โรยเกลือ Come Back! ฟ้อง ป.ป.ช. เอาผิด 5 รมต.

โรยเกลือ Come Back! ฟ้อง ป.ป.ช. เอาผิด 5 รมต.


จ่อฟ้อง ป.ป.ช. เอาผิด 5 รมต. หลังอภิปราย “อย่าใช้ความเงียบ กลบความจริง”


การอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแบบไม่ลงมติ ตามมาตรา 152 ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ที่ผ่านไปเมื่อวันที่ 17-18 กุมภาพันธ์ 2565 ไม่ได้มีไว้เพื่อซักถามถึงความล้มเหลวของรัฐบาลประยุทธ์ จันทร์โอชา และให้ข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลเท่านั้น แต่พรรคก้าวไกลจะนำหลักฐานที่ใช้ในการอภิปราย ยื่นต่อคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง

ช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาที่พรรคก้าวไกลเตรียมข้อมูลอภิปราย เราพบหลักฐานที่สามารถเอาผิดรัฐบาลได้หลายเรื่อง ตั้งแต่เรื่องค้ามนุษย์ การปกปิดการระบาดของโรคอหิวาต์ในสุกร น้ำมันรั่วในทะเลภาคตะวันออก ไปจนถึงการทุจริตและเอื้อผลประโยชน์ของบุคคลใน ครม. เราจึงเตรียมยื่นฟ้องรัฐมนตรี 5 คน ได้แก่

🎯 ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
🎯 อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข
🎯 เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
🎯 ประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์
🎯 วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

จากการอภิปรายของ ปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก เขต 1 เกี่ยวกับการระบาดของ ASF นั้นมีหลักฐานการปกปิดข้อเท็จจริงต่อการทุจริต ที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อพี่น้องประชาชน ซึ่งสามารถยื่นเอาผิดต่อ ป.ป.ช. ได้ และจะต้องนำเรื่องสู่ กมธ.ป.ป.ช. ของสภาผู้เเทนราษฎร ตรวจสอบด้วยอีกทาง

นอกจากนี้ การปกปิดข้อมูลในช่วง 3 ปีที่ผ่านมามีข้าราชการที่เกี่ยวข้องจำนวนมาก โดยเฉพาะข้าราชการระดับสูง ซึ่งอาจจะต้องฟ้องร้องต่อศาลอาญาคดีการทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง เรื่องนี้ต้องมีผู้รับผิดชอบ โดยเฉพาะกรมปศุสัตว์ ซึ่งสุดท้ายความเสียหายที่เกิดขึ้นส่งผลต่อซัพพลายทั้งหมดในอุตสาหกรรมในสุกร มีมูลค่ามากกว่า 200,000 ล้านบาท ซึ่งพรรคก้าวไกลจะรวบรวมภาคเอกชนที่ได้รับผลกระทบเพื่อฟ้องร้องค่าเสียหายต่อไปด้วย



ส่วนกรณีการทุจริตของสถานีกลางบางซื่อ ที่ จิรัฏฐ์ ทองสุวรรณ์ ส.ส.ฉะเชิงเทรา เขต 4 อภิปรายถึง ศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม และอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ว่า การรถไฟแห่งประเทศไทยค้างชำระค่าก่อสร้างกับผู้รับเหมาและยื่นเรื่องต่อรัฐมนตรีให้นำเรื่องเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเพื่อขอขยายวงเงินในการก่อสร้างเกือบ 3 ปี แล้ว แต่ศักดิ์สยาม ยังไม่ได้ดำเนินการนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ครม. จนมีการใช้สถานีกลางบางซื่อเป็นศูนย์ฉีดวัคซีนกลาง และสุดท้ายผู้รับเหมาได้ฟ้องร้องจำนวน 7,200 ล้านบาท

เอกสารคำฟ้องระบุว่า ผู้รับเหมาคือบริษัท ชิโนไทย และยูนิค ใช้ข้ออ้างว่ารัฐบาลนำสถานีกลางบางซื่อไปใช้ประโยชน์เป็นศูนย์ฉีดวัคซีนแล้ว ถือว่าได้รับงานจากผู้รับเหมาและนำไปใช้งานแล้ว แต่กลับยังค้างจ่ายค่าก่อสร้าง จึงเรียกร้องค่าเสียหาย 7,200 ล้านบาท ซึ่งน่าจะเป็นประเด็นเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน เพราะ อนุทินเกี่ยวข้องกับบริษัทชิโนไทย ซึ่งเป็นผู้ฟ้องรัฐบาล



นอกจากนี้ กรณีการปล่อยปละละเลยให้เกิดการรั่วไหลของน้ำมันในท้องทะเลภาคตะวันออก ที่ วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อ และ เบญจา แสงจันทร์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล จะจะยื่นหลักฐานเอาผิดถึง วราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะผู้รับผิดชอบต่อกรณีที่เกิดขึ้น ต่อ ป.ป.ช. ต่อไป เช่นกัน



ขณะเดียวกัน กรณีการค้ามนุษย์ และการลี้ภัยไปออสเตรเลีย ของพลตำรวจตรี ปวีณ พงศ์สิรินทร์ ก็เป็นประเด็นที่เราอยากให้สังคมติดตามอย่างใกล้ชิด ใน 3 ประเด็น คือ

  • เราจะทลายขบวนการค้ามนุษย์ได้อย่างไร
  • เจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้องกับการค้ามนุษย์ที่เหลืออยู่ยังมีใครอีกบ้าง จากยะไข่ สู่สะเดา มีหน่วยงานรัฐที่ต้องรับผิดชอบหลายหน่วย เราต้องไม่ลืมว่ามีใครที่รู้เห็นต่อขบวนการนี้ กองทัพเรือภาค 3 ดูแลชายแดนบริเวณดังกล่าว แต่ทหารเรือกลับถูกดำเนินคดี แค่ 1 คนเท่านั้น ยังมีทหารเรืออีกจำนวนมากที่อาจเกี่ยวข้อง หรือในประเด็นเจ้าหน้าที่ตำรวจที่จะต้องปฏิบัติหน้าที่ควบคุมดูแลเพื่อไม่ให้เกิดการกระทำที่ผิดกฎหมาย ซึ่งเราพบว่าตำรวจที่เกี่ยวข้องถูกดำเนินคดีน้อยมาก นี่ยังไม่นับถึงฝ่ายปกครองที่เกี่ยวข้องกับหลายจังหวัด ซึ่งพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย น่าจะรู้เห็นต่อกรณีนี้เป็นอย่างดี ความคืบหน้าตรงนี้ยังไม่มี
  • ปัจจัยที่นำไปสู่การลี้ภัยของพลตำรวจตรี ปวีณ ทั้งกรณีการย้ายตำเเหน่งที่ให้ไปอยู่ที่ 3 จังหวัดชายเเดน และการบีบบังคับต่างๆ ที่ตามมา


พรรคก้าวไกลจะยื่นเรื่องต่อ กมธ.การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้เเสวงหาข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น และให้รัฐบาลชี้เเจงต่อสังคม เพราะจนถึงวันนี้ รัฐบาลและเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องก็ยังไม่มีคำตอบอะไรที่ชัดเจน มีความพยายามหลีกเลี่ยงการตอบคำถามของสื่อมวลชน แต่พรรคก้าวไกล ยืนยันว่า ท่านไม่สามารถนำความเงียบ ความกลบฝัง ความจริงได้ต่อไป

“ประเด็นการค้ามนุษย์ เป็นประเด็นเเหลมคมทางการเมืองสูงมาก ที่เกี่ยวข้องกับการลี้ภัยและลาออกของพลตำรวจตรี ปวีณ พงศ์สิรินทร์ โดยพยานหลักฐานที่ดีที่สุด คือ พลตำรวจตรี ปวีณ ที่ลี้ภัยในออสเตรเลีย การที่เราให้มาชี้แจงใน กมธ.กฎหมาย จะเป็นช่องทางที่ดีที่สุด เพราะตั้งเเต่มีการอภิปรายเรื่องนี้ ยังไม่มีกมธ.ไหนในสภา ที่ติดตามและพร้อมที่จะตรวจสอบต่อ เพราะยังมีข้อกังขาต่อสังคมในหลายประเด็นใน กมธ.กฎหมาย เรายังมีผู้อาวุโส หลายคน หลายพรรคการเมือง และประเด็นการค้ามนุษย์ตนคิดว่า เป็นประเด็นที่ทุกฝ่ายควรให้ความสำคัญ เพื่อนำไปสู่การยื่นหลักฐานฟ้องต่อคณะกรรมการการป้องกันปราบปรามการทุจริตแห่งชาติต่อไป”

รังสิมันต์ โรม กล่าว

Login

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า