ไม่ได้มีแต่ ผกก.โจ้! มหาดไทยก็มี ยัดข้อหายาเสพติด-รีดไถ …ถึงเวลาปฏิรูประบบยุติธรรมและตำรวจหรือยัง?

ไม่ได้มีแต่ ผกก.โจ้! มหาดไทยก็มี ยัดข้อหายาเสพติด-รีดไถ …ถึงเวลาปฏิรูประบบยุติธรรมและตำรวจหรือยัง?


‘ก้าวไกล’ จี้ ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม-ตำรวจ หลังมีผู้ร้องให้ตรวจสอบ ชุดตรวจจับยาเสพติดมีพฤติกรรมรีดไถผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติด

จากกรณีที่มีการปล่อยคลิปวิดีโอที่ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล หรือ “ผู้กำกับโจ้” อดีตผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองนครสวรรค์ และพวก ซ้อมทรมานผู้ต้องสงสัยคดียาเสพติดด้วยการใช้ถุงดำคลุมศีรษะจนเสียชีวิต หลังเรียกเงินจำนวน 2 ล้านบาท เพื่อไม่ให้คดีความนำไปสู่การดำเนินคดี ซึ่งกลายเป็นข่าวโด่งดังเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา ทำให้ประชาชนจำนวนมากออกมาแสดงความเห็นว่า ยังมีอีกหลายกรณีที่ประชาชนถูกรีดไถและข่มขู่ประชาชน ไม่ใช่จากตำรวจเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานอื่นๆ ในกระบวนการยุติธรรมด้วย

ล่าสุด พ.จ.อ.อดิศักดิ์ สมบัติคำ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พรรคก้าวไกล เขต 1 มหาสารคาม พร้อมด้วย ทศพล วาปิทะ อดีตปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม ได้เดินทางมายื่นหนังสือร้องเรียน เพื่อขอให้ตรวจสอบชุดปฏิบัติการพิเศษสังกัดกรมการปกครอง อำเภอนาเชือกซึ่งเป็นชุดตรวจจับยาเสพติดในพื้นที่ หลังพบความผิดปกติ มีพฤติกรรมรีดไถผู้ต้องหา เพื่อแลกไม่ดำเนินคดีและไม่ลงบันทึกประจำวันหากยอมจ่ายเงินตามที่เจ้าหน้าที่เรียกเก็บ

พ.จ.อ.อดิศักดิ์ ระบุว่า ตนต้องการบอกให้สังคมรับรู้ความเป็นจริงในสังคมไทยขณะนี้ว่า เจ้าหน้าที่รัฐกำลังเป็นอาชญากรเสียเอง ด้วยการเรียกค่าเสียหายเพื่อยุติคดีความต่างๆ นี่คือความเสื่อมของระบบราชการไทยที่ผู้ถือกฎหมายเป็นโจรเพื่อปกปิดความถูกต้องเสียเอง

“ผมขอย้ำว่าการกระทำเช่นนี้ ไม่ได้มีเพียงในวงการตำรวจเท่านั้น เพราะในส่วนของข้าราชการเองก็รีดไถประชาชนไม่ต่างกัน จึงอยากฝากให้กรรมาธิการช่วยตรวจสอบและดำเนินการหยุดยั้ง ศาลเตี้ยในระบอบราชการไทยเสียที ขอให้ป.ป.ส. มีส่วนร่วมในการตรวจสอบ และลงพื้นที่อ.นาเชือก ในพื้นที่ที่เกิดเหตุ เพื่อตรวจสอบและไขข้อเท็จจริงให้ประจักษ์ต่อประชาชน”



รีดไถผู้ต้องสงสัยหลายครั้ง – เด็กอายุ 15 ปีตกเป็นเหยื่อ – เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ ถูกข่มขู่ให้ลาออกจากราชการ

ทศพล วาปิทะ อดีตปลัดอำเภอฝ่ายความมั่นคง อำเภอนาเชือก เปิดเผยว่า เขาได้รับเรื่องร้องเรียนจากพี่น้องประชาชนถึงการกระทำที่ไม่เหมาะสมของชุดปฏิบัติการพิเศษสังกัดกรมการปกครอง ที่มีนายวชิรชัย โคตรประทุม ปลัดอำเภอ เป็นหัวหน้าชุด มีพฤติกรรมมิชอบ จากกรณีที่มีการรีดไถผู้ต้องหาหลังตรวจพบยาเสพติด โดยอ้างว่าหากต้องการให้คดีจบ ต้องจ่ายเงินตามจำนวนที่เรียก การรีดไถในหลายกรณีไม่ใช่เป็นการเรียกเงินเพียงครั้งเดียว แต่มีการข่มขู่เพื่อเรียกเก็บหลายครั้ง

หนึ่งในกรณีที่ชุดปฏิบัติดังกล่าวมีพฤติกรรมผิดปกติ คือกรณีที่เยาวชนอายุ 15 ปีถูกจับกุม พร้อมยาเสพติด 51 เม็ด เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2563 แต่ไม่มีการนำตัวเยาวชนคนดังกล่าวพร้อมของกลางไปดำเนินคดีตามกระบวนการ ทศพลจึงทักท้วงไปยัง นิทัศน์ เทศสวัสดิ์ นายอำเภอนาเชือก เพื่อแต่งตั้งกรรมการตรวจสอบชุดปฏิบัติการที่มีพฤติกรรมผิดปกติ

กลับมีการบ่ายเบี่ยงโดยอ้างว่าลงโทษเด็ก และให้เด็กกลับพร้อมให้เจ้าหน้าที่คอยติดตามดูพฤติกรรมโดยไม่มีการบันทึกข้อสั่งการใดๆ ทศพลจึงยื่นหนังสือไปยังเลขาธิการหน่วยงานสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมกระทรวงมหาดไทย ประธานกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) รวมถึงผู้ว่าราชการจังหวัดมหาสารคาม ให้มีการแต่งตั้งกรรมการตรวจสอบ

ขณะที่อีกคดีปราบปรามยาเสพติด และเจ้าหน้าที่ได้ถ่ายภาพวัตถุต้องสงสัยว่าเป็นยาเสพติด แต่ต่อมากลับมีการตรวจสอบพบว่าเป็นยาเสพติดปลอม ทำจากยาบำรุงโลหิต ยาเบาหวาน รวมถึงสารส้มทุบละเอียด ซึ่งผู้ต้องสงสัยทำไว้หลอกขายวัยรุ่นว่าเป็นยาเสพติด (อ่านเอกสารการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองนาเชือก https://www.moveforwardparty.org/wp-content/uploads/2021/09/nachuek-incident-1.pdf )

ทั้งนี้ ตั้งแต่ทศพลเข้ามาตรวจสอบการทำงานที่ไม่ชอบมาพากลนี้ ก็ไม่เคยมีความปลอดภัยในชีวิตและหน้าที่การงานอีกเลย ไม่ว่าจะเป็นการถูกสะกดรอยตาม ข่มขู่กดดันให้ออกจากราชการ และปัจจุบันมีคำสั่งย้ายให้ไปทำหน้าที่ฝ่ายทะเบียนในอำเภอเมือง

ทั้งนี้ ตั้งแต่ทศพลเข้ามาตรวจสอบการทำงานที่ไม่ชอบมาพากลนี้ ก็ไม่เคยมีความปลอดภัยในชีวิตและหน้าที่การงานอีกเลย ไม่ว่าจะเป็นการถูกสะกดรอยตาม ข่มขู่กดดันให้ออกจากราชการ และปัจจุบันมีคำสั่งย้ายให้ไปทำหน้าที่ฝ่ายทะเบียนในอำเภอเมือง

ทศพลกล่าวต่อว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับตนเองจึงมั่นใจว่ากระบวนการนี้มีการรู้เห็นหลายระดับอย่างแน่นอน ซึ่งหากยังปล่อยให้มีโจรในคราบเจ้าหน้าที่รัฐที่รู้เห็นตั้งแต่หัวถึงหางเช่นนี้ ต่อไปประชาชนจะอยู่อย่างไร รวมถึงจะเสื่อมศรัทธาในกระบวนการยุติธรรม



‘ธีรัจชัย’ ยืนยัน ต้องมีการปฏิรูปวงการตำรวจ-กระบวนการยุติธรรม

ธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปราม การทุจริตและประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.) สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า ตนจะรับเรื่องดังกล่าวไปพิจารณา และตรวจสอบและแก้ไขในเชิงโครงสร้าง ต้องมีการปฏิรูปวงการตำรวจ และปฏิรูปองค์กร ป.ป.ส. เพื่อสร้างบรรทัดฐานของกระบวนยุติธรรม และเป็นการสร้างความจริงให้ปรากฏในระดับพื้นที่ และขยายไปยังระดับประเทศ

นอกจากนี้ ธีรัจชัย ระบุว่า ที่ผ่านมา กมธ.ป.ป.ช. เคยตรวจสอบในเรื่องคุณสมบัติของการเข้าสู่ตำแหน่งรัฐมนตรี และลักษณะต้องห้ามของร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่เป็นผู้ต้องหาในคดียาเสพติดก่อนเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรี โดยยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความ ซึ่งสิ่งสำคัญคือการตรวจสอบความจริงให้เป็นที่ประจักษ์ต่อสังคม

“ในฐานะ กมธ.การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ เราต้องตรวจสอบ 2 ส่วน ในการทำความจริงให้ประจักษ์ และสิ่งสำคัญเราต้องตรวจสอบไปยังโครงสร้าง ในการกลั่นกรองตรวจสอบบุคคลที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ โดยในประเด็นของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล (ผกก.โจ้) อดีตผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรเมืองนครสวรรค์ นั้นเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในวงการตำรวจ ซึ่งถือว่าเป็นปัญหาที่สำคัญต่อกระบวนการยุติธรรมของประเทศ”

Login