ก้าวไกลพาทัวร์ แฉเงินนอกงบ 4 ล้านล้าน กลาโหมอู้ฟู่ มีบ่อน้ำมัน ไม่เปิดรายได้ ไร้การตรวจสอบ

ก้าวไกลพาทัวร์ แฉเงินนอกงบ 4 ล้านล้าน กลาโหมอู้ฟู่ มีบ่อน้ำมัน ไม่เปิดรายได้ ไร้การตรวจสอบ


‘พิจารณ์’ ทัวร์ เปิดภาพนำชม ‘ศูนย์ฝึกปิโตรเลียม กองทัพ’ กลางสภา เผยบรรยากาศสุดหรูหราราว ‘โรงแรม 5 ดาว’ ย้ำ ประเทศยังมี ‘เงินนอกงบประมาณ’ อีก 4 ล้านล้าน ไม่นำมาช่วยวิกฤตโควิด ‘กลาโหม’ ยิ่งอู้ฟู่ มีเงิน นอก นอก นอก งบประมาณ แต่ไม่เปิดรายได้ ไร้การตรวจสอบ

รับชมคลิปเต็มที่นี่ https://youtu.be/CH4nk9uJq5w



วันที่ 18 ส.ค.64 รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 65 วาระที่ 2 ในมาตรา 4 โครงสร้างงบประมาณรายจ่ายในภาพรวม พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าวว่า ในชั้นกรรมาธิการได้สงวนความเห็นโดยขอเสนอปรับลดงบประมาณทั้งหมดในภาพรวมที่ร้อยละ 5 และจะขอกล่าวถึงงบประมาณในส่วนที่สามารถนำมาช่วงวิกฤตโควิดได้จากทรัพยากรที่มีโดยไม่ต้องกู้เงินเสมอไป เช่น การนำเงินนอกงบประมาณเข้ามาเสริม



ทั้งนี้ พิจารณ์ กล่าวต่อไปว่า เงินนอกงบประมาณ หมายถึงเงินที่หน่วยงานรัฐจัดเก็บไว้ โดยมีข้อตกลงกับกระทรวงการคลังว่า สามารถเอาไปใช้เองได้หรือจะสมทบให้กับคลังเท่าใดขึ้นอยู่กับข้อตกลงตามสัดส่วนกับกระทรวงการคลัง พูดง่ายๆคือ นอกจากงบประมาณ 3.1 ล้านล้านบาทแล้ว เรายังมีงบประมาณที่อยู่กับหน่วยรับงบประมาณต่างๆที่สะสมไว้แต่ไม่ได้นำมาใช้ ซึ่งตามกฎหมาย พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลัง พ.ศ.2561 ได้ระบุว่า ควรนำงบประมาณเหล่านี้มาจัดสรรให้มากที่สุดเพื่อเกิดประโยชน์สูงสุด และในการจัดทำงบประมาณ รัฐเองก็ได้ระบุว่า เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการจัดทำงบประมาณให้ครอบคลุมทุกแหล่งเงิน ให้นำเงินนอกงบประมาณ เงินสะสมคงเหลือ ให้พิจารณานำเงินดังกล่าวมาใช้ดำเนินการภารกิจของหน่วยงานเป็นลำดับแรก



“แต่สิ่งที่เกิดขึ้นพบว่า หน่วยงานยังคงนำเงินนอกงบประมาณของตัวเองไปใช้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น จากการคาดการณ์ปี 65 มีเงินนอกงบประมาณทั้งสิ้น 4.375 ล้านล้านบาท แต่จะถูกนำมาสมทบให้กับงบประมาณเพียงแค่ 1.222 แสนล้านบาท อีกส่วนนำไปใช้จ่ายในโครงการของหน่วยงาน แต่พบว่ามีอีกจำนวนมากที่ไม่ได้นำมาใช้ เช่น กระทรวงการคมนามคม ปี 63 มีเงินนอกงบประมาณ ประมาณ 26,000 ล้านบาท ได้สมทบกลับมาร้อยละ 4 แต่พอปี 65 ไม่มีเงินมาสมทบเลย และนอกเหนือจากเงินนอกงบประมาณเหล่านี้แล้วก็ยังมีเงิน นอก นอก นอก งบประมาณอีก”



พิจารณ์ ระบุว่า ที่จะกล่าวถึงคือกรณีของกระทรวงกลาโหม เช่น รายได้จากกิจการวิทยุและโทรทัศน์ ททบ.5 ซึ่งตนเป็น ส.ส.มา 3 ปีแล้ว และเคยตั้งกระทู้ถามสดไปว่า มีรายได้จากส่วนนี้จัดเก็บได้เท่าใด จัดสรรแบบใด ยังมีประโยชน์ทางพาณิชย์จากที่ราชพัสดุต่างๆ โดยบอกกลับมาเพียงว่า รายได้เข้าสู่กองทุนสวัสดิการกองทัพ แต่เมื่อขอรายละเอียดการจัดสรรก็ไม่ได้คำตอบ

“ล่าสุด มีอีกกิจการคือ ศูนย์พัฒนาปิโตรเลียมภาคเหนือ อ.ฝาง จ.เชียงใหม่ ขุดมาแล้วหลายสิบปี โดยกรมพลังงานทหารรับภาระมาตั้งแต่ พ.ศ. 2499 เมื่อเรียนถามสำนักปลัดกระทรวงกลาโหมว่า กิจการนี้รายได้เป็นอย่างไร จัดสรรอย่างไร ก็ได้แค่คำตอบเป็นแค่คำบอกกล่าว เมื่อขอเอกสาร 5 ปีย้อนหลังก็ไม่มี บอกแค่ว่าตั้งเป้าขุดให้ได้ 290,000 บาเรลต่อปี ส่วนน้ำมันที่ได้ก็กำมะถันสูง เอาไปทำเชิงพาณิชย์ไม่คุ้มค่า แต่เมื่อไม่คุ้มก็สงสัยว่ายังจะไปลงทุนอยู่ทำไม เพราะจากรูปที่มี พบว่า พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ชัยชาญ ช้างมงคล รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม เพิ่งไปทำพิธีเปิดการขุดเจาะเมื่อต้นปี 2563 มานี้เอง”



จากนั้น พิจารณ์ จึงได้ฉายภาพศูนย์ฝึกศึกษาบุคลากรด้านปิโตรเลียมและพลังงานทหาร อำเภอบ้านฉาง จังหวัดระยอง พร้อมกล่าวต่อไปว่า รายได้จากส่วนนี้เป็นเท่าไหรยังไม่ทราบ แต่ที่แน่ๆคือบรรยากาศศูนย์ฝึกอบรมนี้เปรียบเสมือนโรงแรมระดับ 5 ดาว เหมือนเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจมากว่า เมื่อเช็คราคาที่พักอยู่ที่เกือบ 3,000 ต่อคืน ข้าราชการทหารมีส่วนลดครึ่งหนึ่ง ส่วนการฝึกจะเห็นแค่แท่นฝึกอบรมเล็กๆอยู่ริมหาด ดังนั้น หากมีเงินนอกงบและเงินนอกนอกนอกงบประมาณในการทำสิ่งเหล่านี้ในหน่วยงาน ก็ควรนำมาจัดการอย่างคุ้มค่าและลดการรีดภาษาต่อพี่น้องประชาชน



เตรียมพร้อม
ก้าวไกลทัวร์


Login