“โควิด..ติดคนรวย ซวยคนจน!” วิโรจน์ ย้อนคอหอย ‘ประยุทธ์’ คนไม่มีจิตสำนึกนั่งอยู่ใน ครม.ใช่หรือไม่ เป็นลูกพรรค รมว.สธ.แท้ๆ – แนะ ‘ศักดิ์สยาม’ เเสดงสปิริตลาออกรับผิดชอบสังคม

“โควิด..ติดคนรวย ซวยคนจน!” วิโรจน์ ย้อนคอหอย ‘ประยุทธ์’ คนไม่มีจิตสำนึกนั่งอยู่ใน ครม.ใช่หรือไม่ เป็นลูกพรรค รมว.สธ.แท้ๆ – แนะ ‘ศักดิ์สยาม’ เเสดงสปิริตลาออกรับผิดชอบสังคม


“โควิด..ติดคนรวย ซวยคนจน !” วิโรจน์ย้อนคอหอย ‘ประยุทธ์’ คนไม่มีจิตสำนึกนั่งอยู่ใน ครม.ใช่หรือไม่ ถามดังๆเป็นลูกพรรค รมว.สธ.แท้ๆ หมอชนะ – ไทยชนะ ทำไมไม่ใช้เป็นตัวอย่างให้ประชาชน แนะ ‘ศักดิ์สยาม’ เเสดงสปิริตลาออกรับผิดชอบสังคม


เมื่อวันที่ 8 เมษายน 2564 ที่อาคารรัฐสภา วิโรจน์ ลักขณาอดิศร โฆษกพรรคก้าวไกล เเถลงต่อสื่อมวลชนถึงกรณีการระบาดโควิด-19 ระลอก 3 คลัสเตอร์สถานบันเทิงย่านทองหล่อ ว่า หากทุกท่านยังจำคำให้สัมภาษณ์ของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เมื่อวันที่  5 เมษายน ที่ระบุว่า รัฐบาลคาดหวังว่าในช่วงเทศกาลสงกรานต์ทุกคนจะมีความสุข แต่ก็เกิดเรื่องขึ้นอีกจนได้ เเละต่อให้รัฐบาลออกมาตรการอะไรออกมา ถ้าคนไม่มีจิตสำนึกก็เป็นแบบนี้เเหละ ในวันนี้จึงต้องย้อนบอกไปยังพลเอกประยุทธ์ว่า คนไม่มีจิตสำนึกที่กล่าวถึง  อาจจะเป็นรัฐมนตรีที่อยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของท่าน ที่เป็นนายกรัฐมนตรีก็ได้


“สิ่งสำคัญคือความรับผิดชอบต่อสังคมในฐานะนายกรัฐมนตรี เพราะ เป็นเรื่องที่ส่งผลกระทบถึงปากท้องของพี่น้องประชาชนคนตัวเล็กตัวน้อย ผมเชื่อเป็นอย่างยิ่งว่าท้ายที่สุดเเล้ว ต่อจากนี้รัฐบาลต้องออกมาตรการและมีคำสั่งออกมาปกครองมากมาย เพื่อควบคุมการระบาด แต่คนที่เดือดร้อน ถูกจำกัดการดำเนินชีวิต ถูกจำกัดโอกาสหรือระยะเวลาในการทำมาหากิน มีข้อจำกัดในการประกอบอาชีพ และไม่กล้าออกมาจับจ่ายใช้สอยก็ไม่พ้นพ่อค้า แม่ค้า คนตัวเล็กตัวน้อย ผู้ประกอบการรายย่อย คนขับเเท็กซี่ ผู้ประกอบการร้านอาหาร sme ธุรกิจท่องเที่ยว ผู้ขับขี่มอเตอร์ไซค์รับจ้าง”


วิโรจน์ กล่าวต่อไปว่า ครั้งกรณีการระบาดคลัสเตอร์ตลาดกลางกุ้ง  จ. สมุทรสาคร ก็สร้างความผิดหวังให้กับประชาชนคนตัวเล็กตัวน้อยมาแล้วครั้งนึง ทำให้เศษฐกิจหยุดชะงัก ซึ่งเราก็ภาวนาว่าในช่วงปีใหม่ เเละสงกรานต์ที่จะมาถึงประชาชนจะได้นำเงินไปชำระหนี้สินที่เกิดขึ้นจากวิกฤติโควิด เเละการบริหารราชแผ่นดินของรัฐบาลที่ล้มเหลว วัคซีนที่ล่าช้า จนไม่อาจคืนวิถีวิตเเละการค้าขายของประชาชนให้ใกล้เคียงกับสภาวะปกติได้ แต่พอเริ่มคลี่คลายก็ปรากฏว่ามาเจอคลัสเตอร์ที่ทองหล่ออีก ดังนั้น สิ่งที่ต้องเรียกร้องคือ รัฐบาลไม่ใช่เเค่จะมาสั่งคำสั่งปกครอง จำกัดสิทธิเสรีภาพให้ประชาชนต้องเดือดร้อนจากการทำมาหากินเท่านั้น แต่ให้มีความรับผิดชอบในการออกมาตรการเยียวยาให้กับประชาชนที่ต้องเดือดร้อนไปด้วย ไม่อย่างนั้นเราจะได้ยินตามสื่อโซเชียลทำนองว่า โควิดติดคนรวย ซวยคนจน ,เศรษฐีเป็นคนก่อ คนซวยต่อเป็นประชาชน , คนติดขับรถเบนซ์ คนลำเค็ญนั่งรถเมล์ , เหตุเกิดที่ร้านแพงเเพง ร้านข้าวแกงเป็นคนรับกรรม


“พวกเราไม่อยากเห็นภาพเเบบนี้ เราอยากเห็นมาตรการที่ออกมาเยียวยาเเละขอโทษประชาชน แสดงความรับผิดชอบกับประชาชน ไม่ใช่ออกมาบังคับประชาชนเพิ่มขึ้น ข่มขู่ ประชาชนเพิ่มขึ้น เพราะผู้ที่ต้องรับผิดชอบวันนี้อาจจะเป็นบุคคลในคณะรัฐมนตรีที่อยู่ใกล้ชิดกับพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี”


วิโรจน์ กล่าวต่อไปว่า สิ่งที่เรียกร้องต่อไปคือให้มีการใช้กฎหมายอย่างเสมอภาคในการเปิดเผยไทม์ไลน์อย่างละเอียด ในกรณีล่าสุด มีอย่างน้อย 3 บุคคลที่ยังไม่พบการเปิดเผยไทม์ไลน์อย่างละเอียด กรณีเเรกคือนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ต้องมีความรับผิดชอบสูงกว่าคนอื่น เพราะหัวหน้าพรรค คือนายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นรองนายกรัฐมนตรีเเละรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข  รัฐมนตรีศักดิ์สยามจึงต้องมีความรับผิดชอบเหนือประชาชนทั่วไป อาทิ การลงทะเบียนแอปพลิเคชั่นหมอชนะ เเละกรณีที่เดินทางไปยังสถานที่เเห่งใด ต้องมีการลงทะเบียนผ่านแอปพลิเคชั่นไทยชนะ หรือต้องมีการใช้ google map ในการค้นหาเส้นทางที่จะเดินทางไปเเน่นอน จึงขอให้เปิดข้อมูลชี้เเจงต่อประชาชนอย่างละเอียด


กรณีที่สอง พลโท สรรเสริญ แก้วกำเนิด อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ ซึ่งขอเรียกร้องให้เปิดเผยไทม์ไลน์อย่างละเอียด ไม่ต้องกังวลว่าจะทำไม่ได้ เพราะพลโทสรรเสริญ ขนาดผังล้มเจ้าที่ท่านไปสารภาพกลางศาลว่า สร้างขึ้นมาเอง ยังทำได้ ไทม์ไลน์เป็นเรื่องของตัวเอง ท่านย่อมต้องทำได้เช่นกัน เเละกรณีสุดท้าย คือข้าราชตุลาการ ที่จ.นนทบุรี ท่านหนึ่งที่ยังไม่เปิดเผยไทม์ไลน์


“ในวันที่ 7 มกราคม นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศบค. ได้ระบุว่า ถ้าท่านใดติดเชื้อโควิด เเละไม่มีแอปพลิเคชั่นหมอชนะ มีความผิดตามกฎหมายด้วย ซึ่งท่านกลับลำในเวลาต่อมาก็จริง แต่ก็ยังมีโฆษกรัฐบาลออกมาย้ำว่า การปกปกปิดไทม์ไลน์ มีความผิดทางกฎหมาย ซึ่งมีการเผยเเพร่ในเว็บไซต์ไทยคู่ฟ้าของรัฐบาลด้วย ว่าการปกปิดไทม์ไลน์ ผิดกฎหมายทั้ง พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 มีโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท และถ้าปกปิดด้วยเเละบอกความเท็จด้วย ผิดกฎหมายอาญา มาตรา 137 ให้ข้อมูลเท็จ มีโทษจำคุก 6 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท อย่างไรก็ตามผู้ที่ออก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คือนายกรัฐมนตรี และท่านบังคับใช้กับประชาชนเป็นว่าเล่น โดยอ้างการควบคุมการระบาดของโรค แต่วันนี้การระบาดมันอยู่ใกล้ท่าน อยู่ในคณะรัฐมนตรีของท่านเรียบร้อยเเล้ว จึงอยากเรียกร้องให้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายรัฐมนตรี กล้าหาญใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน กับคนในบังคับบัญชาของท่านอย่างเสมอภาค เพื่อให้ประชาชนมั่นใจว่าประเทศนี้ความเสมอภาคกันทางกฎหมาย ซึ่งพ.ร.ก.ฉุกเฉิน ฉบับที่ 7 มาตรา 9 การจงใจปดปิดข้อมูลไทม์ไลน์มีโทษจำคุก 2 ปี ปรับไม่เกิน 40,000 บาท” วิโรจน์ กล่าว


ทั้งนี้ วิโรจน์ ยังได้กล่าวทิ้งท้ายว่า ในนามของพรรคก้าวไกล นอกจากขอเรียกร้องให้นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยไทม์ไลน์อย่างละเอียดเพื่อเป็นการรับผิดชอบต่อสังคมเเละเป็นปฏิบัติตามมาตรการของกระทรวงสาธารณสุข อำนวยความสะดวกก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการสอบสวนโรคและควบคุมโรคแล้ว หากไม่ดำเนินการตาม ในฐานะรัฐมนตรี ควรเเสดงความรับผิดชอบที่สูงกว่านั้นคือการลาออก ดังกรณี นายเดวิด คลาร์ก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นิวซีเเลนด์ ที่เคยฝ่าฝืนมาตรการควบคุมการระบาดของโรค ก็เเสดงสปิริตลาออกมาเเล้ว ซึ่งสถานะของนายศักดิ์สยามก็คือ ลูกพรรคภูมิใจไทยที่มี นายอนุทิน เป็นทั้งหัวหน้าพรรคและเป็นรัฐมนตรีสาธารณสุข จึงเป็นบุคคลที่ควรต้องแสดงสปิริตในมาตรฐานสูงเพื่อเป็นแบบอย่างในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมด้วย

Login