free geoip

ก้าวไกลลั่นปฏิรูปที่ดิน! คืนที่ดิน ส.ป.ก. ให้ประชาชน เปลี่ยนเป็นโฉนดที่ดินทั้งประเทศ เพิ่มงบพิสูจน์สิทธิ์ที่ดินทั้งประเทศ


“พิธา” ร่วม “ปลัดติ๋ง” เปิดเวทีเสนอนโยบายที่ดินที่จังหวัดลำพูนและพะเยา พูดคุยกลุ่มประชาชนผู้ได้รับผลกระทบที่ดิน ส.ป.ก.-ปัญหาที่ดินทับซ้อน ชงนโยบาย

👉 เพิ่มงบ 10,000 ล้านบาท พิสูจน์สิทธิที่ดินทั่วประเทศ
👉 ตั้งธนาคารที่ดินขยายกรรมสิทธิ์ที่ดินให้ประชาชน
👉 คืนที่ ส.ป.ก. ให้ประชาชน พร้อมเปลี่ยนเป็นโฉนด
👉 ใช้ภาษีที่ดินแปลงรวมให้คนที่ถือครองที่ดินคายที่ดินออกจากมือ
👉 พรรคก้าวไกลร่าง พ.ร.บ. “ที่ดินเพื่อประชาชน” เสร็จแล้ว เลือกตั้งจบพร้อมยื่นทันที



พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย อภิชาติ ศิริสุนทร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคก้าวไกล ร่วมเปิดเวทีนำเสนอนโยบายของพรรคก้าวไกลและรับฟังความคิดเห็นประชาชน ที่วัดแม่ตืน อ.ลี้ จ.ลำพูน และที่บ้านห้วยงิ้ว อ.จุน จ.พะเยา โดยผู้สนใจเข้าร่วมเวทีส่วนใหญ่เป็นประชาชนที่มีปัญหากรรมสิทธิ์ที่ดินทำกิน ในพื้นที่ที่ส่วนใหญ่เป็น ส.ป.ก. ซึ่งมีข้อจำกัดในการทำกินที่ทำให้ไม่สามารถต่อยอดได้


การแก้ปัญหาที่ดิน เริ่มต้นที่เอา พล.อ.ประยุทธ์ออกไป

ในส่วนของอภิชาติ ระบุว่าที่ดินเป็นปัจจัยการผลิตหลักของคนไทยส่วนใหญ่ แม้ว่าการเกษตรจะไม่ใช่ภาคเศรษฐกิจหลักของไทยอีกแล้ว แต่ประชากรส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในภาคเกษตร ปัญหาที่ดินในประเทศไทยคือการที่ประชากรกว่า 66 ล้านคน มีกรรมสิทธิ์ในที่ดินเพียงราว 15 ล้านคนเท่านั้น เป็นปัญหาที่เลวร้ายที่สุดที่รัฐบาลไหนก็ไม่ยอมแก้ เพราะรัฐมีธรรมเนียมวิธีคิดที่มองประชาชนเป็นเพียงผู้อยู่อาศัยบนที่ดินที่เป็นของรัฐ ที่ปัจจุบันมีการถือครองไว้เป็นจำนวนมากจนเกินไปโดยไม่ได้นำมาใช้ประโยชน์อะไร

ส่วนที่ดินที่มีการมอบให้ประชาชนทำกิน อย่างเช่น ส.ป.ก. ก็มีสถานะไม่ใช่กรรมสิทธิ์ ทำให้ประชาชนไม่สามารถนำไปเป็นต้นทุนต่อยอดอะไรได้ นี่คือต้นเหตุของความไม่มั่นคงในชีวิตของเกษตรกรจำนวนมาก คณะกรรมการที่ดินแห่งชาติที่ควรต้องแก้ปัญหานี้ก็ไม่ทำ เพราะคนที่นั่งเป็นประธานคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่มีระบบคิดแบบทวงคืนผืนป่า ไล่ประชาชนออกจากที่ดินทำกิน

“จากการทำงานในฐานะประธานคณะกรรมาธิการที่ดินฯ ตนพบว่าหน่วยงานรัฐหลายหน่วยงานยืนยันหนักแน่น ว่าอย่างไรก็จะไม่ยอมให้ที่ดินของตัวเองเปลี่ยนเป็นของประชาชน แต่ตนยืนยันว่าไม่มีเหตุผลใดที่จะเปลี่ยนไม่ได้ นี่คือประเทศประชาธิปไตย ถ้าประชาชนส่วนใหญ่อยากจะให้เปลี่ยนก็ต้องเปลี่ยนได้”


ประการแรกของการแก้ปัญหานี้ ต้องเริ่มต้นด้วยการเปลี่ยนเอา พล.อ.ประยุทธ์ออก ให้คนที่มีแนวคิดกระจายกรรมสิทธิ์ที่ดินให้ประชาชนอย่างพิธาได้มาเป็นนายกรัฐมนตรี และถ้ามีมือของ ส.ส. พรรคก้าวไกลในสภามากพอ เราจะสามารถผลักดันเปลี่ยน ส.ป.ก. เป็นโฉนดที่ดินให้ประชาชนได้ทันทีภายใน 100 วันแรกหลังการเลือกตั้ง

ตอนนี้พรรคก้าวไกลได้ร่างกฎหมายดังกล่าวออกมาเตรียมพร้อมไว้แล้ว ในนามของ “ร่าง พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินเพื่อประชาชน” มีหลักการที่จะเปลี่ยนที่ดิน ส.ป.ก. ที่มีจำนวนอยู่กว่า 40 ล้านไร่ ให้เป็นโฉนดเอกสารสิทธิ์ให้กับเกษตรกร พร้อมกับทวงคืนที่ดิน ส.ป.ก. คืนมาจากนายทุน ซึ่งจะมีการดำเนินการไปพร้อมกับการปรับปรุงกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และผลักดันกฎหมายภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้าแบบรวมแปลง เพื่อบีบให้นายทุนกระจายที่ดินที่ถือครองไว้ออกมา

“นโยบายเกษตรของประเทศจะไปต่อไกลกว่านี้ไม่ได้เลย ถ้าไม่จัดการปัญหาที่ต้นตอ คือปัญหากรรมสิทธิ์ที่ดิน ที่หากแก้ปัญหาได้แล้ว จะนำมาสู่ความมั่นคงในชีวิตของประชาชน นี่ไม่ใช่การหาเสียง แต่นี่คืออุดมการณ์ของพรรคก้าวไกล ที่หัวหน้าพรรคพูดมาไว้ตั้งแต่ตอนเป็นพรรคอนาคตใหม่ ในเรื่องของ “กระดุม 5 เม็ด” ที่เราเน้นย้ำเสมอว่าปัญหาที่ดินคือกระดุมเม็ดแรกที่ต้องแก้ให้ได้ก่อน ให้ประชาชนมีกรรมสิทธิ์ที่ดิน ซึ่งเป็นความมั่นคงที่สำคัญที่สุดของประชาชน โดยเฉพาะเกษตรกร และนี่คือสิ่งที่เรายื่นเข้าสภา พร้อมเปลี่ยน ส.ป.ก. เป็นโฉนดได้ทันทีหลังการเลือกตั้ง”

อภิชาติกล่าว




พรรคก้าวไกล พร้อมเป็นแกนนำปฏิรูปที่ดินทั้งประเทศ


ด้านพิธา ระบุว่าวันนี้ตนและพรรคก้าวไกล มาที่จังหวัดภาคเหนือเพื่อนำเสนอนโยบายและรับฟังความเห็นที่เกี่ยวกับเรื่องของที่ดินโดยเฉพาะ ซึ่งเชื่อว่าจะตอบโจทย์ประชาชนในหลายพื้นที่ภาคเหนือ ที่มีปัญหากรรมสิทธิ์ที่ดินได้ดีที่สุด

ที่ดินคือหนึ่งในต้นตอปัญหาความเหลื่อมล้ำในประเทศไทย ที่ดินในประเทศไทยมีจำนวนทั้งสิ้นกว่า 320 ล้านไร่ เป็นที่ดินภายใต้การครอบครองของรัฐไปแล้วถึงกว่า 200 ล้านไร่ อยู่ในมือของหน่วยงานรัฐต่างๆ ถึง 8 กระทรวง ภายใต้กฎหมาย 16 ฉบับ นำมาสู่ปัญหาเมื่อหน่วยงานรัฐทำการขีดเส้นแบ่งบนแผนที่ ในยุคที่เทคโนโลยีการทำแผนที่ยังไม่ทันสมัย โดยที่แต่ละหน่วยงานต่างคนต่างก็วัดกันเอง จึงไม่แปลกที่จะเกิดการทับซ้อนกันทั้งระหว่างหน่วยงานกันเอง และการอ้างกรรมสิทธิ์ทับที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยของประชาชน

พิธากล่าวต่อไป ว่าที่ผ่านมาเรามีปัญหา “3 ท.” ที่ประกอบด้วย

1) เทคโนโลยี ที่นำมาใช้ในขีดเส้นแบ่งที่ดินบนแผ่นที่ ก่อนหน้านี้รัฐใช้แผนที่อัตราส่วน 1 : 50,000 มากำหนดเขตที่ดินมาโดยตลอด ซึ่งเป็นอัตราส่วนที่ใหญ่เกินไปและนำมาสู่ความคลุมเครือและปัญหาความทับซ้อนต่างๆ

2) ทุนสำรวจ หรืองบประมาณในการพิสูจน์สิทธิ ที่วันนี้มีเพียงปีละราว 300 ล้านบาทเท่านั้น ซึ่งไม่สามารถนำไปสู่การพิสูจน์สิทธิเพื่อสร้างความชัดเจนได้ และ

3) ทัศนคติ ที่รัฐใช้อำนาจนิยมในการจัดการ ไม่ฟังเสียงของประชาชน เช่น การทวงคืนผืนป่า ที่นำมาสู่การดำเนินคดีประชาชนกว่า 9 หมื่นคดีทั่วประเทศ


การแก้ปัญหาทั้ง 3 ท. นี้ จะเกิดขึ้นได้ภายใต้รัฐบาลก้าวไกล เพราะเรามีทัศนคติที่ต่างออกไป ว่าเราต้องปลูกคนไปปลูกป่า ให้ประชาชนอยู่ร่วมกับป่า ทำกินกับป่า และรักษาป่าไปพร้อมกันได้ ให้ท้องถิ่นมีบทบาทในการสนับสนุนการกระจายที่ดิน เช่น การข้อบัญญัติท้องถิ่นแบบในต่างประเทศ ที่อนุญาตให้ประชาชนตัดไม้ได้ แต่ต้องปลูกทดแทน เช่น ตัด 1 ต้นต้องปลูก 3 ต้นมาทดแทน เป็นต้น


ในเรื่องของเทคโนโลยี วันนี้เรามีเครื่องมือในการแก้ปัญหาอยู่แล้ว แต่ไม่ได้ถูกนำมาใช้ นั่นคือเทคโนโลยี One Map ที่มีอัตราส่วนละเอียดขึ้นเป็น 1 : 4,000 หรือเพิ่มขึ้นกว่า 10 เท่า แต่ที่ผ่านมาไม่ได้ถูกนำมาใช้เนื่องจากหน่วยงานรัฐทั้ง 8 กระทรวงต่างคนต่างไม่ยอม แต่ถ้าตนได้เป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อไหร่ ตนจะบูรณาการนำเทคโนโลยี One Map ที่มีอยู่แล้วมาใช้ทันที

สุดท้ายคือเรื่องของทุน รัฐบาลก้าวไกลจะเพิ่มงบประมาณในการพิสูจน์สิทธิจาก 300 ล้านบาทเป็น 10,000 ล้านบาท ให้เกิดการพิสูจน์ได้ทันทีทั่วประเทศ

พิธากล่าวต่อไป ว่าโดยสรุปแล้ว พรรคก้าวไกลจะทำการปฏิรูปที่ดินครั้งใหญ่ เพื่อจบปัญหาคาราคาซังด้านที่ดินที่ตกอยู่ในมือของนายทุนขุนศึกศักดินามาเป็นเวลานานเกินไปแล้ว โดยจะดำเนินการทั้งหมด 5 ข้อ อันประกอบด้วย :

(1) การพิสูจน์สิทธิ์ในที่ดิน และเพิกถอนสภาพที่ดินของรัฐที่ประกาศทับพื้นที่ชุมชนที่อยู่มาก่อน โดยจะจัดตั้งกองทุนในการพิสูจน์สิทธิในที่ดิน 10,000 ล้านบาท เพื่อให้พิสูจน์สิทธิในที่ดินที่มีข้อพิพาททั้งหมดประมาณ 13 ล้านไร่ ภายในเวลา 5 ปี แก้ไขกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เช่น พ.ร.บ.ป่าไม้ 2484 พ.ร.บ.ป่าสงวนแห่งชาติ พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ร.บ.ที่ดินราชพัสดุ และมติครม.ที่เกี่ยวข้อง และปรับปรุงปัญหาทับซ้อนของแผนที่ให้แล้วเสร็จ

(2) มองสิทธิในที่ดินตามความเป็นจริง 3 ประเภท คือ สิทธิของเอกชน สิทธิของชุมชน และสิทธิของรัฐ และปรับโครงสร้างอำนาจการบริหารจัดการให้สอดคล้องกับรูปแบบสิทธิ ผลักดันกฎหมายธนาคารที่ดินเพื่อเป็นกลไกการกระจายการถือครองที่ดิน

(3) ให้กรรมสิทธิ์ประชาชน เริ่มจากเปลี่ยนที่ดิน ส.ป.ก. เป็นโฉนดเอกสารสิทธิ์ให้กับเกษตรกรตัวจริง ทวงคืนที่ดิน ส.ป.ก. จากนายทุน ผ่านร่าง พ.ร.บ.ปฏิรูปที่ดินเพื่อประชาชน

(4) ลดความเหลื่อมล้ำ ด้วยการปรับปรุงกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และผลักดันกฎหมายภาษีที่ดินอัตราก้าวหน้าแบบรวมแปลง

(5) คืนความยุติธรรม ด้วยการนิรโทษกรรมคดีที่เกี่ยวกับป่าไม้และที่ดินที่มีการดำเนินคดีทั้งหมด

“ที่ดินข้างๆ เป็น ส.ป.ก. ฝั่งตรงข้ามเป็นโฉนด เยื้องไปเป็นที่ราชพัสดุของกระทรวงการคลัง ในสวนเป็น ส.ป.ก. หน้าบ้านเป็นที่ป่าสงวน นี่คือปัญหาความสับสนวุ่นวายที่เกิดขึ้นในหลายๆ ตำบล หลายๆ หมู่บ้านทั่วประเทศ บางครั้งที่ดินแต่ละประเภทของรัฐก็ทับกันเอง ตราบที่เป็นแบบนี้ต่อไปประชาชนก็ไม่มีวันมีความมั่นคงในที่ทำกินได้ นโยบายที่ดินของเรา คือการผลักดันให้เกิดการพิสูจน์สิทธิทั่วประเทศ บังคับใช้ One Map เอาที่ดิน ส.ป.ก. คืนจากนายทุน เปลี่ยน ส.ป.ก. ประชาชนที่ตรงปกให้เป็นโฉนด เปลี่ยนเกณฑ์ภาษีที่ดินเป็นแปลงรวมบีบให้นายทุนคายที่ดินออกมา นี่คือปัญหาที่ต้องจบในรัฐบาลก้าวไกล”

พิธากล่าว


พิธาและอภิชาติ ยังได้ร่วมเดินสำรวจที่ดินที่มีปัญหาทับซ้อน ในพื้นที่ อ.จุน จ.พะเยา พร้อมเปิดแผนที่ดาวเทียมเปรียบเทียบ พบว่านอกจากมีการกินพื้นที่ของรัฐเข้ามาทับซ้อนที่ดินของประชาชนแล้ว ยังมีการทับซ้อนกันเองระหว่างที่ ส.ป.ก. และที่ป่าสงวนอีกด้วย ซึ่งที่ผ่านมาประชาชนที่ได้รับผลกระทบเคยยื่นขอให้หน่วยงานรัฐเข้ามาแก้ปัญหา แต่ก็ไม่สามารถดำเนินการให้ได้ เนื่องจากไม่มีหน่วยงานใดกล้าอ้างสิทธิบนที่ดินผืนดังกล่าว ซึ่งพิธาระบุว่านี่คือตัวอย่างที่ชัดเจนที่สุด ของการจัดการที่ดินภายใต้แนวทางและวิธีคิดของรัฐที่เป็นมาจนถึงปัจจุบันนี้ และยิ่งเป็นเหตุผลว่าเหตุใดการปฏิรูปที่ดินจึงต้องเกิดขึ้นเพื่อแก้ปัญหาเรื้อรังนี้อย่างถาวร


สำหรับว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคก้าวไกลของจังหวัดพะเยานั้น ประกอบไปด้วย :

เขต 1 วิสา บุญนัดดา เจ้าของธุรกิจขายเบอร์เกอร์และเบเกอรี่
เขต 2 วิทวัส รัชตาจ้าย อดีตข้าราชการศาลยุติธรรม
เขต 3 ชัยประพันธ์ สิงห์ชัย อดีตนายกเทศมนตรี ต.ห้วยลาน และเจ้าของธุรกิจฟาร์มโคเนื้อ



สื่อชิ้นนี้ผลิตโดย พรรคก้าวไกล เลขที่ 167 ชั้น 4 ซอยรามคำแหง 42 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240 จำนวนที่ผลิต 1 โพสต์ วันที่ผลิต 5 กุมภาพันธ์ 2566

Login

พรรคก้าวไกล

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า