปนายก อบจ.ก็ไม่มาต่อสู้เรื่องถนนเพียงแค่ระยะทาง 5 กิโลเมตรให้ ทั้งนี้ แนวนโยบายเรื่องที่ดินของพวกเรา คือต้องการให้มีการพิสูจน์สิทธิ์ให้ประชาขนในเรื่องที่ดินทำกิน ที่ดินชุมชนอยู่อาศัย และมีการออกเอกสารแบบใดแบบหนึ่งให้ทุกคนรู้สึกมีความมั่นคง นอกจากนี้ยังจะช่วย 1.ลดการพิพาทระหว่างเอกชนกับเอกชนด้วยกันที่มีการยกย้ายเขตแดนกันไปมาแล้วแต่ใจตัวเอง และ 2.ลดข้อพิพาทระหว่างเอกชนกับเจ้าหน้าที่รัฐ เพราะการไม่มีเอกสารก็ทำให้เจ้าหน้าที่เหมือนหลับตาข้างหนึ่งปล่อยๆ ไป แต่พอมีความขัดแย้งกัน ก็ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือกลั่นแกล้งกันได้ ซึ่งเคยเกิดขึ้นมาแล้วที่ผู้ใหญ่บ้างทะเลาะกับลูกบ้านแล้วไปแจ้งกรมป่าไม้มาจัดการเรื่องที่ดินทำกินว่ารุกป่า

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กิจกรรม “เดินขึ้นภูขัด ขจัดปัญหาที่ดิน” นอกจากจะเป็นการเดินบนถนนที่อยู่ในสภาพผุพัง ย่ำแย่ เป็นหลุมบ่อ สลับดินโคลนแล้ว เมื่อมาถึงหมู่บ้านภูขัด ได้มีการจัดกิจกรรมสะท้อนปัญหาในพื้นที่ โดยมีประชาชนในชุมชนร่วมพูดคุยกว่า 30 คน ซึ่งส่วนใหญ่พูดตรงกันว่า กฎหมายของกรมป่าไม้ และกรมอุทยานฯ ทำให้พวกเขาประสบความยากลำบากในชีวิตเป็นอย่างมาก


ด้าน กฤตภพ สติดีนิติวงศ์ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.จังหวัดลำปาง เขต 2 กล่าวว่า สำหรับกิจกรรมที่จัดขึ้นชื่อ “วิ่งเปลี่ยนงาว” เป็นการวิ่งร่วมกับประชาชนระยะทาง 8 กิโลเมตร บนถนนลูกรังผสมดินโคลน เพื่อไปที่หมู่บ้านขวัญคีรีนอก ต.บ้านร้อง อ.งาว ซึ่งได้รับร้องเรียนเรื่องถนนเข้าหมู่บ้านนี้จากผู้นำชุมชน และก็มีการร้องขอความช่วยเหลือทั้ง อบต.บ้านร้อง และ อบจ.ลำปาง ไปแล้ว แต่ไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาแก้ปัญหาให้ได้ เนื่องจากถนนที่เข้าสู่หมู่บ้านนั้นอาจจะติดปัญหาเรื่องว่าเป็นพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ ขณะที่หมู่บ้านด้านบนซึ่งมีอยู่ 2 หมู่บ้านคือขวัญคีรีนอก และขวัญคีรีใน ที่ลึกเข้าไปอีกราว 10 กิโลเมตร นั้น ประชาชนอยู่กันมากว่า 100 ปี แต่วันหนึ่งก็ถูกประกาศว่ากำลังจะถูกประกาศเป็นเขตอุทยาน ซึ่งการติดปัญหากฎหมายของกรมป่าไม้ และกรมอุทยาแห่งชาติฯ แบบนี้ก็ทำให้การพัฒนาพื้นที่ไม่สามารถทำได้ ยกตัวอย่างถนนเข้าหมู่บ้านที่มีลักษณะดังกล่าว ไม่ได้มีที่นี่ที่เดียว แต่ยังมีอีกเป็น 10 หมู่บ้าน และตนเองก็ตั้งใจจะจัดกิจกรรมลักษณะเดียวกันนี้ให้ครบทุกหมู่บ้าน เพื่อสอบถามปัญหาและความคืบหน้าในการทำงานไปยังหน่วยงานต่างๆ จะได้รับทราบว่าติดปัญหาตรงไหน อย่างไรบ้าง ที่นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นเท่านั้น เป็นเสียงสะท้อนแรกที่อยากให้รัฐไทยหันมาให้ความใส่ใจกับปัญหาเรื่องที่ดินและความเดือดร้อนของประชาชน


“ผมตั้งใจที่จะจัดกิจกรรมนี้ เพื่อสะท้อนปัญหาให้สังคมได้เห็นว่า ประเทศไทยยังมีความเหลื่อมล้ำที่เกี่ยวกับโครงสร้างกฎหมายที่ไม่เป็นธรรมอยู่ ซึ่งต้องแก้ไข ไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.ป่าไม้ หรือไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ ซึ่งถ้าผมมีโอกาสจะเข้าไปทำเรื่องนี้อย่างแน่นอน โดยเฉพาะ พ.ร.บ. อุทยานแห่งชาติ ปี 2562 ที่มีการพิสูจน์สิทธิ์ประชาชนก่อนจะมีการกันเรื่องเขตแดนพื้นที่ ตามมาตรา 64 ซึ่งเป็นปัญหาอย่างมาก เพราะในพื้นที่นี้มีแต่การพิสูจน์แบบรายแปลง สิทธิ์ใครสิทธิ์มันของแต่ละเอกชน แต่ไม่มีการพิสูจน์แบบแปลงรวมที่ครอบคลุมพื้นที่สาธารณะประโยชน์ด้วย เมื่อเป็นอย่างนี้ทำให้ถนนหรือพื้นที่สาธารณะที่ไม่มีใครเสนอพิสูจน์ตกสำรวจ หลังหมดระยะเวลาพิสูจน์ภายใน 240 วันแล้วก็กลายเป็นเขตอุทยาน ไม่สามารถแผ้วถางทำอะไรได้ ทั้งๆ ที่ถ้ามีการพิสูจน์แบบแปลงรวม นายก อบต.ก็สามารถที่จะทำหนังสือขอหัวหน้าอุทยานเพื่อสร้างสาธารณูปโภคพื้นฐานในพื้นที่ได้ เรื่องนี้ผมคิดว่าต้องแก้ไขให้มีการพิสูจน์สิทธิ์พื้นที่ใหม่ โดยเฉพาะในรูปแบบแปลงรวม”

กฤตภพ กล่าว



กฤตภพ กล่าวด้วยว่า อีกเรื่องที่อยากผลักดัน คือกฎกระทรวงเกี่ยวกับระยะเวลาในการให้อนุญาต เพราะตอนนี้ไม่มีระยะเวลาชัดเจน ทำให้บางครั้ง อบต. ยื่นเรื่องขอไป แต่กว่าจะมีการอนุญาตก็ข้ามปี ทำให้งบประมาณที่ตั้งไว้ต้องกลายเป็นเงินสะสมไป ต้องตั้งของบฯ กันใหม่ปีต่อไป ดังนั้น ควรแก้กฎกระทรวงเรื่องกำหนดระยะเวลาให้ชัดเช่น ภายใน 30 วัน 60 วัน หรือ 90 วัน และสุดท้ายปีนั้นท้องถิ่นก็ไม่ได้ใช้งบประมาณ




สื่ออิเล็กทรอนิกส์ของพรรคก้าวไกลนี้ ได้รับการอุดหนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง ปี พ.ศ. 2565ผลิตโดย บริษัท สเปกเตอร์ ซี จำกัด จำนวนที่ผลิต 1 ชิ้น งบประมาณ 10,000 บาท ผลิตวันที่ 11 กันยายน 2565

Login

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า