สรุปภารกิจก้าวไกลช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ในการค้นหาความจริงเหตุยิงดินแดง

สรุปภารกิจก้าวไกลช่วง 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา ในการค้นหาความจริงเหตุยิงดินแดง




หลังจากการชุมนุมของกลุ่มทะลุฟ้าเมื่อวานนี้ (16 สิงหาคม 2564) ได้มีการประกาศยุติลงเมื่อเวลาประมาณ 17.50 น. หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนเข้าสลายการชุมนุมที่หน้าทำเนียบรัฐบาล กลับปรากฏว่ามีการรวมตัวของประชาชนที่บริเวณแยกสามเหลี่ยมดินแดง โดยเฉพาะบนถนนราชปรารภ และตรอกซอกซอยต่างๆ บนถนนประชาสงเคราะห์และถนนมิตรไมตรี มีการปะทะกันเกิดขึ้นตลอดทั้งคืน จนมีผู้บาดเจ็บอย่างน้อย 6 ราย

ในจำนวนนี้ มีรายงานว่ามีผู้ถูกยิงด้วยอาวุธปืนอย่างน้อย 2 ราย ซึ่งสามารถไล่เรียงลำดับเหตุการณ์ได้ดังนี้:

  • เมื่อเวลาประมาณ 20.49 น. เกิดเหตุที่บริเวณหน้า สน.ดินแดง มีการยิงเข้าใส่ประชาชนที่กำลังรวมตัวกันด้วยอาวุธปืน ต่อมามีรายงานว่าเป็นการยิงด้วยกระสุนจริง มีผู้ถูกกระสุนปืนคือ
  • ชายอายุประมาณ 20 ปี ไม่ทราบชื่อ ถูกยิงด้วยอาวุธปืน พบบาดแผลที่ลำคอด้านซ้ายเป็นรู มีผู้เห็นเหตุการณ์ได้ขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่อาสากู้ภัยที่กำลังเดินทางผ่านบริเวณนั้น ให้นำตัวส่งโรงพยาบาลราชวิถีในเวลาประมาณ 21.00 น. แพทย์พบว่าไม่หายใจ ไม่มีชีพจร ตรวจพบบาดแผลจากกระสุนที่ลำคอด้านซ้าย ต่อมาแพทย์ได้ทำการใส่ท่อช่วยหายใจและปั๊มหัวใจประมาณ 6 นาที ผู้บาดเจ็บจึงกลับมามีสัญญาณชีพอีกครั้ง
  • จากการตรวจเพิ่มเติมโดยการเอกซเรย์คอมพิวเตอร์สมอง พบกระสุนปืนค้างอยู่บริเวณก้านสมอง 1 นัด และพบกระดูกต้นคอซี่ที่ 1 และ 2 แตก ขณะนี้ผู้บาดเจ็บได้เข้ารับการรักษาตัวในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) ศัลยกรรม
  • อีกรายหนึ่ง เป็นเยาวชนอายุ 14 ปี ถูกกระสุนปืนเข้าที่หัวไหล่บริเวณไหปลาร้าด้านขวา ขณะขับขี่มอเตอร์ไซค์อยู่บริเวณหัวมุม สน.ดินแดง ต่อมาหัวไหล่เริ่มรู้สึกชาจึงจอดรถมอเตอร์ไซค์ จนมีประชาชนในบริเวณนั้นเข้ามาให้การช่วยเหลือ ต่อมาเยาวชนอายุ 14 ปี ได้รับการส่งตัวมายังโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ในเวลาประมาณ 02.00 น.
  • หนึ่งในคณะทำงานพรรคก้าวไกลที่ติดตาม ส.ส. มาตรวจสอบกรณีดังกล่าว พบว่าเยาวชนอายุ 14 ปี อาการปลอดภัย เนื่องจากจุดที่โดนยิงไม่ใช่จุดสำคัญ
  • ทีมงานกล่าวต่อว่าบาดแผลของเยาวชนอายุ 14 ปีรายนี้ เกิดจากรอยกระสุนปืนยิงเข้าที่หัวไหล่ขวา และระเบิดออกด้านหลัง ตนพยายามประสานกับแพทย์เพื่อขอดูรูปกระสุนปืนหรือหลักฐานอื่นๆ จากทีมแพทย์ที่รักษา แต่ก็ไม่ได้อนุญาต
  • ต่อมา มีผู้ถ่ายและเผยแพร่คลิปซึ่งถ่ายจากอาคารฝั่งตรงข้าม สน.ดินแดง เป็นภาพบุคคลถืออาวุธปืนลูกซอง ยืนอยู่บริเวณชานทางเข้า สน.ดินแดง เล็งปืนและยิงไปทางกลุ่มผู้ชุมนุม จนมีการวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆ นาๆ ว่าอาจจะเป็นที่มาของกระสุนที่ถูกยิงออกมาจนมีผู้ได้รับบาดเจ็บดังกล่าว
  • ต่อมา พ.ต.อ.รัฐชัย ศรีวิชัย ผู้กำกับ สน.ดินแดง ชี้แจงว่าไม่ได้มีการใช้กระสุนจริงในการปฏิบัติหน้าที่แต่ใช้กระสุนยาง และเตือนผู้ที่โพสต์คลิปและข้อความให้สน.ดินแดงได้รับความเสียหาย อาจถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ได้








หลังจากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้น รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคก้าวไกล, พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล, และ ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล ได้แยกกันเดินทางลงตรวจสอบพื้นที่เกิดเหตุ ประสานงานเข้าพูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในเหตุการณ์ ตลอดจนเดินทางไปติดตามอาการผู้ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาล


ในส่วนของรังสิมันต์ หลังจากการตรวจสอบพื้นที่บริเวณ สน.ดินแดง พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ และขอดูภาพกล้องวงจรปิดบางส่วนที่อยู่ในการดูแลของ สน.ดินแดงแล้ว ระบุว่าเนื่องจากกล้องวงจรปิดในบริเวณนี้มีครอบคลุมหลายตัว การรวบรวมหลักฐานเพื่อแสวงหาข้อเท็จจริงน่าจะทำได้ไม่ยาก อย่างไรก็ดี กล้องวงจรปิดในบริเวณนี้เป็นกล้องของ กทม. เป็นส่วนใหญ่ ซึ่งจะต้องมีการประสานขอดูภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่อไป

ทั้งนี้ จากการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่และตรวจสอบพื้นทีเ่กิดเหตุ เทียบกับเหตุการณ์ที่มีการถ่ายคลิปออกมา เป็นไปได้เช่นกันว่าวิถีกระสุนอาจจะไม่ได้มาจากทิศทาง สน. และตัวผู้กำกับ สน.ดินแดงเองก็ยืนยันว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ 99% มีแต่กระสุนยางใช้เท่านั้น อย่างไรก็ดี เรื่องนี้ยังต้องมีการติดตามตรวจสอบกันต่อไป




ในส่วนของชัยธวัช ระบุว่าต้องยอมรับว่าตอนนี้ในโลกโซเชียล ปรากฏคลิปวีดีโออย่างแพร่หลาย ที่ปรากฏภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจยิงปืนออกมาจาก สน. แม้เจ้าหน้าที่จะยืนยันว่าเป็นปืนลูกซองที่ใช้ยิงกระสุนยาง แต่ก็อย่าลืมว่าปืนลูกซองชนิดเดียวกันก็ใช้ยิงกระสุนจริงได้ด้วยเหมือนกัน ซึ่งกรณีนี้กระสุนปืนที่อยู่ในร่างของผู้บาดเจ็บจะเป็นหลักฐานที่บ่งบอกได้เอง

อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบจากพื้นที่เกิดเหตุและภาพคลิปเท่าที่ปรากฏออกมาเบื้องต้นแล้ว จะเห็นว่าผู้ถูกยิงล้มมาในทิศทางเยื้องกับหน้า สน.ดินแดง วิถีกระสุนมีความเป็นไปได้ว่าอาจจะมาจากทาง สน. หรือบริเวณที่ไกลออกไปกว่านั้น ซึ่งก็เป็นจุดที่เจ้าหน้าที่ตำรวจควบคุมฝูงชนวางกำลังเอาไว้อยู่ หรืออาจจะมาจากทิศทางด้านข้างได้เช่นกัน

ดังนั้น เจ้าหน้าที่โดยเฉพาะ สน.ดินแดง ต้องรีบสืบสวนสอบสวนทำเรื่องนี้ให้กระจ่างชัด ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดีกับ สน.ดินแดง เพราะขณะนี้ สน.ดินแดงกำลังตกเป็นจำเลยสังคม กระแสความโกรธแค้นเจ้าหน้าที่กำลังอยู่ในระดับที่น่ากังวลเป็นอย่างมาก

ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดการพิสูจน์ข้อเท็จจริงเป็นไปโดยรอบด้าน ตนอยากเรียนให้ประชาชนที่อยู่ในบริเวณดังกล่าว ที่ได้ถ่ายคลิปหรือภาพหลักฐานต่างๆเอาไว้ ลองตรวจสอบกล้องในโทรศัพท์ของตนอีกครั้ง ว่ามีสิ่งที่ผิดสังเกตอื่นใดอยู่อีกหรือไม่ เพราะอาจจะเป็นเบาะแสสำคัญที่จะทำให้ข้อเท็จจริงปรากฏขึ้นได้



ในส่วนของพิธา ซึ่งเดินทางมาดูอาการผู้ได้รับบาดเจ็บที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ในกรณีของเยาวชนอายุ 14 ปีก่อนหน้านั้น ระบุว่าตนตั้งใจมาอำนวยความสะดวกให้คุณพ่อของน้อง ในการดูแลเรื่องการส่งตัวน้องไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลที่มีสิทธิประกันสังคมต่อไปเป็นการเบื้องต้น

นอกจากนี้ ตนและพรรคก้าวไกลยังพร้อมให้ความช่วยเหลือในเรื่องกฎหมายต่อ ซึ่งทางคุณพ่อของน้องยืนยันแล้วว่าจะแจ้งความในกรณีนี้ ซึ่งทางพรรคก้าวไกลจะให้ความช่วยเหลือในเรื่องทนายความและ ส.ส. ที่มีความเชี่ยวชาญเรื่องนี้ในฐานะอดีตตำรวจ ร่วมอำนวยความสะดวกในการแจ้งความด้วย

ส่วนในระยะยาว ตนเห็นว่าจะต้องไม่ให้เกิดวัฒนธรรมคนผิดลอยนวลซ้ำซาก จึงตั้งใจที่จะออกมาเสาะหาข้อเท็จจริงด้วยตนเอง และจะมีการรวบรวมข้อมูลไปดำเนินการต่อในชั้นกรรมาธิการ ซึ่งหากพิสูจน์ข้อเท็จจริงแล้วพบว่าเกิดจากกรณีการใช้กำลังของเจ้าหน้าที่ จะได้มีการดำเนินการเพื่อเอาผิดกับผู้บังคับบัญชาในทุกระดับ ที่มีคำสั่งหรืออนุญาตให้มีการใช้กระสุนจริงกับประชาชนต่อไป

แต่แน่นอนว่าในท้ายที่สุดแล้ว เรื่องนี้เราจะหวังให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำการพิสูจน์ข้อเท็จจริงโดยลำพังไม่ได้ เพราะวันนี้ตำรวจไม่เหลือความน่าเชื่อถือใดๆ ในหัวใจของประชาชนแล้ว จากการปฏิบัติการที่ขัดหลักสากลอย่างชัดเจนจากเหตุการณ์ชุมนุมในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา



ล่าสุด มีความพยายามของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการเข้าไปทำการสอบสวนเยาวชนอายุ 14 ปี ที่ตอนนี้กำลังเข้ารับการผ่าตัด โดยปราศจากผู้ปกครอง ทนายความ และสหวิชาชีพตามหลักการที่กฎหมายและหลักการสากลกำหนดไว้ โชคดีที่พยาบาลไม่อนุญาตและปกป้องสิทธิของผู้ป่วยไว้

คำถามคือ ความพยามเข้าไปสอบสวนเยาวชนโดยพลการ โดยไม่มีผู้ปกครอง ทนายความ และสหวิชาชีพอยู่ด้วยนั้น เจ้าหน้าที่ๆ ดำเนินการ ทราบหลักปฏิบัตินี้หรือไม่? หรือว่าจงใจที่จะ “ลักไก่” เข้าไปดำเนินการระหว่างที่ผู้ปกครองไม่อยู่ ซึ่งอาจจะมีผลต่อการให้การที่ตรงกับข้อเท็จจริง หรือไม่?

นอกจากนี้ ทั้งๆ ที่การสอบสวนยังไม่ได้ข้อยุติใดๆ แต่ฝ่ายเจ้าหน้าที่ โดย พล.ต.ท.ภัคพงศ์ พงษ์เภตรา ผบช.น.เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา กลับออกมาฟันธงแล้ว ว่า “มีการใช้กระสุนจริงจากบุคคลไม่ทราบฝ่าย ไม่ใช่ของตำรวจ”

ถามว่าท่านทราบได้อย่างไร เมื่อในประโยคเดียวกัน ท่านเองยังบอกว่าจากการเข้าตรวจสอบของหน่วยพิสูจน์หลักฐาน “ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่ากระสุนที่ผู้บาดเจ็บถูกยิงมาจากทิศทางใด”

สิ่งที่ดีที่สุดที่ท่านควรจะทำ ณ ตอนนี้ คือการดำเนินการสืบสวนสอบสวนให้แล้วเสร็จ ครบถ้วน รอบด้าน ก่อนที่จะออกมาให้ข้อมูลข้อเท็จจริง หากมีผู้ใต้บังคับบัญชากระทำความผิดจริงก็ต้องยอมรับและแสดงความรับผิดชอบ หากไม่ใช่ก็ต้องให้ข้อมูลที่มาจากการสืบสวนรวบรวมหลักฐานเท่านั้น

ไม่ใช่การปัดสวะให้พ้นตัวเช่นนี้ ทั้งๆ ที่การสอบสวนเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น และที่สำคัญ อย่าปล่อยให้ตำรวจสืบสวนสอบสวนตัวเองเพียงฝ่ายเดียว คณะกรรมาธิการของสภาต้องมีบทบาทในการค้นหาความจริงกรณีนี้ด้วย!

Login