เปิดความผิดปกติ กมธ.งบ 65: จับตาการแบ่งเค้กงบฯ เตรียมเลือกตั้ง!

เปิดความผิดปกติ กมธ.งบ 65: จับตาการแบ่งเค้กงบฯ เตรียมเลือกตั้ง!


กมธ. งบฯ 65 วุ่น ประธานสั่งปิดประชุมก่อนเวลา สาเหตุคือตกลงกันไม่ได้ เรื่อง งบจังหวัด-กลุ่มจังหวัด 900 ล้านบาทที่จะนำไปให้กรมทางหลวงสร้างถนน

ในช่วงโค้งสุดท้ายของการพิจารณาร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2565 หลังจากที่ทั้ง 9 อนุกรรมาธิการพิจารณา “ตัด” งบของหน่วยงานต่าง ๆ ไปแล้ว ขั้นตอนสุดท้ายที่ต้องทำก็คือการนำเสนอยอดการปรับลดงบประมาณเข้าสู่กรรมาธิการใหญ่

ซึ่งการนำเสนองบประมาณที่ปรับลดได้ของอนุกรรมาธิการก็ดูจะไม่มีปัญหาอะไร จนกระทั่งเข้าสู่การพิจารณาของอนุกรรมาธิการจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ซึ่งมีความผิดปกติเกิดขึ้นจากการที่อยู่ดี ๆ ประธานอนุกรรมาธิการเกิดเปลี่ยนใจ “กลับมติ” ของอนุกรรมาธิการของตัวเองที่ให้ตัดงบสร้างถนนของจังหวัดต่างๆ วงเงิน 900 ล้านบาท กลางกรรมาธิการใหญ่ #ตัดแล้วทอนคืน

ความผิดปกตินี้มีที่มาอย่างไร? ก็ต้องเท้าความกันก่อนว่า งบสร้างถนนดูจะเป็นงบประมาณยอดนิยมของหน่วยราชการไทย ไม่ทราบว่าจะเป็นเพราะเห็นชิ้นงานทอนง่ายหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ แต่งบสร้างถนนเป็นงบที่มีกันแทบทุกหน่วยงาน ไม่ว่าจะเป็นหน่วยงานที่ทำหน้าที่หลักอย่าง กรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือจะเป็น “ภารกิจเสริม” อย่างงบจังหวัด-กลุ่มจังหวัด หรือแผนบูรณาการต่างๆ แม้แต่แผนบูฯ ท่องเที่ยวสร้างมูลค่าก็ยังเป็นงบสร้างถนน

แต่สำหรับในการพิจารณางบประมาณปี 65 นี้ มีกลิ่นไม่ดี กล่าวคือในอนุกรรมาธิการจังหวัดและกลุ่มจังหวัดมีการตัดงบก้อนนี้อย่างถูกต้อง (900 ล้านบาท) เพราะเป็นการตั้งผิดหลักการ งบถนนควรอยู่กับท้องถิ่นหรือส่วนกลาง (กรมทางหลวงหรือกรมทางหลวงชนบท) ไม่ใช่ตั้งเป็นงบจังหวัดหรือกลุ่มจังหวัดแล้วโอนให้ส่วนกลางทำอยู่ดี ซึ่งอนุฯ ก็ทำงานได้ดีและถูกต้องตามกระบวนการในการตัดงบประมาณก้อนนี้เพราะมี “ความซ้ำซ้อน”

แต่อยู่ดีไม่ว่าดี ไม่รู้เกิดอะไรขึ้น ในวันที่อนุฯ ต้องรายงานผลการปรับลดงบประมาณเข้า กมธ. ใหญ่ ประธานอนุฯ กลับบอกเปลี่ยนใจ กลับลำ 180 องศา แหกมติอนุฯ ตัวเองซึ่งฝ่ายัฐบาลก็คุมเสียงข้างมากอยู่ บอก กมธ. ใหญ่ว่า “ผมไม่ตัดงบ 900 ล้านบาทก้อนนี้แล้ว” เฉยเลย


ข้อสังเกตต่อความผิดปกติของเรื่องนี้มีอะไรบ้าง?

เรื่องแรก อย่าลืมว่าการที่ประธานอนุฯ เข้ามารายงานผลการพิจารณาใน กมธ. ใหญ่นั้นเป็นการรายงานในฐานะตัวแทนของอนุกรรมาธิการ เมื่อมติอนุฯ ออกมาแบบหนึ่งแล้ว การที่อยู่ดี ๆ ประธานออกมาบอกว่าตัวเองเปลี่ยนใจ แล้ว “แหกมติ” ของอนุฯ ตัวเองเป็นสิ่งไม่ถูกต้องและไม่ควรทำเป็นอย่างยิ่ง (และอย่าลืมว่าตัวเองและฝั่งเดียวกันเป็นคนเสนอตัดงบอย่างแข็งขันแท้ ๆ)

ประธานอนุฯ อ้างว่าข้อเสนอที่เสนอมานี้เป็นความเห็นที่คุยกันมาในอนุกรรมาธิการแต่ไม่ได้เป็นมติในการประชุม อย่างไรก็ตาม กมธ. พรรคก้าวไกล ได้สอบถามอนุฯ ในสัดส่วนของก้าวไกล ได้ความว่า “ไม่เห็นมีใครมาพูดคุยด้วย” พอโดนท้วงเรื่องนี้ ประธานอนุฯ ก็แก้เกี้ยวว่า ถ้าอย่างนั้นก็รายงานผลการตัดตามที่อนุฯ มีมติไป แต่ขอเสนอใหม่ในฐานะกรรมาธิการใหญ่ ไม่ให้มีการตัดงบที่ตัวเองเป็นประธานในการเสนอตัด (แบบนี้ก็ได้หรือ?? 🙄)

เรื่องที่สองที่ผิดปกติ ก็คืองบประมาณที่โดนอนุฯ ตัดก้อนนี้ หน่วยรับงบประมาณซึ่งก็คือจังหวัดต่าง ๆ ได้ทำเรื่องขออุทธรณ์งบกลับคืนมาแล้ว 700 ล้านบาท แต่อยู่ๆ ประธานอนุฯ ในฐานะกรรมาธิการงบประมาณเกิดใจป้ำ คืนงบที่ตัวเองตัดมาให้ทั้งหมด 900 ล้านบาท ทำให้เกิดข้อถกเถียงจากกรรมาธิการฝ่ายค้านว่าการขอคืนงบประมาณมากกว่าที่หน่วยงานขอแบบนี้ ทำได้หรือไม่???

และเมื่อเกิดข้อถกเถียงมากเข้า ซึ่งข้อถกเถียงไปไกลจนถึงขั้นขู่ว่าจะมีการร้องศาลรัฐธรรมนูญ ว่ามีการผิดมาตรา 144 ที่ห้ามกรรมาธิการหรือ ส.ส. เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการเพิ่มงบให้หน่วยงาน “ไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อม” กันเลยทีเดียว ทำให้เกิดความวุ่นวายในกรรมาธิการ จนกระทั่งประธานที่ประชุม วิเชียร ชวลิต ต้องสั่งพักการประชุมเพื่อมีการพูดคุยตกลงกัน แต่สุดท้ายตกลงกันไม่ได้จึงสั่งปิดประชุมไปแบบงง ๆ ทั้งที่มีอนุกรรมาธิการรอรายงานผลอีก 3 กรรมาธิการและยังไม่ถึงเวลาเลิกประชุมตามปกติ

ความผิดปกติทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ ทำให้เราตั้งคำถามว่าการพิจารณางบประมาณ โดยเฉพาะอย่างยิ่งฝั่งรัฐบาล ทำงานกันอย่างโปร่งใสหรือไม่?



ก่อนหน้านี้ พรรคก้าวไกลเคยออกมาตั้งคำถามถึงพฤติกรรมที่ผิดปกติในชั้นกรรมาธิการ หนึ่งในนั้นคือการ “ขู่เชือดหนัก” ซึ่งก็คือการที่อนุ กมธ. บางท่านขู่ว่าจะตัด 20% บ้าง 50% บ้าง พอข้าราชการเจอแบบนี้ก็กลัว เปิดโอกาสให้มีการ “เรียกเคลียร์” ซึ่งอาจนำมาซึ่งการเจรจาต่อรองบางอย่างได้ และหากเคลียร์ได้ ก็อาจมีการ “ขอทอนคืน”

น่าตั้งคำถามอีกเช่นกันว่าความผิดปกติในการทอนคืนงบประมาณก้อนนี้จะเกี่ยวข้องกับการที่รัฐบาลประยุทธ์ “ใกล้ล่ม” จากความผิดพลาดในการบริหารประเทศหรือไม่ ทำให้ต้องเร่ง “หากิน” และแจก “งบ ส.ส.” ให้มากที่สุดเพื่อเตรียมการเลือกตั้ง (หรืออาจทิ้งทวนเพราะรู้ว่าคงไม่ได้เป็น ส.ส. อีกแล้วภายใต้สังกัดพรรคของประยุทธ์-ประวิตร)

ไม่ว่าการขอคืนงบที่ตัวเองตัดครั้งนี้จะเป็นการทำอย่างบริสุทธิ์ใจหรือมีอะไรแอบแฝง แต่เราคงเห็นความจำเป็นที่ว่าการประชุมพิจารณางบประมาณซึ่งมาจากภาษีของคนทั้งประเทศควรต้องโปร่งใส ประชาชนทั้งประเทศควรมีสิทธิ์เห็นเทปบันทึกการประชุมว่าใครมีพฤติกรรมอะไรที่ผิดปกติเกิดขึ้นใน กมธ. งบประมาณบ้างหรือไม่ เพื่อให้ประชาชนได้ร่วมกันตรวจสอบและตัดสินใจเลือกพรรคการเมืองที่มาทำหน้าที่เพื่อประชาชนอย่างแท้จริง


ดูเพิ่มเติม “เปิดพฤติกรรมน่าสงสัยในการพิจารณางบ 65https://www.moveforwardparty.org/parliament/4226/

Login