‘อนุทิน’ พร้อมโบ้ย …สุดท้าย ‘ประยุทธ์’ ไม่พร้อมรับผิดชอบ

‘อนุทิน’ พร้อมโบ้ย …สุดท้าย ‘ประยุทธ์’ ไม่พร้อมรับผิดชอบ




สู่สัปดาห์แห่งความโกลาหล ‘เลื่อนฉีดวัคซีน’ ส่งผลข้างเคียงหนัก สธ.-กทม. โบ้ยกันยับ แต่ ‘ประยุทธ์’ ทำเนียนเงียบลอยตัวเหนือปัญหา ‘วิโรจน์’ ตั้งคำถามจากยอดส่งมอบ Astra 61 ล้านโดส กลายเป็นแค่ตัวเลขศักยภาพในการฉีดได้หรือ ?



ยินดีต้อนรับสู่สัปดาห์โกลาหล !!

ขณะนี้เป็นที่ปรากฏชัดแล้วว่าวัคซีนกำลังไม่พอ AZ เลื่อนส่ง โรงพยาบาลทั่วประเทศก็เลื่อนฉีด หันไปที่กระทรวงสาธารณสุขก็ทำได้แค่โบ้ย แต่ กรุงเทพมหานคร ก็ไม่ยอมเป็นแพะและโต้กลับอย่างทันควัน ท่ามกลางปรากฏการณ์ชุลมุนนี้ มีบุคคลหนึ่งเดียวที่ต้อง ‘รับผิดชอบสูงสุด’ แต่กลับตีเนียนเงียบหายไปโดยแสดงความเห็นมาเพียงแค่เขาเป็นห่วงปัญหาพนันช่วงฟุตบอลช่วงยูโรเท่านั้น

เขาคนนั้นคือใคร ทำไมจึงต้องแสดงความรับผิดชอบอย่างยิ่ง ‘วิโรจน์ ลักขณาอดิศร’ จะมาแจกแจงต้นสายปลายเหตุแห่งความโกลาหลครั้งนี้ให้ทุกคนได้รับรู้ตรงกัน



‘วัคซีนเลื่อน’ ประชาชนถูกลอยแพ แต่ สธ.- กทม. ตีกันยับ



ในวันแรกคิกออฟ 7 มิ.ย. ยอดการฉีดวัคซีนใน กทม. ดูเหมือนจะเป็นไปอย่างราบรื่น แต่ผ่านไปไม่ทันข้ามสัปดาห์ก็เริ่มออกอาการ โรงพยาบาลเอกชนหลายแห่งใน กทม. เริ่มออกมาประกาศเลื่อนฉีดวัคซีนสำหรับผู้ที่จองคิวผ่านระบบหมอพร้อมในช่วงวันที่ 14-20 มิ.ย. สถานการณ์ได้ลุกลามบานปลายต่อ วันที่ 13 มิ.ย. โรงพยาบาลในสังกัดสำนักการแพทย์ กทม. 8 แห่ง ได้ประกาศเลื่อนการฉีดวัคซีนสำหรับผู้ที่จองคิวผ่านระบบ ‘หมอพร้อม’ ในช่วงวันที่ 14-17 มิ.ย. (โรงพยาบาลตากสิน 15-17 มิ.ย.) เท่านั้นยังไม่พอ เพราะท้ายที่สุดแม้แต่ โรงพยาบาลเลิดสิน และสถาบันมะเร็งแห่งชาติ ที่สังกัดกรมการแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข ก็ประกาศเลื่อนฉีดวัคซีนเช่นกัน สถานการณ์ดูเหมือนยิ่งแย่ลงไปอีก เมื่อ กทม. ประกาศเลื่อนการฉีดวัคซีนสำหรับผู้ลงทะเบียนในโครงการ ‘ไทยร่วมใจ’ ตั้งแต่วันที่ 15 มิ.ย. เป็นต้นไป กลายเป็นความโกลาหลและสับสนให้กับประชาชนชาว กทม. เป็นอย่างมาก

ปากคำ อนุทิน ชาญวีรกูล รมว.สาธารณสุข : กระทรวงสาธารณสุขจัดสรรวัคซีนให้กับ กทม. ไปแล้ว 5 แสนโดส จากโควต้าทั้งหมดที่จะจัดสรรให้ 1 ล้านโดส ปัญหาการเลื่อนฉีดอยู่ในความรับผิดชอบของสำนักอนามัย และสำนักการแพทย์ กทม. กระทรวงสาธารณสุขจัดการทุกอย่างที่อยู่ภายใต้ความรับผิดชอบไปให้ กทม. หมดแล้ว

ปากคำ กทม. : กระทรวงสาธารณสุขแจ้งต่อ กทม. ว่าจะได้รับการจัดสรรวัคซีน AstraZeneca ในเดือน มิ.ย.จำนวน 2.5 ล้านโดส ไม่ใช่ 1 ล้านโดส กทม.จึงทำแผนการฉีดวัคซีนให้สอดคล้องกับจำนวน 2.5 ล้านโดส

“ที่น่าตกใจคือ ในเดือน มิ.ย. มีผู้ที่จองคิวฉีดวัคซีนในระบบหมอพร้อมในพื้นที่ กทม. ถึง 450,000 คน ถ้าเฉพาะครึ่งเดือน ก็ต้องมาประมาณ 225,000 โดส แต่ กทม. จัดสรรวัคซีนสำหรับผู้ลงทะเบียนในระบบหมอพร้อม โดยกันไว้ให้ เพียง 181,400 โดส จึงย่อมไม่เพียงพอแน่ อีกข้อสงสัยคือ การลงทะเบียนจองวัคซีนในโครงการต่างๆเช่น ‘ไทยร่วมใจ’ เชื่อมโยงฐานข้อมูลกับระบบหมอพร้อม และ MOPH IC หรือไม่ เพราะถ้าฐานข้อมูลไม่เชื่อมโยงกันและไม่ได้มีการกันสต๊อกวัคซีนเอาไว้ให้กับโครงการไทยร่วมใจ ปัญหาก็ย่อมเกิดขึ้น

“ไม่ว่าปัญหานี้จะเกิดจาก กทม. หรือกระทรวงสาธารณสุข ประชาชนไม่มีความจำเป็นต้องรู้ และไม่ว่าปัญหานี้จะเกิดขึ้นจากหน่วยงานไหน ก็ย่อมอยู่ในความรับผิดชอบของรัฐบาลทั้งสิ้น การโบ้ยความผิดกันไปมาระหว่าง กทม. และกระทรวงสาธารณสุข ท่ามกลางความเดือดร้อน ความผิดหวัง และความสับสนของประชาชน สะท้อนถึงการทำงานที่ไม่เป็นเอกภาพ ไม่คุยกันของรัฐบาล ซึ่งสุดท้ายแล้ว มีแต่ประชาชนที่ต้องรับเคราะห์กรรม ผู้ที่ต้องรับผิดชอบกับปัญหาที่เกิดขึ้นนี้ ไม่ใช่ใครที่ไหน แต่เป็น ‘พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา’ นายกรัฐมนตรี ซึ่งจะเงียบเนียน ปล่อยให้ กทม. และกระทรวงสาธารณสุขตีกันไปมา แล้วลอยแพประชาชนไม่ได้”



ทำไม ‘ประยุทธ์’ ต้องเป็นผู้แสดงความรับผิดชอบสูงสุด



เพราะการบริหารสถานการณ์และแผนวัคซีนทั้งหมดได้ถูกรวบเข้ามาอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของ พล.อ.ประยุทธ์ ทั้งสิ้น
>> 26 เม.ย. 64 – จัดตั้งศูนย์บริหารจัดการวัคซีนแบบเบ็ดเสร็จ (Single Command) – ประยุทธ์ เป็น ประธาน
>> 27 เม.ย. 64 – ครม. มีมติเห็นชอบโอนอำนาจตาม พ.ร.บ. จำนวน 31 ฉบับเพื่อแก้ไขสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโควิด-19 – ประยุทธ์ เป็นผู้มีอำนาจ
>> 3 พ.ค. 64 – ศบค. ได้มีมติให้จัดตั้ง ‘ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์โควิด-19 กรุงเทพและปริมณฑล’ – ประยุทธ์ เป็นผู้อำนวยการ

หมกเม็ดสัญญา AstraZeneca 61 ล้านโดส ???
สำนักบริหารนโยบายของนายกรัฐมนตรี แสดงข้อมูลกำหนดการส่งมอบวัคซีน AstraZeneca ดังต่อไปนี้
>> มิ.ย. – 6 ล้านโดส
>> ก.ค.-พ.ย. 10 ล้านโดสต่อเดือน
>> ธ.ค. 5 ล้านโดส

แต่…
ปากคำ อธิบดีกรมควบคุมโรค : “จำนวนนี้ไม่ใช่ตัวเลข ที่บริษัท AstraZeneca Thailand จะส่งมอบวัคซีนให้กับรัฐบาล”



ผลกระทบ



ประชาชนสูญเสียความเชื่อมั่น ทางออกต่อปัญหานี้คือ รัฐบาลควรเร่งเปิดเผยสัญญาที่ได้ทำไว้กับ AstraZeneca Thailand และแผนการส่งมอบวัคซีน ตลอดจนเงื่อนไขบังคับต่างๆ ในกรณีที่เกิดการส่งมอบวัคซีนล่าช้าให้ประชาชนได้รับทราบอย่างโปร่งใสโดยเร็วและเพื่อให้ประชาชนได้ตรวจสอบเงื่อนไขในสัญญาได้

รัฐบาลควรเปิดเผยกำลังการผลิตวัคซีนของบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ด้วยเหตุที่บริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลเป็นมูลค่าสูงถึง 600 ล้านบาท ในการปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นในการผลิตวัคซีน ประชาชนซึ่งเป็นผู้จ่ายภาษี และเป็นเจ้าของเงินแผ่นดิน จึงมีความชอบธรรมที่จะรับทราบข้อมูลกำลังการผลิตดังกล่าว

“นายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้อำนวยการ ศบค. ควรต้องออกมายืนยันให้กับประชาชนมั่นใจว่า จำนวนวัคซีน 61 ล้านโดส คือ ยอดวัคซีนที่รัฐบาลต้องได้รับมอบจาก AstraZeneca Thailand เพราะหากตัวเลข 61 ล้านโดสนี้ ไม่ใช่จำนวนวัคซีนที่ AstraZeneca Thailand ต้องส่งมอบให้กับรัฐบาลแล้ว ก็เท่ากับว่า แผนการส่งมอบวัคซีนที่แท้จริง ถูกปิดบังอำพรางมาโดยตลอด”

เมื่อแผนวัคซีนฉบับแทงม้าเต็งกำลังไม่เป็นไปตามแผน มาเจอกับรัฐบาลที่ไม่กล้าเผชิญหน้ากับความจริงที่เกิดขึ้น แต่ยังแถกระทั่งขณะนี้ที่ฝีกำลังแตก ‘อนุทิน’ ก็ยังถนัดโบ้ย ส่วน ‘ประยุทธ์’ ในฐานะหัวเรือใหญ่ ก็ยังคงลอยตัวเหนือปัญหาไม่พร้อมแสดงความรับผิดชอบใดๆดังที่ผ่านมา

Login