free geoip

อนาคตใหม่ ก้าวไกล เพื่อประเทศไทยไม่เหมือนเดิม เริ่มที่ขอนแก่น!


เป็นการกลับมาร่วมเวทีเดียวกันในรอบ 3 ปีหลังการยุบพรรคอนาคตใหม่ ของ “พิธา-ธนาธร-ปิยบุตร-พรรณิการ์” ทำให้เวทีปราศรัยของพรรคก้าวไกลที่สวนรัชดานุสรณ์ อ.เมือง จ.ขอนแก่น วันนี้เป็นไปอย่างคึกคัก ท่ามกลางประชาชนที่รอฟังการปราศรัยกว่าพันคน


พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า 4 ปีก่อน หลายคนตั้งคำถามว่าการทำการเมืองแบบอนาคตใหม่ ที่ไม่มีหัวคะแนน ที่คนธรรมดามาลง ส.ส. จะทำให้เราได้ ส.ส.สักกี่คน แต่สุดท้ายผลลัพธ์ก็เป็นอย่างที่เห็น หรือการทำงานในสภาฯ ทั้งอภิปรายกระดุม 5 เม็ด หรือเรื่องตั๋วช้าง ที่ได้รับการยอมรับ พวกเราทำได้ เราพิสูจน์ว่าเขาพูดผิด ในการเลือกตั้ง 2562 ที่ขอนแก่น พรรคอนาคตใหม่ได้เกือบ 200,000 คะแนน เขต 1 ขอนแก่น ได้คะแนนมากกว่า 40% เจาะไข่แดงได้สำเร็จ

“เขากระทืบเราให้จมดิน แต่ไม่รู้เลยว่าเราคือเมล็ดพันธุ์ ยิ่งเหยียบยิ่งโต เขาเด็ดดอกไม้ได้ แต่หยุดฤดูใบไม้ผลิไม่ได้”



วันนี้เหลืออีกเพียงประมาณ 60 วันก่อนเลือกตั้ง อยากขอให้ประชาชน เข้าคูหา ไม่ใช่แค่กาเพื่อเปลี่ยนรัฐบาล แต่กาเพื่อเปลี่ยนประเทศ กาก้าวไกล ให้ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม โดยที่ว่า “ไม่เหมือนเดิม” คือ

(1) “การเมืองดี” เลือกก้าวไกลให้ถล่มทลาย ส่งลุงกลับบ้านเลี้ยงหลาน ปิดสวิตช์ 3ป ตนเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อไร ทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญใหม่ภายใน 100 วันแรกทันที

(2) “ปากท้องดี” คือเปลี่ยนให้ขอนแก่นไม่เหมือนเดิม ตลอดเวลาที่ผ่านมาวิสัยทัศน์ของตนสำหรับภาคอีสานไม่เคยเปลี่ยน และนับวันยิ่งชัดขึ้นเรื่อยๆ สรุปเป็น 3 คำนี้ คือ ‘ตัดตอน แต้มต่อ ตั้งตัว’

  • 📍‘ตัดตอน’ คือ ตัดตอนทุนผูกขาด เราต้องเปลี่ยนแรงงานเป็นผู้ประกอบการ เป็นเถ้าแก่อีสานให้ได้ นโยบายก้าวไกล ขึ้นค่าแรงทันที 450 บาท ผลักดันกฎหมายสุราก้าวหน้า สร้างงานซ่อมประเทศไปด้วยกัน
  • 📍‘แต้มต่อ’ คือ หวย SME ให้แต้มต่อแก่ร้านรายย่อย เปลี่ยนใบเสร็จเป็นหวย ใครช่วยซื้อสินค้าจากรายย่อย ลุ้นได้เงินล้าน
  • 📍‘ตั้งตัว’ คือกองทุนตั้งตัว ให้เงินทุน SME ตั้งตัวรายละ 1 แสนบาท โดยไม่ต้องใช้หลักประกัน 2 แสนรายต่อปี

และ (3) “มีอนาคต” คือ คนขอนแก่นต้องกำหนดอนาคตตัวเองได้ ซึ่งจะมีอนาคตได้ ต้องกระจายอำนาจ ปลดล็อกท้องถิ่น

พิธาทิ้งท้ายว่า ขอให้ประชาชนเลือกว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ขอนแก่น ของพรรคก้าวไกลทั้ง 11 คนเข้าสภาฯ ยืนยันไม่มีงูเห่าแน่นอน เพราะพรรคก้าวไกลมีเวลามากกว่าพรรคอนาคตใหม่ในการคัดสรรผู้สมัคร มีถึง 4 ด่าน คือ เขียนใบสมัคร สอบสัมภาษณ์ ผ่านหลักสูตรการเมือง และลงพื้นที่หาเสียง ขอให้ประชาชนไว้ใจ เลือกพิธาเป็นนายกฯ เราจะมีการเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคตไปด้วยกัน


ด้าน ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ อดีตหัวหน้าพรรคอนาคตใหม่และประธานคณะก้าวหน้า ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล กล่าวว่า 4 ปีที่ผ่านมาสรุปได้อย่างหนึ่งจากประสบการณ์ของตน คือประเทศนี้ สังคมแบบนี้กดขี่เอารัดเอาเปรียบคนส่วนใหญ่ของประเทศ ประเทศนี้เอาดอกผลของการพัฒนาไปจุนเจือให้กับคนส่วนน้อยอภิสิทธิ์ชนในสังคม ถ้าเราอยากสร้างสังคมที่ดีขึ้น ต้องกล้าชนกับโครงสร้างที่อยุติธรรม และประเทศนี้มีพรรคการเมืองเดียวที่กล้าเผชิญปัญหาที่ต้นตอ กล้าต่อสู้กับกลุ่มทุนผูกขาด ต่อสู้กับรัฐราชการรวมศูนย์ นั่นคือ “พรรคก้าวไกล” (อ่านต่อ)

ขณะที่ ปิยบุตร แสงกนกกุล เลขาธิการคณะก้าวหน้า อดีตเลขาธิการพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ในเดือนพฤษภาคมนี้ ตนอยากชวนให้ทุกคนใช้บัตรเลือกตั้งในการเปลี่ยนสามสิ่งใหญ่ คือ (1) เปลี่ยนขั้วรัฐบาลให้ได้ โดยอย่าหลงลืมไปเจาะจงแต่ พล.อ.ประยุทธ์ เท่านั้น เพราะ 3 ป. ยังมี “ป.ประวิตร” และ “ป.ป๊อก-อนุพงษ์” ด้วย (2) เปลี่ยนรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมาสภาชุดนี้พยายามแก้รัฐธรรมนูญหลายครั้ง แต่ก็ต้องติดอุปสรรค โดยเฉพาะจากวุฒิสภา ทางเดียวที่จะจัดการเรื่องนี้ได้ ต้องเลือก ส.ส. พรรคก้าวไกลเข้าไปให้มากที่สุด ให้เกิน 250-300 คน จะนำไปสู่การแก้รัฐธรรมนูญได้แน่นอน และ (3) เปลี่ยนประเทศไทย คือการเปลี่ยนโครงสร้างของประเทศ เช่น กระจายอำนาจ รัฐสวัสดิการ ทลายทุนผูกขาด


ขณะที่ พรรณิการ์ วานิช กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า อดีตโฆษกพรรคอนาคตใหม่ ในฐานะผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล กล่าวว่า วันนี้อนาคตใหม่และก้าวไกลรวมตัวกันไม่ใช่เพราะกระแสตก แต่ถึงเวลาแล้วที่จะลั่นกลองรบ บอกว่าพวกเรากลับมาแล้ว ที่นี่ที่แรกที่ขอนแก่น เพื่อพิสูจน์ว่าต่อให้ตัดสิทธิทางการเมืองของเราได้ แต่ไม่มีวันตัดสิทธิทางการเมืองของใครออกจากใจของประชาชน โดยเฉพาะในใจพี่น้องชาวอีสาน

สำหรับรายชื่อว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น พรรคก้าวไกล จำนวน 11 เขต ประกอบด้วย

เขต 1 วีรนันท์ ฮวดศรี
เขต 2 อิทธิพล ชลธราศิริ
เขต 3 ชัชวาล อภิรักษ์มั่นคง
เขต 4 วุฒิรักษ์ แพงตาแก้ว
เขต 5 วิชัย อินทรประสิทธิ์
เขต 6 สานิตย์ พระโบราณ
เขต 7 รุ่งวิชิต คำงาม
เขต 8 อำนวย วิชาโคตร
เขต 9 วนัฏศนันท์ ธีรวรวรรณ
เขต 10 นิวัตร สระพรม
เขต 11 ณัฏฐณิชา สารบรรณ




Highlight รวมผู้ปราศรัยทุกคน





เขากระทืบเราให้จมดิน แต่ไม่รู้เลยว่าเราคือเมล็ดพันธุ์ ยิ่งเหยียบยิ่งโต

4 ปีก่อน หลายคนตั้งคำถามว่าการทำการเมืองแบบอนาคตใหม่ ที่ไม่มีหัวคะแนน ที่คนธรรมดามาลง ส.ส. จะทำให้เราได้ ส.ส.สักกี่คน แต่สุดท้ายผลลัพธ์ก็เป็นอย่างที่เห็น หรือการทำงานในสภาฯ ทั้งอภิปรายกระดุม 5 เม็ด หรือเรื่องตั๋วช้าง ที่ได้รับการยอมรับ พวกเราทำได้ เราพิสูจน์ว่าเขาพูดผิด

เขากระทืบเราให้จมดิน แต่ไม่รู้เลยว่าเราคือเมล็ดพันธุ์ ยิ่งเหยียบยิ่งโต เขาเด็ดดอกไม้ได้ แต่หยุดฤดูใบไม้ผลิไม่ได้

ในการเลือกตั้ง 2562 ที่ขอนแก่น พรรคอนาคตใหม่ได้เกือบ 200,000 คะแนน เขต 1 ขอนแก่น ได้คะแนนมากกว่า 40% เจาะไข่แดงได้สำเร็จ

2 เดือนก่อนหน้านี้ หลายคนบอกว่าเป็นไปไม่ได้ ที่แกนนำอดีตพรรคอนาคตใหม่ จะมาช่วยพรรคก้าวไกลหาเสียง แต่พวกเราคือมิตรแท้ ที่พร้อมต่อสู้และเดินทางร่วมกัน

วันนี้เหลืออีกเพียงประมาณ 60 วันก่อนเลือกตั้ง อยากชวนให้ประชาชนเปลี่ยน 3ป. เป็น 3P “พิธา-ปิยบุตร-พรรณิการ์”

เลือกตั้งทั้งที เราอย่าแค่เปลี่ยนรัฐบาล แต่ต้องเปลี่ยนประเทศ ถามว่าเปลี่ยน?

“เปลี่ยนให้การเมืองดี” เลือกก้าวไกลให้ถล่มทลาย ส่งลุงกลับบ้านเลี้ยงหลาน ปิดสวิตช์ 3ป. ผมเป็นนายกรัฐมนตรีเมื่อไร ทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญใหม่ภายใน 100 วันแรกทันที

“เปลี่ยนให้ปากท้องดี” สรุปเป็น 3 คำนี้ คือ ‘ตัดตอน แต้มต่อ ตั้งตัว’

‘ตัดตอน’ คือ ตัดตอนทุนผูกขาด เราต้องเปลี่ยนแรงงานเป็นผู้ประกอบการ เป็นเถ้าแก่อีสานให้ได้ นโยบายก้าวไกล ขึ้นค่าแรงทันที 450 บาท ผลักดันกฎหมายสุราก้าวหน้า สร้างงานซ่อมประเทศไปด้วยกัน

‘แต้มต่อ’ คือ หวย SME ให้แต้มต่อแก่ร้านรายย่อย เปลี่ยนใบเสร็จเป็นหวย ใครช่วยซื้อสินค้าจากรายย่อย ลุ้นได้เงินล้าน

‘ตั้งตัว’ คือกองทุนตั้งตัว ให้เงินทุน SME ตั้งตัวรายละ 1 แสนบาท โดยไม่ต้องใช้หลักประกัน 2 แสนรายต่อปี

“เปลี่ยนมีอนาคต” คือ คนขอนแก่นต้องกำหนดอนาคตตัวเองได้ ซึ่งจะมีอนาคตได้ ต้องกระจายอำนาจ ปลดล็อกท้องถิ่น

สุดท้าย ผมขอให้เลือกก้าวไกลให้ถล่มทลาย “กาก้าวไกล ให้ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม”


พิธา ลิ้มเจริญรัตน์
หัวหน้าพรรคก้าวไกล






ทำไมต้องเลือกพรรคก้าวไกล ทำไมประเทศไทยต้องมีนายกชื่อพิธา!

ครบรอบสามปีกว่าพอดีหลังพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ก่อนหน้านี้ผมเป็นผู้ติดตามการเมืองจากวงนอก มาวันนี้ได้เป็นผู้เล่นในสนามด้วยตัวเอง ทำงานการเมืองมาจนมีประสบการณ์มาระยะเวลาหนึ่งแล้ว

หลังจากที่ถูกตัดสิทธิ ผมได้ใช้เวลาทำงานร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมากกว่า 60 แห่งในประเทศไทย หลายแห่งอยู่ในภาคอีสาน ผมที่เกิดและเติบโตในกรุงเทพ ไม่เคยเข้าใจความเดือดร้อนของประชาชนอย่างใกล้ชิด แต่สี่ปีมานี้ที่ได้ทำงานในพื้นที่ ผมได้เห็นความยากลำบากของประชาชน

เป็นไปได้อย่างไรที่ในปี 2566 คนส่วนใหญ่ของภาคอีสานยังไม่มีน้ำประปาสะอาดใช้ ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กขาดแคลนอุปกรณ์การเรียนการสอน บ่อขยะยังไม่ถูกสุขลักษณะ

4 ปีที่ผ่านมา ผมได้เห็นความเดือดร้อนของประชาชน เห็นการทุจริตในสภา เห็นการสืบทอดอำนาจของเผด็จการ ในวันที่พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ผมไม่โกรธ ไม่แค้น แต่น้อยใจในโชคชะตาที่ไม่มีโอกาสมีอำนาจในการบริหารประเทศ และเอาอำนาจนั้นมารับใช้ประชาชน สร้างสังคมไทยที่ลูกหลานมีงานที่มั่นคงทำ มีเงินเหลือมาเลี้ยงดูพ่อแม่ที่แก่เฒ่า สร้างประเทศไทยที่เป็นประชาธิปไตย

แต่วันนี้ ผมพร้อมทำงานเป็นวัวเป็นควายให้กับพรรคก้าวไกล เพราะผมเชื่อเหลือเกินว่าพรรคก้าวไกลเป็นพรรคเดียวที่จะทำความฝันของผมให้เป็นจริงได้

4 ปีที่ผ่านมาสรุปได้อย่างหนึ่งจากประสบการณ์ของผม ว่าประเทศนี้ สังคมแบบนี้กดขี่เอารัดเอาเปรียบคนส่วนใหญ่ของประเทศ ประเทศนี้เอาดอกผลของการพัฒนาไปจุนเจือให้กับคนส่วนน้อยอภิสิทธิ์ชนในสังคม ถ้าเราอยากสร้างสังคมที่ดีขึ้น ต้องกล้าชนกับโครงสร้างที่อยุติธรรม

ประเทศนี้มีพรรคการเมืองเดียวที่กล้าทำเผชิญปัญหาที่ต้นตอ กล้าต่อสู้กับกลุ่มทุนผูกขาด ต่อสู้กับรัฐราชการรวมศูนย์ นั่นคือ “พรรคก้าวไกล”

ตลอดเวลาที่ผ่านมา ผมเฝ้าดูการเติบโตของพรรคก้าวไกลด้วยความเป็นห่วงว่าพรรคก้าวไกลจะไปไหวหรือไม่ แต่วันนี้ผมมั่นใจได้ว่าพรรคก้าวไกลไปไกลกว่าพรรคอนาคตใหม่แล้ว และคนที่จะนำพาเราไปสู่สังคมที่เราต้องการได้ คือ “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์”

พิธาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในกิจการแปรรูปข้าวเป็นน้ำมันรำข้าว ยกระดับราคาสินค้าเกษตร พิธาทำสำเร็จมาแล้ว พิธาเรียนรู้ เข้าใจโลกและสังคมได้เร็วมาก ฉลาดหลักแหลม พร้อมเรียนรู้มาตลอดเวลา และที่สำคัญที่สุดคือมีความกล้าหาญทางการเมือง กล้าอภิปรายในเรื่องละเอียดอ่อน ปัญหาสำคัญของประเทศได้อย่างน่าฟัง เปิดประตูบานใหม่ในสภาผู้แทนราษฎร

ผมเคยเชื่อว่าพิธาจะเป็นรัฐมนตรีที่ดีคนหนึ่ง แต่วันนี้ผมเลิกเชื่อไปแล้วว่าพิธาจะเป็นรัฐมนตรีที่ดี…

เพราะพิธาจะเป็นนายกรัฐมนตรีที่ดีที่สุด ไม่มีใครเหมาะสมไปกว่าพิธาในการเป็นผู้นำพาประเทศไทยออกจากความสิ้นหวัง จุดเทียนแห่งแสงสว่างให้กับประเทศไทย!


ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
ประธานคณะก้าวหน้า
ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล






พรรคก้าวไกลเท่านั้น ที่จะสร้างการเมืองแห่งความหวัง การเมืองแห่งอนาคต

ในเดือนพฤษภาคมนี้ คนไทยจะได้หย่อนบัตรเลือกตั้งอีกครั้ง อยากชวนให้ทุกคนใช้บัตรเลือกตั้งในการเปลี่ยน 3 สิ่งใหญ่

📌 เปลี่ยนที่หนึ่ง คือเปลี่ยนขั้วรัฐบาลให้ได้ เพราะ 8 ปีที่ผ่านมายาวนานเกินไปแล้ว แต่เราต้องอย่าหลงลืมไปจำเพาะเจาะจงแต่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เพราะ 3ป ยังมี “ป.ประวิตร วงษ์สุวรรณ” และ “ป.ป๊อก-อนุพงษ์ เผ่าจินดา” ด้วย โดยเฉพาะในการเลือกตั้งรอบนี้ เราต้องจับตาไปที่ พล.อ.ประวิตร เป็นพิเศษ

ที่ผ่านมา แม้ พล.อ.ประวิตร จะพยายามสร้างภาพว่าในการเลือกตั้งงวดนี้ ตัวเองจะมาเป็น ‘โซ่ข้อกลาง’ ก้าวข้ามความขัดแย้ง แต่นี่คือสิ่งที่ พล.อ.ประวิตร ไม่สามารถทำได้แน่นอน เพราะความขัดแย้งที่ผ่านมาในรอบสองทศวรรษตั้งแต่ปี 2548 ล้วนมี พล.อ.ประวิตรเป็นมูลเหตุหนึ่งของความขัดแย้งทั้งสิ้น

ทั้งในการสลายการชุมนุมเสื้อแดงปี 2553 การรัฐประหารปี 2557 ต่อมาก็ได้เป็นรัฐมนตรี ได้เป็นผู้ดูแล ส.ส. ที่มาสนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ สรุปเป็นอื่นไม่ได้เลยว่าอยากจะกินรวบตั้งแต่ต้นจนจบ สุดท้ายการปรองดองภายใต้ พล.อ.ประวิตร จะเป็นได้แค่การปรองดองจอมปลอม

เพราะการปรองดองต้องเกิดจากการยอมรับความจริง รู้ว่าต้นเหตุของปัญหาอยู่ที่ไหน แก้ปัญหาได้อย่างถูกจุด ไม่ใช่การซุกขยะไว้ใต้พรม ไล่ยิง ไล่จับขังประชาชน แล้วบอกให้เลิกแล้วต่อกัน ดังนั้น คนเดียวที่จะจัดการให้เกิดการปรองดองได้วันนี้ มีแต่ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกลเท่านั้น

📌 เปลี่ยนที่สอง คือเปลี่ยนรัฐธรรมนูญ ที่ผ่านมาสภาฯ ชุดนี้ พยายามแก้รัฐธรรมนูญหลายครั้ง แต่ต้องติดอุปสรรคตลอด โดยเฉพาะจากวุฒิสภาที่แปลงร่างเป็นผู้ออกใบอนุญาตให้แก้รัฐธรรมนูญได้หรือไม่ ล่าสุดพรรคก้าวไกลผลักดันให้จัดประชามติพร้อมวันเลือกตั้ง ก็ติดที่วุฒิสภาอีกแล้ว ทางเดียวที่เราจะจัดการเรื่องนี้ได้ ต้องเลือก ส.ส. พรรคก้าวไกลเข้าไปให้มากที่สุด ให้เกิน 250-300 คน ให้แรงกดดันนี้จากเสียงของประชาชน นำไปสู่ผู้ลงมติอย่างล้นหลาม จะแก้รัฐธรรมนูญได้แน่นอน

📌 เปลี่ยนที่สาม คือเปลี่ยนประเทศไทย เพราะประเทศไทยมีโครงสร้างปัญหาหลากหลายเรื่องราว หมักหมมเรื้อรังมานานตั้งแต่ปี 2548 การแก้ปัญหาที่ผ่านมาเปรียบเหมือนการซื้อยาแก้ปวดมากินเป็นครั้งคราว ทั้งที่ความจริงต้องใช้การผ่าตัดใหญ่ ด้วยการแก้ปัญหาให้ถึงที่โครงสร้าง เช่น

  • การกระจายอำนาจ ไม่ใช่โยนเงินให้ไปเป็นครั้งๆ แล้วจบ
  • เราต้องมีรัฐสวัสดิการ ไม่ใช่นโยบายแจกเงินแบบครั้งคราวเดี๋ยวก็หมด
  • เราต้องทลายทุนผูกขาด ที่กินรวบประเทศไทยทั้งโครงสร้าง ไม่ใช่มาลดแลกแจกแถมให้ผู้ประกอบการขนาดเล็กเป็นเรื่องๆ ไ
  • เราต้องการการปฏิรูปที่ดิน ไม่ใช่การเดินแจกโฉนดชุมชนคราวละที่


แม้อดีตกรรมการบริหารพรรคอนาคตใหม่ จะถูกยุบพรรคและตัดสิทธิ 10 ปี แต่เชื่อได้ว่าความรักความผูกพันที่ประชาชนมอบให้เรายังคงอยู่ ทำให้เรารู้สึกว่ายังเป็นผู้แทนของประชาชนเสมอ วันนี้จึงมาเป็นผู้ช่วยหาเสียงให้ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคก้าวไกล และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคก้าวไกล ‘พิธา ลิ้มเจริญรัตน์’

👉 ที่ผ่านมาพรรคก้าวไกลไปที่ไหน ก็ถูกหาว่าไม่แตะเรื่องปากท้อง จะแก้แต่เรื่องโครงสร้าง ทั้งที่ความจริงแล้วพรรคก้าวไกลมีนโยบายเต็มไปหมด ครบวงจรทั้งเรื่องเศรษฐกิจ สวัสดิการ ปากท้อง

สังเกตได้ว่าคนที่พยายามพูดอยู่เสมอ ว่าปากท้องต้องมาก่อนโครงสร้าง คือผู้ที่รู้ดีอยู่แล้วว่าก้าวไกลทำทั้งเรื่องปากท้องและโครงสร้าง รู้อยู่แล้วว่ารัฐบาลทำทุกเรื่องพร้อมกันได้หมด รู้อยู่แล้วว่าโครงสร้างมีปัญหา แต่จงใจละเลยไม่พูดถึงเรื่องโครงสร้าง เพราะกลัวจะเจอ ‘ตอ’

“นี่คือความกลัว รู้หมดว่าปัญหาอยู่ที่ไหน รู้ว่าก้าวไกลพูดทั้งสองเรื่องสัมพันธ์กัน แต่ที่ต้องบิดเบือนพูดอีกแบบก็เพราะจากก้นบึ้งหัวใจ พวกเขากลัวว่าถ้าไปแตะเรื่องโครงสร้างแล้วจะไม่ได้เป็น ส.ส. ไม่ได้เป็นรัฐมนตรี คนแบบนี้จะอาสาเป็น ส.ส. ได้อย่างไร ผู้แทนต้องมีความกล้าหาญ โอกาสมาเมื่อไรต้องทำทันที อย่าให้ความกลัวมาบดบัง ไม่เช่นนั้นรัฐบาลมากี่ชุดก็ได้แต่กินพาราแก้ปวด แล้วก็วนมาเจอปัญหาเดิม ๆ ทุกครั้งไป”


ก่อนหน้านี้เห็นหน้าสื่อข่าวการเมือง วันๆ มีแต่ข่าวการดึง ส.ส. พรรคนั้นพรรคนี้ มีแต่การแย่งตัวย้ายกันไปมา วันก่อนอยู่ฝ่ายสืบทอดอำนาจ แค่เปลี่ยนเสื้อก็มาเป็นฝ่ายประชาธิปไตยได้ทันที การเมืองแบบนี้คือการเมืองของอดีต เลือกตั้งทีย้ายพรรคที เป็นแบบนี้มาหลายทศวรรษ ไม่ก็มีแต่เรื่องเดิม ๆ ว่าจะเอาประยุทธ์หรือไม่เอาประยุทธ์ ใครจะได้กลับบ้านหรือไม่ได้กลับบ้าน นี่คือการเมืองของอดีต ซึ่งต่างจากการเมืองแบบอนาคต ที่ต้องมุ่งมั่นไปแก้ปัญหาทั้งปากท้องและโครงสร้าง

ดังนั้น ใครที่เบื่อแล้วกับการที่ประเทศไทยยังคงวนเวียนอยู่แต่กับเรื่องแบบนี้ มามุ่งมั่นตั้งใจเปลี่ยนประเทศไทยไปกับพรรคก้าวไกลดีกว่า ไม่มีพรรคไหนตอบโจทย์ปัญหาที่แท้จริงของอนาคตประเทศไทย สร้างการเมืองแห่งความหวัง การเมืองแห่งอนาคต ได้เหมือนอย่างพรรคก้าวไกลอีกแล้ว


ปิยบุตร แสงกนกกุล
เลขาธิการคณะก้าวหน้า
ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล





พรรคอนาคตใหม่ถูกยุบเมื่อ 21 กุมภาพันธ์ 2563 ด้วยเสียงของคนเพียงไม่กี่คน ทำลายเสียงประชาชนกว่า 6,000,000 คน ยอมรับว่ารู้สึกคับแค้น แต่การยุบพรรควันนั้นทำให้เกิดพรรคก้าวไกลที่เดินหน้าทำงานในสภาฯ เกิดคณะก้าวหน้าที่ทำงานท้องถิ่นอย่างขยันขันแข็ง

ส.ส.ก้าวไกลวันนี้ ดีกว่า ส.ส.อนาคตใหม่ เพราะ ส.ส.อนาคตใหม่ มีเวลาทำงานในสภาเพียง 1 ปี แต่ ส.ส.ก้าวไกลที่เหลืออยู่ในสภาฯ ทุกคน ทำงานหนักอย่างต่อเนื่องตลอด 4 ปี แม้ผู้คนจะบ่นว่ายุบพรรคอนาคตใหม่ทำให้เสียปิยบุตร แสงกนกกุล เสียธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ เสียพรรณิการ์ วานิช แต่กลับทำให้ได้ พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ รังสิมันต์ โรม อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ศิริกัญญา ตันสกุล พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ และอีกหลายคนมาแทนที่

ถ้าไม่มี ส.ส.ก้าวไกล

  • ประชาชนอาจต้องเสียงบประมาณมหาศาลเพื่อจะได้เรือดำน้ำ แต่ตอนนี้ มี ส.ส.พิจารณ์ รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล คอยอภิปรายติดตามความคืบหน้า
  • คนไทยอาจไม่รู้ความสัมพันธ์ของผู้มีอำนาจกับทุนจีนสีเทา การที่ ชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หอบหลักฐานให้รังสิมันต์ตรวจสอบ ก็เพราะทราบดีว่าพรรคก้าวไกลไม่มีนอกไม่มีในกับใคร
  • หรือหากประเทศไทยไม่มีคณะก้าวหน้า ประเทศไทยวันนี้อาจยังไม่มีน้ำประปาดื่มได้ ซึ่งเทศบาลตำบลอาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด ใช้เวลาเพียง 99 วัน


ลองคิดดูว่านี่ขนาดพรรคก้าวไกลเป็นฝ่ายค้าน ยังทำได้ขนาดนี้ หากได้เป็นรัฐบาล ภาคอีสานคงปูด้วยทองคำ

📌 เราพิสูจน์ให้เห็นว่าอนาคตใหม่ไม่ได้มีแค่ ธนาธร ปิยบุตร พรรณิการ์ แต่อนาคตใหม่ ซึ่งตอนนี้คือก้าวไกล ทุกคนที่เป็น ส.ส. ได้ทำหน้าที่สมศักดิ์ศรีกับคำว่า ‘ผู้แทนราษฎร’ เป็นผู้แทนของคนตัวเล็กตัวน้อย และคนทุกกลุ่มในประเทศไทย

วันนี้อนาคตใหม่และก้าวไกลรวมตัวกัน ถึงเวลาแล้วที่จะลั่นกลองรบ ที่นี่ที่แรกที่ขอนแก่น เพื่อพิสูจน์ว่าต่อให้ตัดสิทธิทางการเมืองของเราได้ แต่ไม่มีวันตัดสิทธิทางการเมืองของใครออกจากใจของประชาชน โดยเฉพาะในใจพี่น้องชาวอีสาน

เลือกตั้งครั้งนี้หลายคนถามว่าก้าวไกลจะได้ ส.ส. เท่าอนาคตใหม่หรือไม่ เรื่องนี้พรรคไม่จำเป็นต้องเป็นคนตอบ เพราะคำตอบอยู่ในมือของพี่น้องประชาชน จึงต้องถามพี่น้องขอนแก่น พี่น้องคนอีสาน ให้ก้าวไกลมากกว่าอนาคตใหม่ ให้พิธามากกว่าให้ธนาธรได้หรือไม่ เพื่อให้ประเทศไทยการเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต ส่งพิธาเป็นนายกรัฐมนตรี

พรรณิการ์ วานิช
กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า
ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล




กาก้าวไกล | ประเทศไทยไม่เหมือนเดิม
การเมืองดี | ปากท้องดี | มีอนาคต


สื่อชิ้นนี้ผลิตโดย พรรคก้าวไกล เลขที่ 167 ชั้น 4 ซอยรามคำแหง 42 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพมหานคร 10240 จำนวนที่ผลิต 1 โพสต์ วันที่ผลิต 4 มีนาคม 2566

Login

พรรคก้าวไกล

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า