ทำไมตัดงบคนพิการ – คนไร้ที่พึ่ง แต่ไม่ตัดงบประชุม?

ทำไมตัดงบคนพิการ – คนไร้ที่พึ่ง แต่ไม่ตัดงบประชุม?


สับแหลก ‘งบประชุม’ กระทรวงพัฒนาสังคมฯ คงไว้สูงเท่างบสวัสดิการ สตรี คนชรา รวมกัน! วรรณวิภา ชี้ สวัสดิการประชาชนมีความจำเป็นมากช่วงโควิด ฉะ งบพิธีการ งบจัดงาน งบซ้ำซ้อนไม่ใช่หน้าที่ก็ควรตัดออกด้วย

วันที่ 19 ส.ค.64 รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร วาระพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 65 วาระที่ 2 มาตรา 12 งบประมาณกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ วรรณวิภา ไม้สน ส.ส.บัญชีรายชื่อ สัดส่วนแรงงานพรรคก้าวไกล ในฐานะกรรมาธิการงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2565 อภิปรายว่า แม้ภาพรวมงบของกระทรวงการพัฒนาสังคมฯจะได้เพิ่มร้อยละ 10 แต่จากสถานการณ์โควิด- 19 ซึ่งมีแนวโน้มการตกงานและภาวะยากจนเพิ่มขึ้นสวนทางกับการจัดเก็บรายได้ที่ลดลง แนวทางการจัดงบประมาณที่ควรเป็นคือการมุ่งส่งเสริมสวัสดิการให้ประชาชนและลดงบไม่จำเป็นลง แต่ในการจัดงบประมาณของกระทรวง พบว่า เงินอุดหนุนในด้านนี้หลายโครงการไม่เพิ่มขึ้นและยังถูกตัดลงอีกในบางส่วน เช่น เงินอุดหนุน กรมส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ กรมพัฒนาบทบาทสตรี และกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ขณะที่งบที่ควรตัดอย่างงบประชุมกลับยังอยู่

ย้อนฟังการอภิปราย https://youtu.be/Wn4W2VCiQwQ


“งบที่ควรเพิ่มถูกตัด แต่งบที่ควรตัดยังอยู่ เช่น งบประชุมยังมากและยังตัดได้อีก แม้ว่าจะลดมาบ้างแล้วจากการปรับลดของสำนักงบประมาณแต่ก็ยังสูงอยู่ งบดำเนินการและเบี้ยประชุมเหล่านี้รวมกันแล้วสูงถึง 65 ล้านบาท มากกว่าหรือเท่ากับเงินสงเคราะห์และฟื้นฟูสมรรถภาพคนพิการ เงินสงเคราะห์ครอบครัว และเงินสงเคราะห์ผู้สูงอายุรวมกันเสียอีก”



วรรณวิภา ชี้ต่อไปว่า สาเหตุที่งบประชุมยังเหลือมากเนื่องจากกระทรวงมีโครงสร้างคณะกรรมการมากมาย ยกตัวอย่างเฉพาะกรมเดียว เช่น กรมกิจการเด็กและเยาวชน มีคณะกรรมการและอนุฯ ต่างๆทั้งส่วนกลางและภูมิภาคมากกว่า 50 คณะ และพอจัดจัดกิจกรรมอะไรทีก็ตั้งคณะกรรมการอีกหลายชุด ซึ่งความจริงส่วนใหญ่คณะกรรมก็คือข้าราชการที่มีเงินเดือนอยู่แล้ว แต่ก็ต้องตั้งเบี้ยประชุมขึ้นอีก ในภาพรวมจึงก่อปัญหาทั้งด้านงบประมาณและประสิทธิภาพ อย่างกรมเดียวพบว่ามีการประชุมมากถึง 500 ครั้ง เกิดเครือข่ายการประชุมเยอะแยะมากมายจนคิดว่าเป็นแชร์ลูกโซ่ไม่ใช่การทำงานของหน่วยงานรัฐ

นอกจากนี้ วรรณวิภา กล่าวอีกว่า การปรับลดงบประมาณยังทำได้อีกจากงบการจัดงานกิจกรรมและพิธีการต่างๆ ที่มีทั้งค่าเช่าสถานที่ จัดซุ้มดอกไม้ ทำนิทรรศการ อย่างเฉพาะงบพิธีการอย่างเดียวในสหกรณ์หมู่บ้าน 2 แห่ง คือ ป่าเต็งและป่าละอู ก็ 2 ล้านบาทแล้ว หากเทียบกับความจำเป็นในปัจจุบันและภาพรวมงบอุดหนุนคนยากจนที่ถูกปรับลดถึงร้อยละ 30 งบเหล่านี้ก็ควรถูกตัดออก

“ยังมีงบดำเนินงานซ้ำซ้อนหน่วยงานอื่นอีก เช่น งบส่งเสริมการทำเกษตร งบส่งเสริมท่องเที่ยว งบการศึกษา โดยมีการตั้งงบอบรมสัมนากว่า 11 ล้านบาท อย่างโรงเรียนเพียงหลวง ตั้งงบเรียนรู้ไว้กว่า 4 ล้านบาท ถามว่าทำอะไรบ้าง พอไปดูจากงานเดิมที่ทำปีก่อนหน้าพบว่า ทำเรื่องอบรมมารยาท จิตอาสา จัดค่ายคุณธรรม ที่ไม่ต่างจากงานของกระทรวงศึกษาฯเลย งานเหล่านี้เกี่ยวอะไรกับกระทรวงการพัฒนาสังคมฯและจะทำให้คุณภาพชีวิตดีขึ้นได้อย่างไร หรืออีกโครงการ เช่น การอบรมการท่องเที่ยวบนที่สูงและทำบูธท่องเที่ยว นี่ไปซ้ำซ้อนกับ ททท. ยิ่งปีนี้การท่องเที่ยวหดตัวลง ถามว่ากรมคาดหวังผลลัพธ์อะไรจากโรงการเช่นนี้และควรปรับลดหรือไม่ งานตัวเองที่ต้องทำยังไม่มีประสิทธิภาพยังมีหน้าไปช่วยโครงการอื่นอีก ดังนั้น จึงยืนยันว่างบประมาณควรตัดลงได้อีก ร้อยละ 5”

วรรณวิภา ระบุ

Login