free geoip

ปักธงการเมืองใหม่ ต้องก้าวไกล ให้พิษณุโลกก้าวหน้า


สดจากพิษณุโลก! พรรคก้าวไกลปราศรัยใหญ่ ‘พิธา-ศิริกัญญา-เบญจา-ธนาธร’ จัดเต็มนำเปิดนโยบายและว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พิษณุโลก ครบทุกเขต ป้องแชมป์เขตเดิม รุกเพิ่มเขตใหม่


Playlist เวทีพิษณุโลก





จะพาประเทศไทยไปข้างหน้า เราต้องกล้าทะเยอทะยาน ปักธงสิ่งที่หลายคนมองว่าเป็นไปไม่ได้

วันนี้ผมรู้สึกภาคภูมิในเป็นอย่างยิ่งที่ได้กลับมาปราศรัยที่ จ.พิษณุโลก เขต 1 ของคุณอ๋อง ปดิพัทธ์ สันติภาดา อีกครั้ง คุณปดิพัทธ์เป็นอดีตเพื่อนร่วมงานของผมที่ทำงานด้วยความมุ่งมั่นไม่ย่อท้อ ด้วยความกล้าหาญ สู้กับความไม่เป็นธรรมอย่างตรงไปตรงมา



ผมต้องขอเรียนกับประชาชนทุกท่านว่าชัยชนะของหมออ๋องมีความสำคัญมาก เพราะจะเป็นเครื่องพิสูจน์ว่าการเมืองแบบอนาคตใหม่ การเมืองที่ไม่ใช่เงินซื้อเสียง ซื้อหัวคะแนน ยั่งยืนเป็นจริงได้หรือไม่ เพื่อรักษาการยืนระยะของพรรคก้าวไกล ปักธงการเมืองใหม่แบบนี้ได้ เราต้องช่วยกันป้องกันแชมป์ของหมออ๋องในครั้งนี้ให้ได้ ชะตากรรมของการเมืองแบบอนาคตใหม่ อยู่ในมือของชาวพิษณุโลกเขต 1 ทุกคน

ตั้งแต่สมัยเป็นพรรคอนาคตใหม่มาจนเป็นพรรคก้าวไกล ผมและเพื่อนที่ร่วมเดินทางมีความฝันถึงภาพของประเทศไทยที่เราอยากอาศัยอยู่และอยากส่งต่อให้ลูกหลานได้เติบโตขึ้นมาร่วมกัน

ภาพที่เราอยากเห็น คือรัฐสวัสดิการ ที่จะมาตอบโจทย์คนส่วนใหญ่ในประเทศนี้

ภาพที่เราอยากเห็น คือเกษตรกรถูกปลดปล่อยออกจากวงจรหนี้สิน เกษตรกรหลายคนที่มีหนี้ ธ.ก.ส. ที่ทำงานทั้งชีวิตจนวันตายก็อาจจะยังใช้หนี้ไม่หมด แล้วยังต้องตกทอดจากรุ่นสู่รุ่น

ภาพที่เราอยากเห็นคือคนหนุ่มสาวไม่ต้องเริ่มชีวิตด้วยหนี้ กยศ. ที่พอเรียนจบเริ่มต้นชีวิตก็ติดลบไปแล้ว และยังต้องเจอกับการเกณฑ์ทหาร เอาวัยที่สุกสกาวในชีวิตไปรับใช้บ้านนายพล

สังคมที่เราอยากเห็น คือสังคมที่ดูแลคนตั้งแต่เกิดจนตาย ทุกคนยืนอยู่ในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี

สังคมที่พรรคก้าวไกลอยากเห็นคือสังคมที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี มีคุณภาพชีวิตที่ดี ผมและพรรคก้าวไกลอยากเห็นทุกคนมีการขนส่งสาธารณะที่ดี ไม่ว่าจะไปจ่ายตลาด ไปเรียนหนังสือ ไปโรงพยาบาล ก็สามารถมีรถเมล์ไฟฟ้าใช้อย่างแพร่หลายแล้วเอาความต้องการรถเมล์นั้นมาสร้างอุตสาหกรรมขึ้นในประเทศ ไม่ใช่ซื้อรถเมล์จากจีน เอาเงินจากประเทศไทยไปสร้างอุตสาหกรรมที่ประเทศจีน

เรามีสังคมที่ปรารถนา อยากเห็นร่วมกันในอีก 20 ปีข้างหน้าที่ต่างจากสังคมปัจจุบัน แต่จะไปถึงจุดนั้นได้ไม่ง่าย เป็นการเดินทางที่ยาวนาน ต้องใช้ความพยายามแน่วแน่ทางการเมืองอีกมาก

พวกเราต้องการพลังใหม่ๆ และนักการเมืองแบบใหม่ๆ เข้าไปขับเคลื่อนการเมือง นักการเมืองที่ไม่อยู่ในระบบอุปถัมภ์แบบเดิม ๆ ที่กล้าไปแตะต้องโครงสร้างอำนาจ และต้องกล้าทะเยอทะยานมากกว่าทุกวันนี้ เพราะทุกก้าวที่เรากำลังย่ำอยู่กับที่ คือก้าวที่ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน มาเลเซีย วิ่งห่างจากเรา และก้าวที่เวียดนาม และอินโดนีเซีย กำลังจี้ท้ายเรามาติดๆ

จะพาประเทศไทยไปข้างหน้าได้ เราต้องกล้าทะเยอทะยาน ทำในสิ่งที่หลายคนมองว่าเป็นไปไม่ได้ เช่น การกระจายอำนาจ หลายคนบอกว่าเป็นเรื่องที่สุดโต่ง แต่ผมมองว่านี่เป็น “ความปกติ” ของประเทศที่พัฒนาแล้ว ไม่ใช่เรื่องสุดโต่งแต่อย่างใด ถ้าเราไม่กล้าทะเยอทะยานตั้งแต่วันนี้ วันข้างหน้าเราก็ต้องอยู่แบบนี้กันต่อไป นี่คือที่มาของคำว่า “กาก้าวไกลประเทศไทยไม่เหมือนเดิม”

การจะเดินทางไปถึงจุดนั้นได้ เรายังต้องการความช่วยเหลือจากทุกคน เรายังต้องการการขยายความคิด และการต่อสู้ทางความคิดในเส้นทางการเมืองแบบอนาคตใหม่-ก้าวไกล ทำให้คนเห็นถึงอนาคตใหม่แบบที่เราอยากสร้าง แต่จะชนะทางความคิดเช่นนี้ได้ ผมและพรรคก้าวไกลต้องการของทุกคน

ประเทศไทยมีคน 66 ล้านคน ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 40 กว่าล้านคน เราไม่สามารถไปพบหน้าอธิบายให้ทุกคนฟังได้หมด และยังมีความพยายามปล่อยข่าวปลอมออกมาทำลายความน่าเชื่อถือของพรรคก้าวไกล มีขบวนการไอโอที่ทำอย่างเป็นระบบ ด้วยเหตุนี้ เราจึงต้องขอแรงทุกคนช่วยการขยายความคิดไปสู่คนให้มากที่สุดให้ได้

อย่ากลัวการเปลี่ยนแปลง โอบรับมัน พร้อมเผชิญหน้ากับโลกและความท้าทายใหม่ๆ ผมขอฝากทุกคนเป็นปากเสียงให้พวกเรา เอาความตั้งใจปรารถนาดีของพวกเราไปบอกเพื่อนข้างบ้าน เอาสังคมที่เราวาดฝันไปบอกเพื่อนที่ทำงาน เอาความมุ่งมั่นตั้งใจของเราไปบอกต่อแม่ค้าในตลาด และเอาอนาคตที่เราอยากเห็นไปบอกผู้คนรอบตัว นี่เท่านั้นที่จะทำให้สังคมที่เราอยากเห็นเป็นจริงได้

ประเทศไทยในอนาคตจะเดินหน้าไปแบบไหน โอกาสในการพาประเทศไทยไปสู่ความเจริญก้าวหน้าอยู่ในมือของทุกคน ขอให้ทุกคนช่วยพรรคก้าวไกลให้มากที่สุด ก่อนจะถึงวันเลือกตั้ง 14 พฤษภาคมนี้ครับ


ธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ
ผู้ช่วยหาเสียงพรรคก้าวไกล





“การเมือง” คือการส่งต่ออนาคตที่ดีให้กับลูกของผม ลูกของคุณ และคนรุ่นต่อไป

ผมและคุณอ๋อง ปดิพัทธ์ สันติภาดามีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกัน คือความเป็นพ่อคน

พวกเราทำงานการเมืองเพราะเราไม่สามารถส่งต่อสังคมแบบนี้ให้กับลูกของเรา นี่คือเหตุผลที่ผมและพรรคก้าวไกลมีความตั้งใจที่จะเปลี่ยนประเทศนี้ให้ดีขึ้น ให้สังคมไทยเป็นสังคมที่มีความเท่าเทียมกัน มีความเปิดกว้างหลายหลายให้กับคนทุกคนอย่างเสมอภาค และเอาระบบอำนาจนิยมออกไปจากสังคม



ในฐานะคนเป็นพ่อ ผมอยากเห็นประเทศที่มีการศึกษาที่เท่าเทียมกัน ถ้าเด็กที่มาจากครอบครัวร่ำรวยสามารถพูดได้ 3 ภาษา การศึกษาของประเทศนี้ก็ต้องมีศักยภาพที่จะทำให้เด็กทุกคนพูดได้ 3 ภาษาเท่าเทียมกัน รวมทั้งต้องเป็นระบบการศึกษาที่จะสร้างสังคมที่เท่าเทียม หลากหลาย ปราศจากอำนาจนิยมและปิตาธิปไตยให้กับคนรุ่นต่อไป

ในอีก 10 ปี อาจไม่ใช่ตะวันและแบม แต่อาจเป็นลูกของผมหรือลูกของพวกท่านที่ไปเรียกร้องต่อสู้เพื่อความเท่าเทียม ทำไมเรื่องเหล่านี้ต้องให้คนหนุ่มสาวออกมาพูด ไม่ใช่ผู้แทนราษฎรที่มีกระดูกสันหลังในสภาที่พูด ทำให้คนหนุ่มสาวไม่สามารถออกไปตามหาความฝันของเขาไม่ได้

ชีวิตลูกของผม ลูกของหมออ๋อง และลูกของเราทุกคนจะดีขึ้น เมื่อพวกเราอยู่ในสังคมที่เท่าเทียมกัน

สังคมที่เท่าเทียมกันต้องมีโอกาสที่เท่าเทียมกันในทุกมิติ ไม่ว่าระหว่างคนที่มีความพิการและคนที่ไม่พพิการ นี่คือเหตุผลให้พรรคก้าวไกลเสนอเพิ่มเบี้ยผู้พิการ 3,000 บาท จะผลักดันนโยบายการออกแบบเพื่อคนทุกคนให้สามารถกำหนดชีวิตประจำวันในการเดินทางให้ได้ เพิ่มการจ้างงานคนพิการ จากปัจจุบันที่รัฐบังคับเฉพาะให้บริษัทเอกชนให้จ้างงานคนพิการ แต่ในรัฐบาลพรรคก้าวไกล ภาครัฐจะจ้างงานคนพิการเป็นข้าราชการทันที 20,000 ตำแหน่ง และเราจะผลักดันให้มีการสร้างอุตสาหกรรมเพื่อผู้พิการ เช่น รถเข็นของคนพิการ จากที่นำเข้ามีราคาแพง ให้สามารถผลิตได้ในประเทศ

สังคมที่เท่าเทียมกัน คือสังคมที่ทุกคนมีอากาศที่สะอาดไว้หายใจอย่างเท่าเทียม นี่คือสาเหตุที่ผมและพรรคก้าวไกลผลักดันกฎหมายอากาศสะอาด กฎหมายอากาศสะอาดของพรรคก้าวไกลต้องไม่ใช่แค่มีผลในประเทศ แต่เราจะไปเจรจากับต่างประเทศให้มีมาตรฐานคุณภาพอากาศเดียวกันทั้งอาเซียน ไม่ใช่ปล่อยให้กลุ่มทุนภาคเกษตรหนีจากประเทศที่มีมาตรฐานสินค้าเกษตรสูงแล้วไปทำไร่ข้าวโพดในลาวและเมียนมาร์

ผมขอฝากถึงประชาชนทุกคนว่าเลือกพรรคก้าวไกล ประเทศไทยจะได้ประโยชน์ถึง 3 เด้ง เด้งแรก เอา พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา ออกจากอำนาจ เด้งที่สอง เอา พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ออกจากการเมือง เด้งที่สาม ได้คนใหม่ไปเปลี่ยนประเทศไทยให้ดีขึ้น แถมได้ ส.ส.เขตแบบก้าวไกล ที่ทำงานการเมืองแบบใหม่เข้าไปทำงานในสภา

14 พฤษภานี้ กาทั้งทีขอให้กาไปสู่อนาคต กาให้พรรคก้าวไกล สร้างให้การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคตไปด้วยกันครับ


พิธา ลิ้มเจริญรัตน์
หัวหน้าพรรคก้าวไกล





สี่ปีที่แล้วเมื่อเราเข้าไปเป็น ส.ส. สมัยแรก หลายคนปรามาสว่าพวกเราไร้เดียงสา ไร้ประสบการณ์ ไร้ยุทธศาสตร์ทางการเมือง คงไม่เข้าใจการทำงานของรัฐสภาและการอภิปราย

แต่เราพิสูจน์ให้เห็นแล้วในสภาฯ ว่าพรรคอนาคตใหม่และพรรคก้าวไกล เป็นผู้แทนที่กล้าพูดอย่างตรงไปตรงมา ทำงานคุ้มค่าภาษีประชาชน

วันนี้ขอโอกาสอีกครั้ง ให้เรามีอำนาจรัฐเข้าไปอยู่ในฝ่ายบริหาร



อีกครั้งที่เราได้ยินเสียงปรามาส ว่ามีแต่ทีมเศรษฐกิจหน้าใหม่ ไม่มีประสบการณ์ ไม่เคยบริหารภาครัฐมาก่อน จะบริหารประเทศได้หรือ แต่ครั้งนี้เราจะพิสูจน์อีกครั้ง ว่าถึงแม้จะหน้าใหม่แต่สามารถบริหารประเทศได้ เพราะความพร้อมของเราเหมือนมะม่วงสุก อยู่นานมากพอจนเข้าใจระบบราชการไทยที่มีปัญหาหมักหมมสะสม แต่ก็ไม่ถูกกลืนเข้าไปอยู่ในระบบผลประโยชน์การเมืองเก่า ดังนั้น ไว้ใจได้ว่าเรามีความพร้อม ไม่ใช่แค่เปลี่ยนรัฐบาล แต่คือการเปลี่ยนประเทศ โดยมี 3 เป้าหมาย การเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต

‘การเมืองดี’ เป็นจุดเริ่มต้นของทุกอย่าง การเมืองที่ยึดโยงกับประชาชน ไม่ว่าจะเป็นการกระจายอำนาจ เราต้องการผู้ว่าคนพิษณุโลกที่เลือกตั้งโดยคนพิษณุโลก นอกจากนั้น ต้องต่อสู้กับการทุจริต สร้างระบบที่ดีคือการเปิดเผยข้อมูลอย่างโปร่งใส ใช้เทคโนโลยีเอไอเข้ามาจับโกง นอกจากนี้ ต้องเอาทหารออกจากการเมือง ออกจากวังวนการรัฐประหาร ให้รัฐบาลพลเรือนอยู่เหนือกองทัพ

“วันนี้มีการเกณฑ์ทหาร เป็นการสูญเสียช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตของคนคนหนึ่งเพียงเพื่อไปรับใช้นายพลนายพัน ดังนั้น เพื่อเลิกทาสสมัยใหม่ เราต้องเปลี่ยนเป็นระบบสมัครใจ จะไม่มีใครถูกบังคับไปเป็นทหาร เพิ่มสวัสดิการให้ทหารชั้นผู้น้อย แล้วเราจะมีคนพร้อมสมัครมากมาย”

‘ปากท้องดี’ เพิ่มรายได้ให้เกษตรกร เช่น เพิ่มมูลค่าให้สินค้าเกษตรด้วยนโยบายสุราก้าวหน้า การปรับค่าแรงขั้นต่ำให้มีระบบที่เพิ่มขึ้นทุกปี ไม่ใช่มาพูดกันทุกครั้งที่จะมีการเลือกตั้ง การเพิ่มรายได้ให้เอสเอ็มอีผ่านนโยบายหวยใบเสร็จ ให้ผู้ประกอบการรายเล็กมีแต้มต่อสู้กับทุนใหญ่ได้ เพราะที่ผ่านมาเราเห็นแล้ว ว่าทุนขนาดใหญ่มีแต่มาแย่งชิงทรัพยากรและตลาดจากคนตัวเล็กตัวน้อย

รวมถึงการลดค่าใช้จ่าย ที่ อ.เมืองพิษณุโลก ยังมีปัญหาน้ำประปาที่ไม่มีคุณภาพ เป็นแบบนี้เหมือนกันทั่วประเทศ พรรคก้าวไกลมีนโยบายอุดหนุนเงินลงทุนเพื่อปรับปรุงระบบน้ำประปาทั้งระบบภายใน 8 ปี ให้เป็นน้ำประปาดื่มได้ รวมถึงการลดค่าไฟ 70 สตางค์ต่อหน่วยได้ทันที การลดต้นทุนค่าเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ

แต่ทั้งหมดจะไม่ยั่งยืน ถ้าไม่มีสวัสดิการให้ประชาชนในทุกช่วงวัย ตั้งแต่เกิดจนแก่ และจนถึงวันสุดท้ายของชีวิต นั่นคือรัฐสวัสดิการ ซึ่งเป็นไปได้ด้วยการปฏิรูประบบภาษีให้มีความเป็นธรรม กล้าชนกับทุนใหญ่และคนที่มั่งมี เก็บภาษีเพิ่มจากคนที่มีทรัพย์สินมากกว่า 300 ล้านบาทขึ้นไป ให้มาเฉลี่ยทุกข์เฉลี่ยสุขกับคนส่วนใหญ่

‘มีอนาคต’ ด้วยการปฏิวัติการศึกษา สร้างหลักสูตรใหม่ที่ไม่ใช่แค่ท่องจำแต่ต้องใช้ได้จริง คืนครูให้นักเรียน ลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา ไม่ให้มีเด็กต้องออกจากระบบเพียงเพราะไม่มีเงิน เมื่อเรียนจบก็ต้องหางานทำที่บ้านเกิดได้ ไม่ใช่ต้องไปหางานที่ถูกกระจุกอยู่ในเมืองใหญ่ไม่กี่เมือง พรรคก้าวไกลมีนโยบาย ‘สร้างงานซ่อมประเทศ’ สร้างงานจากความท้าทายหรือปัญหาที่ประเทศไทยเผชิญอยู่ เช่น สังคมสูงวัย ทำให้เราต้องมีผู้ดูแลผู้สูงอายุที่เพิ่มมากขึ้น ดูแลเด็กเล็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก

“ฝุ่น PM 2.5 ที่คนไทยในภาคเหนือกำลังเผชิญ เราต้องกล้าสู้กับกลุ่มทุนที่เป็นต้นเหตุจากการเผาในภาคเกษตร ให้มีการเก็บเกี่ยวแบบใหม่ที่ไม่ต้องเผา แต่ใช้เครื่องจักรแทน ส่วนในต่างประเทศ เราต้องจัดการกับกลุ่มทุนไทยที่ซื้อข้าวโพดจากเกษตรกรประเทศเพื่อนบ้าน ที่เป็นต้นเหตุของการเผา”

นี่คือนโยบายพรรคก้าวไกลที่เรามั่นใจว่าทำได้ เราเป็นสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงในสภาฯ มาแล้ว และจะเป็นสายลมแห่งการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งในทำเนียบรัฐบาล


ศิริกัญญา ตันสกุล
รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล





ตลอด 9 ปีที่ผ่านมาของรัฐบาลประยุทธ์ คนไทยต้องเจอวิกฤติปัญหาทุกด้าน เป็นปัญหาเชิงโครงสร้างที่เรื้อรังยาวนาน โดยเฉพาะปัญหาปากท้องและความขัดแย้งทางการเมือง นอกจากนี้ยังต้องเผชิญกับความท้าทายใหม่ ทั้งสภาพภูมิอากาศแปรปรวน เทคโนโลยีที่ก้าวกระโดด สังคมผู้สูงอายุ

ทั้งหมดนี้เป็นเหมือนระเบิดเวลาที่จะส่งผลกระทบกับชีวิตพี่น้องประชาชน


พรรคก้าวไกลมีความฝัน อยากเห็นพี่น้องประชาชนทุกคนในประเทศ มีสวัสดิการทุกช่วงอายุและอยู่อย่างมั่นคง แม้ว่าต้องเจอความเปลี่ยนแปลง แต่มีตาข่ายรองรับไม่ให้ร่วงหล่น เช่น เบี้ยเด็กเล็ก 1,200 บาทต่อเดือน เบี้ยผู้สูงอายุ 3,000 บาทต่อเดือน

เรามีความฝัน ให้ประเทศไทยมีเทคโนโลยีของตัวเอง เพื่อสร้างงานซ่อมประเทศ เป็นอุตสาหกรรมที่ทั้งช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้ประชาชน และแก้ปัญหาของประเทศไปพร้อมกัน เช่น รถเมล์ไฟฟ้า น้ำประปาดื่มได้

ขณะที่ประเทศไทยกำลังเผชิญหน้ากับเศรษฐกิจโลกที่ซับซ้อนและบอบบาง การเลือกตั้งครั้งนี้จึงเป็นเดิมพันที่สูงมาก เป็นการเดิมพันกับอนาคต ว่าเราจะอยู่กับโลกในศตวรรษที่ 21 อย่างไร

เราจะอยู่กับรัฐบาลที่ไม่ได้ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน ไม่ทำให้คนไทยเห็นอนาคต ต่อไปอีก 4 ปีข้างหน้าหรือไม่ หรือเราจะมีจินตนาการใหม่ร่วมกัน ว่าจะอยู่กับสังคมที่มีความเชื่อและความฝัน ในการสร้างการเมืองดี ปากท้องดี มีอนาคต

เลือกตั้งครั้งนี้ ต้องกาก้าวไกลทั้งสองใบ ส่งต่ออนาคตที่ดีกว่าให้ลูกหลานของเรา


เบญจา แสงจันทร์
กรรมการบริหารพรรคก้าวไกล

Login

พรรคก้าวไกล

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า