เตรียมเผยรายงานข้อเท็จจริงเหตุยิงหน้า สน.ดินแดง พร้อมสอบกรณีขับรถชนผู้ชุมนุมต่อ

เตรียมเผยรายงานข้อเท็จจริงเหตุยิงหน้า สน.ดินแดง พร้อมสอบกรณีขับรถชนผู้ชุมนุมต่อ


เตรียมเปิดรายงานข้อเท็จจริงเหตุยิงผู้ชุมนุมหน้า สน.ดินแดง พร้อมสอบกรณีตำรวจขับรถชนผู้ชุมนุมต่อ

จากเหตุการณ์การชุมนุมทางการเมืองบริเวณดินแดงเมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา ที่เป็นเหตุให้เยาวชน 2 รายถูกยิงบาดเจ็บสาหัสโดยกระสุนจริง หนึ่งในนั้นยังอยู่ในอาการโคม่า ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมจากประชาชน กล่าวว่า กรณีนี้มีความสำคัญและส่งผลทำให้ประชาชนมีความกังวลต่อความรุนแรงที่เกิดในพื้นที่ชุมนุม และตำรวจตกเป็นผู้ต้องสงสัยในเหตุการณ์ ทำให้ปราศจากความชอบธรรมในการสอบสวน

คณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ ในฐานะกลไกของรัฐสภา ตัวแทนของประชาชน จึงได้มีการตั้งคณะทำงานเพื่อสอบสวนแสวงหาความจริงเรื่องนี้ขึ้น โดยคณะกรรมการชุดนี้มีทั้ง นักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ รวมถึงบุคลที่ได้รับความเชื่อถือจากสังคมมาร่วมในการสืบสวนสอบสวนทำความจริงให้ปรากฏ

ขณะนี้ คณะทำงานชุดดังกล่าวได้จัดทำรายงานผลการสอบสวนแสวงหาข้อเท็จจริงเสร็จสิ้นแล้ว และจะนำรายงานฉบับนี้เสนอต่อที่ประชุมเพื่อให้คณะกรรมาธิการรับรอง จากนั้นจะเปิดแถลงผลจากรายงานฉบับนี้ให้สื่อมวลชนและพี่น้องประชาชนได้ทราบต่อไป

ณัฐชา ยังได้ตั้งข้อสังเกตต่อสถานการณ์การชุมนุมในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาว่า ตนรู้สึกเป็นห่วงต่อความรุนแรงที่เกิดขึ้น เนื่องจากสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่รัฐไม่ได้ทำหน้าที่ควบคุมการชุมนุมแล้ว แต่มีลักษณะเป็นการปราบปรามไล่ล่าประหนึ่งมองว่า ผู้ชุมนุมกำลังก่ออาชญากรรมร้ายแรง ทั้งยังมีการอ้างเคอร์ฟิวเพื่อไม่ให้สื่อมวลชนปฏิบัติหน้าที่ ทั้งที่เสรีภาพสื่อมวลชนคือเสรีภาพของประชาชน ประชาชนต้องการดวงตาโดยเฉพาะในพื้นที่ชุมนุม ซึ่งมีความเสี่ยงว่าจะมีการละเมิดกฎหมายและการใช้ความรุนแรง การไล่สื่อออกจากพื้นที่จึงเป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อเสรีภาพประชาชน เสมือนปิดตาให้มืดบอดเพื่อจะให้การใช้ความรุนแรงสามารถทำได้เต็มที่

คำสั่งลักษณะนี้ หากไม่ยกเลิก กมธ.จะมีการเรียกผู้เกี่ยวข้องมาสอบถามอย่างแน่นอนว่า คิดอะไรอยู่? มีเจตนาจะทำร้ายประชาชนใช่หรือไม่จึงมีคำสั่งแบบนี้ออกมา?

“ที่เลวร้ายที่สุด คือการปรากฏภาพรถตำรวจขับชนผู้ชุมนุมจนกลิ้งไปตามถนนและขับหนีไปอย่างรวดเร็วเหมือนพวกชนแล้วหนีเมื่อวานนี้ (12 ก.ย.) นี่ไม่ใช่พฤติกรรมที่ควรทำของเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างแน่นอน หากเป็นอุบัติเหตุตามที่ตำรวจแถลง อย่างน้อยที่สุดก็ต้องลงมาดูและช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ แต่สิ่งที่ทางกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) แถลง สิ่งแรกที่ทาง สน.พลับพลาไชย 1 ซึ่งเป็นเจ้าของรถคันดังกล่าวทำ คือการประเมินความเสียหายของตัวรถและเตรียมแจ้งความผู้ก่อเหตุ แต่ในส่วนของผู้ได้รับบาดเจ็บจากการถูกรถชน กลับบอกให้รอแจ้งความร้องทุกข์มาก่อนจึงจะดำเนินการให้ ท่าทีแบบนี้สะท้อนถึงความไม่สำนึกว่า การทำให้ประชาชนได้รับอันตราย บาดเจ็บที่อาจถึงขั้นเสียชีวิตได้เป็นสิ่งที่ต้องรีบรับผิดชอบและติดตามทวงคืนความยุติธรรมให้เขาอย่างเต็มที่ ไม่ใช่รอให้ต้องมาแจ้งความเดินเรื่องกันเอาเอง เรื่องนี้ หากตำรวจไม่ทำหน้าที่อีกก็จะเป็นอีกเรื่องที่สภาจะสอบสวนเพื่อทำความจริงให้ปรากฏต่อไปอย่างแน่นอน และเชื่อว่าคงทำได้เร็วกว่าปล่อยให้พวกท่านทำกันเอง”

“แต่ก็ขอให้พึงสำนึกไว้ด้วยว่า หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้เรื่อยไป สิ่งที่พวกท่านจะสูญเสียไปตลอดกาลก็คือความเชื่อมั่นและศรัทธาจากประชาชนที่มีต่อคำว่าผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ ซึ่งทุกวันนี้ก็เหลือน้อยเต็มทีแล้ว”

Login