Home Isolation ต้องไม่เป็นเพียงการผลักภาระความรับผิดชอบของรัฐบาลเท่านั้น

Home Isolation ต้องไม่เป็นเพียงการผลักภาระความรับผิดชอบของรัฐบาลเท่านั้น



การกักตัวเองที่บ้าน (Home isolation) จะต้องไม่เป็นเพียงการผลักภาระความรับผิดชอบของรัฐบาลเท่านั้น



หลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศไทยวิกฤตขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นยอดผู้ติดเชื้อที่ไม่มีวี่แววลดลง วัคซีนที่ฉีดน้อยลงเรื่อยๆ จนเกิดวิกฤต “เตียงเต็ม” ในพื้นที่กรุงเทพฯ และบางจังหวัด ทั้งโรงพยาบาลรัฐและเอกชน

ความไม่สามารถรองรับผู้ป่วยโควิด-19 ของระบบสาธารณสุขไทย ทำให้ภาครัฐเริ่มกลับมาพูดถึงมาตรการ “การกักตัวที่บ้าน” หรือ Home Isolation ขึ้นมาอีกครั้ง ล่าสุด อธิบดีกรมการแพทย์ออกมาให้ข่าวว่า เบื้องต้นให้โรงพยาบาลประเมินผู้ป่วยที่มีอาการน้อย หรือ กลุ่มสีเขียว มีความยินยอมที่จะรักษาตัวอยู่ที่บ้าน จากนั้นจะประเมินปัจจัยแวดล้อม หากเห็นว่าคนไข้สามารถกักตัวที่บ้านได้ ก็จะส่งทีมแพทย์เข้าไป หรือโทรให้คำปรึกษาวันละ 1 ครั้ง

ถือเป็นเรื่องดีที่ภาครัฐเริ่มพูดถึง Home Isolation หลังจากที่พรรคก้าวไกลได้นำเสนอเรื่องนี้ไว้ตั้งแต่เริ่มต้นการระบาดระลอกใหม่เมื่อเดือนเมษายน (ดูเพิ่ม [1]) แต่ในครั้งนั้น รัฐบาลไม่มีมีการตอบรับข้อเสนอนี้ เนื่องจากนายกรัฐมนตรีมองว่าคนไทยไม่มีระเบียบวินัยเพียงพอ (ดูเพิ่ม [2]) แม้จะมีข้อเสนอมาจากบุลคากรในกระทรวงสาธารณสุขอยู่ไม่น้อย

แต่สุดท้าย เมื่อมีการระบาดระลอกใหม่ มีเชื้อสายพันธุ์เดลต้าในสัดส่วนจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ แต่วัคซีนยังมาได้ล่าช้ากว่าที่ควรจะเป็น จนศักยภาพของสถานพยาบาลมีไม่เพียงพอจะรองรับคนไข้

มาตรการ Home Isolation จึงถูกพูดถึงอีกครั้ง ไม่ใช่ในฐานะหนึ่งใน “วิธีการดูแลผู้ป่วย” แต่อาจเป็นหนึ่งในวิธีการ “ผลักภาระให้พ้นตัว” ของรัฐบาลที่ไม่สามารถดูแลคนไข้โควิด-19 ต่อไปได้แล้ว

ไม่ว่าจะอย่างไร พรรคก้าวไกลก็ยังคงเห็นด้วยที่รัฐบาลจะต้องมีมาตรการ Home Isolation เพื่อช่วยให้ศักยภาพการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 มีมากขึ้น แก้ปัญหาคนป่วยรอเตียงที่รอจนตายแบบที่เห็นในข่าวรายวัน ถึงแม้ว่ามาเริ่มคิดวันนี้จะทำให้การดำเนินมาตรการทำได้ยากกว่า การเตรียมการเสียแต่เนิ่นๆ ก็ตาม

พรรคก้าวไกล จึงขอเสนอแนะและส่งข้อเรียกร้องไปถึงรัฐบาล 5 ข้อ ที่จะเป็นเงื่อนไขที่ทำให้มาตรการ Home Isolation สัมฤทธิ์ผล สามารถช่วยชีวิตคนได้จริง ไม่เกิดการแพร่กระจายเชื้อเพิ่มเติม สามารถช่วยแบ่งเบาภาระของระบบสาธารณสุขได้:


1 ต้องทำพร้อมการปูพรมตรวจเชิงรุก

ไม่ว่าจะในสถานการณ์ที่ล็อกดาวน์ หรือให้ผู้ป่วยรักษาตัวอยู่ที่บ้าน สิ่งที่สำคัญในสถานการณ์ก็คือการระบุตัวคนป่วยให้ครอบคลุมอย่างรวดเร็วที่สุด เพื่อแยกตัวผู้ป่วยออกจากคนที่ไม่ป่วย เพราะหากไม่สามารถระบุตัวผู้ป่วยอย่างรวดเร็ว

พรรคก้าวไกลเราเสนอให้เปลี่ยนเป็นการใช้ Rapid Antigen ที่เป็นการนำสารคัดหลั่งระบบทางเดินหายใจไปตรวจเชื้อโดยใช้น้ำยา ที่สามารถรู้ผลได้ใน 15 นาที และมีราคาต่อการตรวจหนึ่งครั้งที่ถูกกว่า แทนที่จะใช้ PCR Test ที่ถึงแม้จะแม่นยำ แต่ต้องใช้ต้นทุนสูงและเวลาอย่างน้อย 2 วัน ทำให้ไม่สามารถระบุตัวผู้ป่วยได้อย่างทันท่วงที

ด้วยการเปลี่ยนวิธีการ เราจะสามารถปูพรมตรวจอย่างกว้างขวางได้ และสามารถแยกตัวผู้ติดเชื้อเพื่อทำการรักษาตามบ้านเป็นคลัสเตอร์ได้



2 ต้องมีความช่วยเหลืออาหารส่งถึงบ้าน

สิ่งที่ผู้ป่วยที่กักตัวต้องทำ คือต้องแยกตัวคนที่ติดโควิดออกจากคนที่ไม่ติด ทำให้ผู้ที่กักตัวเองที่บ้าน ไม่สามารถออกไปหารายได้ และซื้อของใช้จำเป็นในชีวิต โดยเฉพาะอาหารที่ต้องรับประทานทุกวันได้

การมี Food Bank และ Food Delivery อย่างเป็นระบบที่รัฐเป็นผู้บริการจึงมีความจำเป็น เพื่อให้ผู้ป่วยที่กักตัวตามบ้านสามารถดำรงชีวิตได้ในช่วงกักตัวจนกว่าจะหายดี

การมีระบบแจกจ่ายอาหาร ไม่ใช่แค่การทำอาหารแจกแบบสงเคราะห์แบบที่บางหน่วยงาน หรือองค์กรทำ แต่คือการเชื่อมโยงฐานข้อมูลผู้ป่วย เข้ากับระบบการให้ความช่วยเหลือทางสังคมอย่างเป็นระบบ นั่นหมายถึงว่ารัฐบาลต้องไม่ทำงานแยกส่วน ระหว่างงานด้านการแพทย์ และงานบริการทางสังคม



3 ต้องทำพร้อมระบบ Telemedicine

อย่าลืมว่าสิ่งที่สำคัญสำหรับการ Home Isolation ไม่ใช่การกักตัวอยู่เฉยๆ แต่ต้องเป็นการรักษาตัวตามอาการด้วยในฐานะผู้ป่วยคนหนึ่งที่จำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากแพทย์

การได้รับการดูแลต้องทำอย่างเป็นระบบมากกว่าแค่โทรติดตามอาการวันละ 1 ครั้ง แต่อาจต้องมีการมองเห็นหน้า เสียง และมีการตรวจสุขภาพเพื่อประเมินอาการในแบบอื่นๆ ร่วมด้วย เพื่อให้มีการดูแลตรวจสอบอาการอยู่เสมอ จนถึงมีการสั่งจ่ายยาที่จำเป็นต่อคนไข้

ดังนั้น การจำทำ Home Isolation ที่ดีได้ จึงควรทำพร้อมกับระบบ Telemedicine เพื่อเชื่อมผู้ป่วยเข้ากับแพทย์อย่างรวดเร็ว และสามารถให้ความช่วยเหลือหากอาการของผู้ป่วยเริ่มทรุดลงก่อนจะเข้าสู่ภาวะฉุกเฉิน



4 ต้องมีเกณฑ์ที่ชัดเจนว่าใครที่สามารถ Home Isolation ได้ และใครที่ต้องเข้ารับการรักษาที่สถานพยาบาล

Home Isolation คือหนึ่งในวิธีการ “ดูแล” ผู้ป่วย ไม่ใช่การผลักภาระของรัฐ ดังนั้น การที่แพทย์และสถานพยาบาล จะกำหนดว่าใครควร หรือไม่ควร Home Isolation จึงต้องมีเกณฑ์การประเมินที่ชัดเจน เป็นวิทยาศาสตร์ และใช้ดุลพินิจให้น้อยที่สุด

โดยมีหลักเกณฑ์ทั้งความรุนแรงของอาการ, ความพร้อมด้านสถานที่ของผู้ป่วย, ความพร้อมด้านการดูแลของทีมแพทย์, ความเสี่ยงที่จะแพร่เชื้อต่อคนอื่นในบ้าน ฯลฯ

และที่สำคัญ ต้องเชื่อมั่นในประชาชนว่าสามารถทำได้สำเร็จ ภายใต้การกำกับดูแลโดยระบบที่เป็นธรรม โปร่งใส และบังคับใช้ต่อทุกคนอย่างเท่าเทียม

หลักเกณฑ์ที่ชัดเจนมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งในภาวะวิกฤตที่ทรัพยากรมีจำกัด เพราะอย่างลืมว่าปัญหาที่ใหญ่ที่สุดของสังคมไทยคือความ “สองมาตรฐาน”



5 ต้องไม่มีการเลือกปฏิบัติ สองมาตรฐาน และระบบอภิสิทธิ์

ในภาวะที่ทรัพยากรทางการแพทย์กำลังอยู่ในขั้นวิกฤต ทรัพยากรต้องถูกจัดสรรให้กับคนที่จำเป็นที่สุดก่อน

แต่ปัญหาที่อยู่คู่สังคมไทย โดยเฉพาะในรัฐบาลอำนาจนิยม คือความสองมาตรฐาน คนที่มีเงิน มีอำนาจ มักมีอภิสิทธิ์มากกว่าประชาชนคนธรรมดา

การพูดถึง Home Isolation ในช่วงเวลานี้น่ากลัวว่าจะเป็นการผลักภาระของรัฐ มากกว่าเป็นการช่วยเหลือดูแลผู้ป่วย คนที่มีอภิสิทธิ์จะได้รับการจัดสรรเตียง ในขณะที่ประชาชน อาจจะถูกประเมินให้ทำ “Home Isolation” โดยไม่มีทางเลือกอื่น

เกณฑ์ที่เป็นวิทยาศาสตร์จึงเป็นสิ่งจำเป็น แต่สิ่งที่จำเป็นกว่าคือเราต้องช่วยกันตรวจสอบรัฐบาล และผู้มีอำนาจว่าการรับมือสถานการณ์วิกฤตครั้งนี้ ทำอย่างโปร่งใสหรือไม่

เราขอย้ำอีกครั้งว่า “การกักตัวเองที่บ้าน” (Home Isolation) ต้องมีเกณฑ์การคัดกรองที่ดี และมีการจัดการอย่างเป็นระบบบ เพื่อให้ Home Isolation เป็นการช่วยดูแลชีวิตคน ช่วยให้สถานการณ์ภาพรวมดีขึ้น ไม่ใช่แค่การผลักภาระความรับผิดชอบของรัฐบาลเท่านั้น






ดูเพิ่ม


[ 1 ] ข้อเรียกร้องพรรคก้าวไกลให้มีการ “กักตัวที่บ้าน” (Home Isolation) ในฐานะวิธีการรับมือกับการแพร่ระบาดของโควิด-19

19 เม.ย. 64, มาตรการจัดการวิกฤตโควิด19 ในระลอก 3 แบบ ‘ก้าวไกล’ ได้เวลาเริ่ม Home Isolation – เร่งฉีด เร่งวางแผนกระจายวัคซีน ฟื้นเศรษฐกิจ – “ครั้งนี้อย่าทำเสียโอกาสเหมือนคราว พ.ร.ก.เงินกู้” https://www.facebook.com/MoveForwardPartyThailand/posts/301211788177515

25 เม.ย. 64, แถลงการณ์พรรคก้าวไกล – เรื่อง ข้อเสนอแนะในทางปฏิบัติ ถึงรัฐบาล เพื่อปรับปรุงการบริหารจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19
https://www.facebook.com/MoveForwardPartyThailand/posts/304863871145640


[ 2 ] หมอเก่ง เผยบิ๊กตู่มองคนไทยไร้วินัยเมินอาการเบากักตัวที่บ้าน ห่วงผู้ป่วยหนักชวดรักษาจนดับคาบ้าน https://www.matichon.co.th/covid19/thai-covid19/news_2689505

Login