พรรคก้าวไกลเดินหน้าผลักดันประชามติยกเลิก รธน. ฉบับ คสช. – จัดทำฉบับประชาชน คู่ขนานกับการแก้รายมาตรา เพื่อรื้อระบอบประยุทธ์ หยุดสืบทอดอำนาจ

พรรคก้าวไกลเดินหน้าผลักดันประชามติยกเลิก รธน. ฉบับ คสช. – จัดทำฉบับประชาชน คู่ขนานกับการแก้รายมาตรา เพื่อรื้อระบอบประยุทธ์ หยุดสืบทอดอำนาจ


พรรคก้าวไกลเดินหน้าผลักดันประชามติเพื่อยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับ คสช.

จัดทำรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน คู่ขนานกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา

เพื่อรื้อระบอบประยุทธ์หยุดสืบทอดอำนาจ


หลังจากที่ ส.ว. กับ ส.ส. ฝ่ายรัฐบาลจำนวนหนึ่งได้ร่วมมือกันคว่ำการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญเพื่อให้มีการตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ไปเมื่อวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 2564 โดยนำคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมาอ้างว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จำเป็นต้องทำประชามติถามประชาชนก่อน พรรคก้าวไกลถือว่าเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลและ ส.ส. พรรคร่วมรัฐบาลที่จะต้องเร่งจัดให้มีการออกเสียงประชามติโดยเร็วหลังจากร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติผ่านการพิจารณาของรัฐสภา ลำพังการเสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญรายมาตราเพียงอย่างเดียวนั้น ไม่สามารถแก้ปัญหาการเมืองไทยซึ่งเกิดจากระบอบสืบทอดอำนาจของ คสช. ได้


ดังนั้น หลังจากนี้พรรคก้าวไกลจะเดินหน้าผลักดันให้มีการออกเสียงประชามติเพื่อให้ประชาชนผู้ทรงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญเป็นผู้ตัดสินว่า เห็นชอบหรือไม่ที่จะยกเลิกรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2560 และให้ตั้งมีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) เพื่อจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยจะดำเนินการ 2 แนวทาง ได้แก่ (1) ผลักดันให้มีการเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับใหม่เพื่อตั้ง สสร. อีกครั้งเมื่อเปิดสมัยประชุมของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อเสนอเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาและให้รัฐสภามีมติให้จัดทำประชามติถามประชาชนก่อน และ (2) ร่วมกับประชาชนรณรงค์เข้าชื่อขอให้จัดทำประชามติเพื่อตั้ง สสร. ทั้งนี้ ในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ของรัฐสภาในวันที่ 7 – 8 เมษายนนี้ หากร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ถูกคว่ำอีก รัฐบาลจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบ เพราะเป็นร่าง พ.ร.บ. ที่รัฐบาลเป็นผู้เสนอเสนอเข้ามาเอง


นอกจากนี้ ในระหว่างที่ผลักดันให้มีการทำประชามติดังกล่าว ก็สามารถดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญรายมาตราควบคู่กันได้ ซึ่งพรรคก้าวไกลเห็นว่า การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญรายมาตราต้องมุ่งเน้นไปที่การถอดรื้อระบอบประยุทธ์ออกจากระบบการเมืองไทย โดยเฉพาะการ “ปิดสวิตช์ ส.ว.” ยกเลิกรัฐธรรมนูญมาตรา 269 – 272 เพื่อยกเลิก ส.ว. จากการแต่งตั้งของ คสช., ยุติอำนาจพิเศษของวุฒิสภาในการเลือกนายกรัฐมนตรี, และยุติระบบนิติบัญญัติแบบสืบทอดอำนาจที่ให้ ส.ว. มาร่วมพิจารณากฎหมายกับ ส.ส. ในกรณีที่เป็น “กฎหมายปฏิรูปประเทศ” นอกจากนี้ ควรต้องแก้ไขรัฐธรรมนูญเพื่อปฏิรูปองค์กรอิสระและยกเลิกยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ส่วนข้อเสนอที่ให้มีการแก้ไขระบบการเลือกตั้งโดยนำเอาระบบบัตรเลือกตั้งสองใบกลับมาใช้แทนระบบบัตรเลือกตั้งใบเดียวนั้น พรรคก้าวไกลเห็นด้วยที่จะต้องมีการแก้ไขระบบการเลือกตั้งให้ประชาชนสามารถออกเสียงลงคะแนนเลือกได้ทั้ง ส.ส. ในเขตของตน และเลือกพรรคการเมืองที่ตนชื่นชอบ โดยควรจะปรับระบบบัตรเลือกตั้งแบบสองใบให้สามารถสะท้อนเจตนารมณ์ของประชาชนได้มากที่สุด ควบคู่ไปกับการสร้างประสิทธิภาพของระบบรัฐสภาและเพิ่มความเข้มแข็งให้แก่สถาบันพรรคการเมือง


ทั้งนี้ ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรานั้น พรรคก้าวไกลจะดำเนินการใน 2 แนวทาง ได้แก่ (1) ร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล เพื่อเสนอร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมให้ได้ตามหลักเกณฑ์ที่รัฐธรรมนูญกำหนด และ (2) ร่วมกับกลุ่ม “Re-Solution ถึงเวลารัฐธรรมนูญใหม่” รณรงค์ “ขอคนละชื่อ รื้อระบอบประยุทธ์” เพื่อรวบรวมรายชื่อประชาชนทั่วประเทศเพื่อแก้ไขรัฐธรรมนูญรายมาตรา ซึ่งจะเริ่มต้นในวันที่ 6 เมษายนนี้

Login