เร่งเครื่องงานนอกสภา! ‘ก้าวไกล’ เยือนเมืองชลบุรี

เร่งเครื่องงานนอกสภา! ‘ก้าวไกล’ เยือนเมืองชลบุรี


ช่วงวันเสาร์อาทิตย์ 6-7 มีนาคม 2564 ที่ผ่านมา ทีมงานพรรคก้าวไกลได้เดินทางไปพบปะรับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ จ.ชลบุรี พร้อมแสดงคำขอโทษที่ทำให้ประชาชนไม่สบายใจหลังเกิดกรณีการโหวตสวนมติพรรค เชิญอ่านรายละเอียดของการกิจกรรมดังกล่าวกันได้เลย







สำหรับวันแรก (6 มีนาคม 25654) ณ ตลาดป่ามะพร้าว อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล, ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรค, กัญจน์พงศ์ จงสุทธนามณี ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พร้อมด้วย อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ ในฐานะกรรมการบริหารพรรคสัดส่วนภาคกลาง, เบญจา เเสงจันทร์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ สัดส่วนภาคตะวันออก, จรัส คุ้มไข่น้ำ ส.ส.เขต 6 ชลบุรี และ วรรณวิภา ไม้สน ส.ส.สัดส่วนปีกเเรงงาน พรรคก้าวไกล ลงพื้นที่พบประชาชนในพื้นที่ เขต 5 เเละเขต 6 จ.ชลบุรี




พิธา กล่าวว่า ตั้งใจมา อ. ศรีราชา จ.ชลบุรี หลังจากปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นที่เเรกๆเพื่อขอโทษพี่น้องประชาชนในพื้นที่ที่ได้ทำสิ่งให้ผิดหวัง 43,000 คะเเนน ที่ประชาชนเขต 5 ศรีราชา ไว้ใจให้ ส.ส. อดีตพรรคอนาคตใหม่จนมาถึงพรรคก้าวไกล เข้าไปตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาล เเต่จากกรณีที่ ขวัญเลิศ พานิชมาท ส.ส. ในพื้นที่พรรค โหวตไว้วางใจนายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี เเละรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขในการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลซึ่งสวนทางกับความรู้สึกของประชาชนและยังไม่สามารถตอบหลายคำถามในการถูกอภิปรายได้นั้น พรรคก้าวไกลมีการดำเนินการจากคณะกรรมการวินัยพรรค โดยมีบทลงโทษที่ชัดเจนคือจะไม่ส่ง ส.ส. คนเดิมลงรับสมัครในนามผู้แทนราษฎรพรรคก้าวไกลอีก เเละไม่ให้มีสิทธิในเรื่องที่เป็นสัดส่วนของพรรคในสภาผู้แทนราษฎร เช่น การนั่งเป็นกรรมาธิการต่างๆ รวมถึงไม่ให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมใดๆ ของพรรคก้าวไกล



ด้านอมรัตน์ กล่าวว่า ตนในฐานะกรรมการบริหารภาคกลาง เรามาขอโทษพี่น้องประชาชน ที่ ส.ส.ในพื้นที่เขต 5 ที่ทำให้ประชาชนไม่สบายใจในการโหวตสวนมติพรรค ทั้งนี้ เพื่อรักษาหรือสานต่องานในพื้นที่ต่อ พรรคก้าวไกลจะขอส่งเบญจา เเสงจันทร์ และ จรัส คุ้มไข่น้ำ เป็นตัวแทนพรรคในการดูแลพื้นที่ โดยจะคอยร่วมรับฟังปัญหาประชาชน เช่น กรณีปัญหาโครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก EEC , ปัญหาขยะ ปัญหาสิ่งเเวดล้อมเเละสิทธิเเรงงาน เพื่อนำเสียงเหล่านี้สะท้อนไปยังสภาผู้แทนราษฎร



ทั้งนี้ ตลอดสองข้างทางที่หัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมคณะทีมงานลงพื้นที่ เขต 5 เเละเขต 6 อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี มีประชาชนในพื้นที่มารอให้การต้อนรับอย่างหนาเเน่น พร้อมถ่ายภาพร่วมกับหัวหน้าพรรคเเละทีมงานอย่างเป็นกันเอง โดยหัวหน้าพรรคเเละทีมงานพรรคก้าวไกลได้ลงพื้นที่ ตลาดป่ามะพร้าว เเละตลาดโป่งสะเก็จ ซึ่งได้รับฟังปัญหาผู้ค้าในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการเเพร่ระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 ด้วย สำหรับกำหนดการณ์ในวันต่อไป หัวหน้าพรรคเเละคณะทีมงานพรรคก้าวไกลจะลงพื้นที่ เขต 4 จ.ฉะเชิงเทรา








ในวันที่สอง (7 มีนาคม 2564) ณ ร้านอาหารไพเราะ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ทีมงานเดียวกันของพรรคก้าวไกล ได้เดินทางไปพบประชาชนในพื้นที่ เขต 6 จ.ชลบุรี ซึ่ง พิธา ได้กล่าวถึงปัญหาสิทธิที่ดินทำกินเเละปัญหาเชิงโครงสร้างเกี่ยวกับโครงการเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ( EEC ) โดยมีประชาชนเครือข่ายชาวประมง อ่าวอุดม , เครือข่ายประมงเรือเล็ก อ.บางละมุง , กลุ่มเเรงงานสัมพันธ์ ภาคตะวันออก ชลบุรีเขต 5 , เครือข่ายชาวบ้านที่ได้รับผบกระทบจากการระเบิดหินบางพระ เขต 5 , และกลุ่มพัทยาปลดแอก เขต 7 เข้าร่วมฟังบรรยายกว่า 100 คน




พิธา กล่าวถึงกรณีสิทธิที่ดินทำกินของประชาชน ที่โดนรัฐละเมิดสิทธิ์จากการใช้เป็นพื้นที่ในการสร้างเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก ( EEC ) โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่เกิดกับประชาชน ว่า ในฐานะที่พรรคก้าวไกล เป็นพรรคการเมือง จะขับเคลื่อนเพื่อทำให้สามารถนำพาทรัพยากรของประชาชนออกจากอำนาจมืดเพื่อให้ความเหลื่อมล้ำลดลง ทุกปัญหาที่เกิดในปัจจุบัน ไม่ว่าการรุกสิทธิที่ทำกินโดยการเผาทำลาย ไล่ประชาชนออกจากที่ทำกินหรือที่อยู่อาศัย อย่างเช่นกรณีชาวบ้านกลอย ที่กำลังเป็นปัญหาจะเห็นได้ชัดว่าเกิดจากการที่รัฐไม่เห็นหัวประชาชน ซึ่งผลกระทบจะเกิดเป็นวงกว้าง ทั้งเชิงโครงสร้างของสังคมเเละระบบนิเวศน์สิ่งเเวดล้อมซึ่งเราเชื่อว่า การพัฒนาประเทศพร้อมกับเคารพสิ่งเเวดล้อมหรือเคารพสิทธิชุมชนไปด้วยนั้นไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้




“เราเห็นปัญหาอย่างในพื้นที่บางพระ เราเห็นเรื่องการนำเอาที่ดินราชพัสดุไปเป็นอาหารอันโอชะของเจ้าสัวเพื่อเอื้อกลุ่มทุน แต่กลับไปลิดรอนพื้นที่เเละสิทธิทำกินของประชาชน เราเห็นการที่กองทัพเอาที่ดินมาทำรีสอร์ท โดยเเย่งช่องทางทำมาหากินหรือโฮมสเตย์ของประชาชน รัฐบาลมีที่ดินเยอะเกินไป แล้วใช้ทรัพยากรอย่างสิ้นเปลือง โดยไม่เห็นหัวประชาชน ในช่วงวิกฤติความยากลำบาก เป็นหน้าที่ของพวกเราในฐานะพรรคการเมืองที่ต้องช่วยพี่น้องประชาชนให้พ้นจากความยากลำบาก ขณะเดียวกันผมก็ต้องทำงานทางความคิดไปด้วย เช่น การผลักดันร่าง พ.ร.บ.ประมง ฯ เพื่อนำไปสู่การปลดล็อกให้พี่น้องประชาชนได้มีคุณภาพชีวิตที่ดี”




พิธา กล่าวต่อไปว่า พรรคก้าวไกลต้องการทำการเมืองแบบใหม่ แต่ขอยืนยันว่า ระบอบรัฐธรรมนูญ 60 คือต้นเหตุที่ก่อให้เกิดระบบนิเวศงูเห่าขึ้น ถ้าปล่อยต่อไปก็ไม่รู้ว่างูเห่าจะเยอะขนาดไหน เป็นการทำลายโครงสร้างการเมืองทั้งระบบ นี่จึงเป็นการต่อสู้ของระบบกับระบบ หรือเป็นการต่อสู้ของคนข้างล่าง 99 % กับข้างบน 1 % ซึ่งเราต้องการเป็นตัวแทนของคนข้างล่างส่วนใหญ่เหล่านั้น พรรคการเมืองของเราไม่ได้ต้องการเข้าสู่ตำเเหน่งที่เร็วที่สุด เเต่เราต้องการเข้าสู่ตำเเหน่งด้วยความพร้อมที่สุด เพื่อขับเคลื่อนประเทศไทย ที่เราเชื่อว่ามีทรัพยากรมากเป็นอันดับต้นๆของโลก




ด้าน เบญจา กล่าวว่า หลังจากที่ตนได้ฟังวิสัยทัศน์ของหัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้แต่สงสัยว่า เหตุใดเวลานี้จึงยังไม่มีไม่มีนายกรัฐมนตรีชื่อ ทิม พิธา ที่มีวิสัยทัศน์ในการช่วยเหลือเเละเเก้ไปปัญหา ให้พี่น้องประชาขน ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้นคือการกดทับของสังคมมาอย่างยาวนาน เราต้องอาศัยการขับเคลื่อนทางความคิด เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง นำไปสู่การแก้ไขปัญหาอย่างตรงจุด โดยในวันนี้อยากมารับฟังปัญหาของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ หากเรื่องใดแก้ไขปัญหาได้ทันที ก็พร้อมจะนำเรื่องดังกล่าวไปผลักดันต่อในชั้นกรรมาธิการ เเต่หากเรื่องใดต้องใช้ระยะเวลาในการตกผลึกทางความคิด พรรคก้าวไกลพร้อมรับไปปรับเเละเสนอเป็นนโยบายในการแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนในอนาคตต่อไป




ขณะที่ จรัส คุ้มไข่น้ำ กล่าวว่าตนในฐานะ ส.ส.ในพื้นที่ เขต 6 จ.ชลบุรี มีความมุ่งมั่นในการเก็บเกี่ยวรับฟังปัญหาประชาชนให้มากที่สุด อยากให้ประชาชนเข้าใจว่าบางสิ่งที่เราทำไม่ได้ เพราะเรายังติดล็อกอันเนื่องมาจากระบบบางอย่าง แต่เรามั่นใจว่าเรื่องของพี่น้องประชาชนจะถูกนำไปขับเคลื่อนต่อในสภาผู้แทนราษฎรอย่างแน่นอน








Login