เปิดอีก! ดีลรัฐบาลอุดหนุน 600 ล้าน สยามไบโอฯ แต่ส่งวัคซีนไม่ครบ – จี้ กมธ. ส่งตัวแทนสอบโรงงาน

เปิดอีก! ดีลรัฐบาลอุดหนุน 600 ล้าน สยามไบโอฯ แต่ส่งวัคซีนไม่ครบ – จี้ กมธ. ส่งตัวแทนสอบโรงงาน


เปิดเอกสารสัญญา! ‘วิโรจน์’ จี้รัฐบาลส่งตัวแทนตรวจศักยภาพ ‘สยามไบโอไซเอนซ์’ หลังส่งแอสตราฯ เดือน ก.ค. ไม่ครบ 10 ล้านโดส กังขาเอกสารสัญญาให้ทุน 600 ล้านบาท ไม่ระบุ ‘ส่งมอบไทยก่อน’ ขัดแย้งหนังสือคณะกรรมการกลั่นกรองขอเงินกู้ไปใช้ จี้รัฐบาลตอบให้ชัดเจน

เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2564 ที่ พรรคก้าวไกล วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เเถลงข่าวต่อสื่อมวลชนประเด็น เอกสารสัญญาให้งบประมาณสนับสนุน 600 ล้านบาท ระหว่างรัฐบาลไทย-สยามไบโอไซเอนซ์ โดยกล่าวว่า จากข้อมูลเมื่อวันที่ 18 กรกฎาคม 64 เว็บไซต์สำนักสารนิเทศสำนักปลัดกระทรวงสาธารณสุข ระบุ ถึงยอดการรับมอบวัคซีนแอสตราเซเนกาจากบริษัท แอสตราเซเนกา ประเทศไทย และยอดที่ได้รับมาจากเเหล่งอื่นๆ ณ วันที่ 16 ก.ค. จำนวนทั้งสิ้น 8,193,500 โดส โดยจำนวนนี้เป็นการรวมเอายอดที่ประเทศญี่ปุ่นบริจาคให้ไว้เเล้ว แต่หากไม่รวมวัคซีนที่บริจาคจากประเทศญี่ปุ่น จำนวนวัคซีนที่รัฐบาลได้รับคือ 7,140,500 โดส โดยยอดการรับบริจาคจากญี่ปุ่นมี 2,704,100 โดส (ยอด ณ วันที่ 16 ก.ค. 64)

ติดตามชมไลฟ์สดได้ที่นี่ https://youtu.be/sB1wAzv3mdc



ทั้งนี้ จากข่าวเมื่อวันที่ 24 ก.ค. ทางแอสตร้าเซเนกา ประเทศไทย ได้มีการชี้แจงโดยกล่าวถึงข้อจำกัดในเรื่องของการขาดเเคลนวัตถุดิบที่จะทำให้สามารถส่งมอบวัคซีนให้กับรัฐบาลไทยได้เพียงประมาณ 5-6 ล้านโดสต่อเดือน นอกจากนี้ยังระบุว่า แอสตราเซเนกาประเทศไทยได้มีการส่งมอบวัคซีนให้กับกระทรวงสาธารณสุขหรือรัฐบาลไทยไปเเล้ว 9,000,000 โดส อย่างไรก็ตาม ยอดนี้มีข้อสังเกตว่าผลิตโดยบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ทั้งหมด หรือเป็นยอดที่นับรวมกับยอดที่ได้รับบริจาคจากประเทศญี่ปุ่นไปด้วย ซึ่งหาก 9,000,000 โดส เป็นยอดที่ได้รับการผลิตมาจากบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์เท่านั้น ณ วันที่ 24 กรกฎาคม ก็หมายถึงมีการส่งมอบวัคซีนแอสตราเซเนกาเพิ่มเติมอีก 1,895,900 โดส และจากข่าวล่าสุดเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม ทางแอสตราเซเนกา ประเทศไทย ได้ชี้แจงเเละระบุว่า ได้ส่งมอบวัคซีนอีก 2.3 ล้านโดสเสร็จสิ้นเเล้ว ในเดือนกรกฎาคม

“เท่ากับว่า รัฐบาลไทยหรือกระทรวงสาธารณสุข ได้รับมอบวัคซีนจากแอสตราเซเนกาประเทศไทย เดือนกรกฎาคม ทั้งสิ้น 5,810,600 โดส แต่ถ้าในจำนวนนี้มีวัคซีนที่ได้รับบริจาคจากประเทศญี่ปุ่นที่ประมาณ 1 ล้านโดสเศษ จะเท่ากับว่า จะได้รับวัคซีนที่ผลิตโดยสยามไบโอไซเอนซ์ที่ส่งต่อมาจากแอสตราเซเนกาประเทศไทยจำนวน 4,757,600 โดส หรือยอดเคลื่อนไหวอยู่ระหว่างประมาณ 5-6 ล้านโดส อย่างไรก็ตาม ยอดการส่งมอบวัคซีนในเดือนกรกฎาคมไม่ถึง 10 ล้านโดสเเน่นอน ตัวเลขทั้งหมดนี้เป็นการประเมินเพียงคร่าวๆ จากข่าวที่ปรากฎเท่านั้น เหตุผลเพราะในปัจจุบันนี้ระบบติดตามการตรวจสอบย้อนกลับโซ่ความเย็นวัคซีนโควิด-19 ที่พัฒนาโดยกระทรวงการอุดมศึกษาฯได้ปิดไม่ให้ประชาชนทั่วไปเข้าไปติดตามข้อมูลการตรวจสอบส่งมอบวัคซีนและข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสต็อควัคซีน จึงไม่สามารถตรวจสอบได้ ข้อมูลการส่งมอบยังคงต้องติดตามจากข่าวที่รายงานจากสื่อมวลชนเป็นหลัก”



วิโรจน์ กล่าวต่อไปว่า เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม โฆษกรัฐบาลได้ชี้เเจงผ่านรายการแจงให้เคลียร์ โดยชี้เเจงชัดว่า บริษัทสยามไบโอไซเอนจำกัด เป็นเพียงบริษัทที่รับจ้างผลิตวัคซีนให้กับบริษัทแอสตราเซเนกาประเทศไทยเท่านั้น เเละระบุว่า รัฐบาลไม่มีอำนาจไปบังคับให้มีการส่งมอบวัคซีนที่มีการผลิตโดยบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ให้กับประชาชนคนไทยก่อน ในประเด็นนี้ตนคิดว่าประชาชนต้องตั้งข้อสังเกตเเละหาคำตอบร่วมกัน รวมถึงต้องกดดันให้รัฐบาลออกมาชี้เเจงเรื่องนี้ให้มีความชัดเจนกว่านี้

“ในสัญญาจองวัคซีนล่วงหน้า 26 ล้านโดส ถ้าหากไปดูในภาคผนวกหรือ appendix a ในส่วนของวัตถุประสงค์หรือ objective จะปรากฏชื่อของบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ในสัญญาฉบับนี้ชัดเจน โดยระบุอยู่ในส่วนที่เรียกว่าวัตถุประสงค์เฉพาะเจาะจงในข้อที่ 1. ซึ่งระบุเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมในด้านขีดความสามารถ และกำลังการผลิตวัคซีนของบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด นั่นหมายความว่า สยามไบโอไซเอนซ์ เป็นเงื่อนไขเเละข้อผูกพัน 1.ที่อยู่ในสัญญาที่ทำระหว่างกระทรวงสาธารณสุขหรือรัฐบาลไทยกับบริษัทแอสตราเซเนกาประเทศไทย จำกัด”



ทุกท่านสามารถอ่านเอกสารเต็มได้ที่

1) หลักเกณฑ์การคัดเลือก https://www.moveforwardparty.org/wp-content/uploads/2021/08/1-SBS-Government-Deal.pdf
2) สัญญารับทุนอุดหนุน https://www.moveforwardparty.org/wp-content/uploads/2021/08/2-SBS-Government-Deal.pdf



วิโรจน์ กล่าวต่อไปว่า ขอยืนยันว่า สยามไบโอไซเอนซ์ไม่ได้เป็นอิสระ สัญญาระหว่างรัฐบาลไทยเเละแอสตราเซเนกาประเทศไทย และต้องย้อนกลับไปดูว่า เมื่อวันที่ 24 ส.ค. 2563 ตามหนังสือที่ นร.106/คนกง. ระบุว่า การพิจารณาของคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ในคราวประชุมครั้งที่ 17/2563 ถึงนายกรัฐมนตรี เพื่อใช้ประกอบการพิจารณา การอุดหนุนเงินเพื่อเพิ่มศักยภาพอุตสาหกรรมการผลิตวัคซีนชนิดไวรัลเวคเตอร์ ให้กับบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ในหนังสือฉบับดังกล่าวมีเนื้อความที่เป็นเงื่อนไขในการอุดหนุนบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์อย่างชัดเจนว่า “เพื่อให้ประเทศไทยได้รับสิทธิ์ในการจัดซื้อวัคซีนที่ผลิตโดยผู้ผลิตในไทยเป็นอันดับแรกตามจำนวนที่ต้องการ และมีเงื่อนไขที่จะจำกัดการส่งออกได้ด้วย และเมื่อวันที่ 25 ส.ค. ได้มีมติคณะรัฐมนตรี อุดหนุนวงเงินดังกล่าวนี้ เพื่ออุดหนุนบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์”

วิโรจน์ ย้ำว่า เมื่อมีการระบุไว้ในหนังสือเช่นนี้ ประชาชนจึงต้องร่วมกันตั้งคำถามว่า เหตุใดรัฐบาลไทยจึงไม่สามารถจำกัดสิทธิการส่งออกและขอใช้สิทธิในการซื้อวัคซีนที่ผลิตโดยสยามไบโอไซเอนซ์ จากแอสตราเซเนกาประเทศไทยได้ก่อน ตามเงื่อนไขที่ได้อุดหนุนเงิน 600 ล้านบาทที่เป็นเงินแผ่นดินเเละเป็นเงินภาษีประชาชน ในการพัฒนาการผลิตวัคซีนไวรัลเวคเตอร์ให้กับ บริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด และประชาชนควรตั้งคำถามว่า เงื่อนไขดังกล่าวนี้ คือเงื่อนไขในการจำกัดสิทธิการส่งออกเเละเงื่อนไขในการสั่งซื้อวัคซีนได้ตามที่ต้องการเป็นอันดับแรกหรือไม่มีข้อความนี้ระบุเอาไว้ในสัญญา ถ้าข้อสังเกตนี้เป็นจริงว่าไม่มีข้อความนี้ในเงื่อนไขสัญญา ก็ต้องตั้งคำถามต่อไปยังรัฐบาลว่า รัฐบาลอุดหนุนวงเงิน 600 ล้านบาท ซึ่งมีการเบิกใช้จริง 596.23 ล้านบาท ให้กับบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ได้อย่างไร แล้วสัญญารับทุนอุดหนุนโครงการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการผลิตวัคซีนโควิด-19 ที่มีการลงนามในวันที่ 18 ธ.ค. 2563 ลงนามไปได้อย่างไร เพราะการอนุมัติเงินสนับสนุนอยู่ภายใต้เงื่อนไขนี้เเละมติ ครม.ที่อนุมัติก็ทำภายใต้เงื่อนไขนี้

“วันนี้พรรคก้าวไกลจะเปิดสัญญารับทุนอุดหนุนโครงการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับการผลิตวัคซีนโควิด-19 ให้กับบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด เท่าที่ได้อ่านในสัญญา เนื้อความไม่มีเงื่อนไขใดที่ระบุว่าวัคซีนที่ผลิตโดยบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์และการส่งมอบต่อให้กับแอสตราเซเนกาประเทศไทย จะต้องส่งมอบให้กับรัฐบาลไทยหรือกระทรวงสาธารณสุขก่อน หรือต้องส่งมอบตามที่กระทรวงสาธารณสุขเเจ้งตามตัวเลขที่ได้รับสิทธิ์ในการสั่งซื้อเป็นอันดับแรกก่อน สัญญารับทุนอุดหนุนไม่มีข้อความนี้ อาจจะอยู่ในข้อความสัญญาที่ถมดำหรืออยู่ในส่วนใดก็ได้ แต่รัฐบาลจะต้องมีหน้าชี้เเจงว่าข้อความนี้คือเงื่อนไขการจำกัดการส่งออกและเงื่อนไขในการสั่งซื้อเป็นอันดับเเรกตามความต้องการหรือไม่ ถ้าไม่มี อนุมัติอุดหนุนดงอน 600 ล้านบาทให้กับบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ได้อย่างไร ภายใต้เงื่อนไขอะไร”



วิโรจน์ ทิ้งท้ายว่า ในวันนี้เรื่องวัคซีนเป็นเรื่องที่มีความสำคัญต่อชีวิตประชาชน โดยประชาชนให้ความสนใจว่าเหตุใดการฉีดวัคซีนจึงยังล่าช้า เเละประชาชนต้องการวัคซีนที่มีคุณภาพ รวมถึงประชาชนก็มีสิทธิ์ที่จะสงสัยว่า กำลังการผลิตของบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์มีความสมบูรณ์อยู่หรือไม่ มีปัญหาหรือไม่ ซึ่งในสัญญารับทุนอุดหนุน ข้อ 8.6 ระบุไว้ชัดเจนว่า ผู้รับทุนยินยอมและอำนวยความสะดวกให้ผู้ให้ทุนหรือผู้ที่ให้ทุนมอบหมายเข้าไปในสถานที่ทำการของผู้รับทุน หรือสถานที่ดำเนินการโครงการได้ในเวลาอันควร เพื่อประโยชน์ในการติดตามเเละประเมินผลงานตามโครงการได้ ดังนั้น ภายใต้สัญญาอุดหนุน 600 ล้านบาท และความในข้อ 8.6 จึงคิดว่าท่ามกลางความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับการผลิตวัคซีนของสยามไบโอโซเอนซ์ที่ส่งมอบได้ไม่ครบ 10 ล้านโดสต่อเดือนเช่นนี้ มีปัญหาการขาดแคลนวัตถุดิบอย่างไร มีปัญหาการผลิตหรือไม่ จึงขอเรียกร้องให้รัฐบาลใช้ ข้อ 8.6 ตามสัญญารับทุน โดยให้ตัวแทนของภาคประชาชน นั่นคือ คณะกรรมาธิการการสาธารณสุข สภาผู้แทนราษฏรเเละสื่อมวลชน เข้าไปติดตามตรวจสอบการผลิตในสถานที่ทำการการผลิตของบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์ จำกัด ซึ่งจะเป็นความโปร่งใสที่รัฐบาลจะทำให้ประชาชนมีความสบายใจขึ้นมาได้

Login