ลงพื้นที่จริง! ‘ก้าวไกล’ ประสานหาเตียงผู้ป่วย กังขาเจอเคส สุดเสี่ยง ‘รพ.ภูมิพล’ ให้ผู้ป่วยโควิดเรียกแท็กซี่ไปรักษาตัวที่บ้าน จี้ถาม ‘อนุทิน’ เอาอย่างไรกับ home isolation

ลงพื้นที่จริง! ‘ก้าวไกล’ ประสานหาเตียงผู้ป่วย กังขาเจอเคส สุดเสี่ยง ‘รพ.ภูมิพล’ ให้ผู้ป่วยโควิดเรียกแท็กซี่ไปรักษาตัวที่บ้าน จี้ถาม ‘อนุทิน’ เอาอย่างไรกับ home isolation


พรรคก้าวไกล ประสานหาเตียงผู้ป่วย กังขาเจอเคส สุดเสี่ยง ‘รพ.ภูมิพล’ ให้ผู้ป่วยโควิด-19 เรียกแท็กซี่กลับไปรักษาตัวเองที่บ้าน ทั้งที่ ศบค. ยังไม่มีนโยบายรักษาตัวที่บ้าน จี้ถาม ‘อนุทิน’ เอาอย่างไรกับ home isolation


“ได้พบกับเจ้าหน้าที่ทหารเวรที่ประจำจุดรับส่งผู้ป่วยซึ่งได้ให้ข้อมูลว่า เตียงสำหรับรักษาผู้ป่วยเต็ม เเละเป็นคนให้ผู้ป่วยเดินทางกลับด้วยรถแท็กซี่ โดยให้เปิดกระจกเเละไม่ให้บอกต่อคนขับเเท็กซี่ว่าเป็นผู้ติดเชื้อโควิด 19 ให้สวมหน้ากากอนามัยอย่างมิดชิด ซึ่งการกระทำเช่นนี้เป็นการเสี่ยงต่อการเเพร่เชื้อไวรัสโคโรนา 2019”


เรืออากาศโท ธนเดช เพ็งสุข อดีตผู้สมัคร ส.ส. พรรคอนาคตใหม่ เขตลาดพร้าวและวังทองหลาง พร้อมด้วย อภิวัฒน์ ด่านศรีชาญชัย ว่าผู้สมัคร ส.ก. เขตจตุจักร ,และ นฤธัช สีบุญเรือง ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก.เขตวังทองหลาง พรรคก้าวไกล พร้อมทีมงานสนับสนุน ได้ลงพื้นที่อำนวยความสะดวกแก่ผู้ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 เพื่อประสานการส่งผู้ติดเชื้อไปรักษา ณ โรงพยาบาล แต่พบกรณีการความไม่ชัดเจนในการบริหารจัดการเตียงและการรักษาระหว่างผู้กำหนดนโยบายกับการปฏิบัติจริงหน้างานจึงจำเป็นต้องถามไปยังผู้รับผิดชอบว่าจะกำหนดแนวทางที่ชัดเจนอย่างไร และจะจัดการอย่างไรกับกรณีที่เกิดขึ้น


“จากการลงพื้นที่และมีการประสานส่งตัวผู้ติดเชื้อกับโรงพยาบาลภูมิพล เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร ผู้ติดเชื้อรายหนึ่งได้แจ้งต่อทีมงานซึ่งมีทั้ง ผู้สมัคร ส.ก.พรรคก้าวไกลและทีมงานที่ทำงานร่วมว่า เขาได้รับการตรวจและยืนยันว่าพบเชื้อเเละพร้อมเข้าสู่ในขั้นตอนการรักษาที่โรงพยาบาล โดยก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่โรงพยาบาลได้โทรมาแจ้งว่าให้เตรียมตัวเพื่อเข้ารับการรักษา เเต่พอเมื่อผู้ติดเชื้อเดินทางไปถึงโรงพยาบาลกลับได้รับแจ้งว่าไม่มีเตียงสำหรับพักรักษา เเละกล่าวว่าปอดของเขายังมีอาการเเข็งเเรงจึงอนุญาตให้กลับบ้าน แต่จากที่ทางทีมงานได้สอบผู้ป่วยพบว่าบางรายมีอาการค่อนข้างหนักและไม่สามารถดูเเลตนเองได้”


เรืออากาศโท ธนเดช ระบุต่อไปว่า โรงพยาบาลจะต้องชี้เเจงในกรณีที่เกิดขึ้น คือ ประเด็นเเรก หากผู้ป่วยตรวจพบว่าติดเชื้อ สิ่งเเรกที่โรงพยาบาลต้องปฏิบัติ คือ โรงพยาบาลต้องรับรักษา หากเต็ม ต้องหาที่รักษาให้ ไม่เช่นนั้นจะผิดพระราชบัญญัติควบคุมโรค พ.ศ.2558 แต่ในกรณีนี้ทางรพ.ไม่ได้รับรักษาที่ รพ.ภูมิพล หรือส่งต่อยัง รพ.สนาม เเละ hospitel สิ่งที่เเย่กว่านั้นคือขณะที่ตรวจผู้ป่วยตรวจเสร็จเป็นยามวิกาล เจ้าหน้าที่ปล่อยให้คนไข้อยู่เพียงตามลำพังตรงบริเวณจุดรับ-ส่ง ผู้โดยสาร และเรียกเเท็กซี่ให้มารับ โดยกรณีนี้ไม่ได้เกิดขึ้นเป็นครั้งเเรก เเต่มีอีกหลายเคสที่ถูกปฏิบัติเช่นเดียวกัน


จากกรณีดังกล่าว ทีมงานได้ลงพื้นที่เพื่อสอบถามความชัดเจนต่อกรณีที่เกิดขึ้นและตามหารถเเท็กซี่คันที่รับผู้ป่วย เเต่ทางเจ้าหน้าที่ให้คำตอบไม่ตรงประเด็นโดยอ้างว่า ผู้ป่วยปฏิเสธไม่รับรักษาที่ รพ.สนาม ซึ่ง รพ.สนามของโรงพยาบาลภูมิพลก็ยังมีที่เพียงพอ เเต่กลับไม่ส่งตัวผู้ป่วย ในวันเดียวกันตนได้พบกับเจ้าหน้าที่ทหารเวรที่ประจำจุดรับส่งผู้ป่วยซึ่งได้ให้ข้อมูลว่า เตียงสำหรับรักษาผู้ป่วยเต็ม เเละเป็นคนให้ผู้ป่วยเดินทางกลับด้วยรถแท็กซี่ โดยให้เปิดกระจกเเละไม่ให้บอกต่อคนขับเเท็กซี่ว่าเป็นผู้ติดเชื้อโควิด 19 ให้สวมหน้ากากอนามัยอย่างมิดชิด ซึ่งการกระทำเช่นนี้เป็นการเสี่ยงต่อการเเพร่เชื้อไวรัสโคโรนา 2019


กรณีดังกล่าว อภิวัฒน์ ด่านศรีชาญชัย ว่าผู้สมัครส.ก. เขตจตุจักร ตั้งข้อสังเกตว่า โรงพยาบาลภูมิพล ใช้อำนาจใดในการตัดสินใจให้ผู้ป่วยกลับบ้านเอง เนื่องจากกระทรวงสาธารณสุข และศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโคโรนา 2019 ( ศบค.) ยังไม่ได้มีการออกมาตรการที่สามารถให้ผู้ติดเชื้อที่มีอาการขั้นต้น สามารถพักรักษาดูอาการที่บ้านได้ ( home isolation ) ดังนั้น ตนในฐานะว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร ที่จะเข้าไปทำงานเป็นตัวแทนของประชาชนขอให้ รพ.ชี้เเจงต่อกรณีที่เกิดขึ้น เเละขอให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี เเละรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้คำตอบรวมถึงชี้เเจงต่อบทลงโทษต่อโรงพยาบาลภูมิพล ในฐานะผู้บังคับบัญชาต้นสังกัด เพื่อเป็นกรณีตัวอย่างเเละปฏิบัติเป็นมาตรฐานเดียวกัน

Login