ยื่นคำขาด! ห้างดังย่านบางแคต้องจ่ายค่าปรับ เยียวยาสังคม กรณีรุกล้ำลำกระโดงสาธารณะยืดเยื้อกว่า 20 ปี

ยื่นคำขาด! ห้างดังย่านบางแคต้องจ่ายค่าปรับ เยียวยาสังคม กรณีรุกล้ำลำกระโดงสาธารณะยืดเยื้อกว่า 20 ปี


ยื่นคำขาด! – ห้างดังย่านบางแคต้องจ่ายค่าปรับเพื่อเยียวยาสังคม!

สรุปการประชุมกมธ. ปกครองฯ กรณีห้างดังรุกล้ำลำกระโดงสาธารณะ ที่เป็นปัญหายืดเยื้อกว่า 20 ปี

เมื่อวาน (15 ก.ย. 64) ผมได้เข้าร่วมประชุมกมธ. ปกครองฯ เพื่อหาทางออกให้กับพี่น้องประชาชนชาวบางแค ในกรณีห้างดังสร้างอาคารรุกล้ำลำกระโดงสาธารณะ ที่ส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำท่วมในบริเวณแยกจุดตัดถนนกาญจนาภิเษก-เพชรเกษม ที่กินเวลายืดเยื้อมานานกว่า 20 ปี [1][2]
จากการประชุมวันนี้ได้แนวทางการดำเนินการในอนาคตมาทั้งหมด 3 แนวทางด้วยกัน

แนวทางแรก คือ การศึกษาหาแนวทางการรื้อถอนเพื่อให้เป็นไปตามคำตัดสินของศาล เนื่องจากหากจะรื้อถอนตามโครงสร้างอาคารจะต้องรื้อถอนอยู่ที่ระยะอย่างน้อย 9 เมตร แต่ส่วนที่รุกล้ำตามคำตัดสินของศาลอยู่ที่ระยะ 3 เมตร ทางหน่วยงานจึงมีความเสี่ยงที่อาจถูกฟ้องร้องหากรื้อถอนเกินกว่าคำพิพากษาของศาล ซึ่งเรื่องนี้ทาง กทม. ได้ดำเนินการติดต่อขอความเห็นจากวิศวกรรมสถานไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ว่าจะดำเนินการต่อไปในแนวทางนี้อย่างไร

ส่วนแนวทางที่สอง คือ การเรียกค่าปรับ เพื่อให้เอกชนผู้กระทำผิดได้รับการลงโทษตามที่ได้สัดส่วน เพื่อนำเงินค่าปรับที่ได้มาใช้ในการเยียวยาปัญหาให้กับสังคม ซึ่งสำนักงานเขตบางแคได้กล่าวว่า ทางห้างเคยจ่ายค่าปรับมาแล้ว 14 ล้านบาท แต่ยังค้างค่าปรับอยู่อีก 19 ล้านบาท ซึ่งทางสำนักงานเขตได้ทำหนังสือเรียกเก็บเพิ่มเติมไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สำหรับแนวทางสุดท้าย แนวทางที่สาม ก็คือ แนวทางการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมให้กับพี่น้องประชาชน ซึ่งทางสำนักการระบายน้ำได้กล่าวชี้แจงในที่ประชุมว่า ในปัจจุบัน ยังไม่มีการเชื่อมท่อระบายน้ำจากถนนเพชรเกษมให้ระบายออกไปยังลำกระโดงสาธารณะที่ห้างได้รุกล้ำไว้ ซึ่งในปัจจุบัน ทางห้างก็ได้เคลียร์ลำกระโดงให้สะอาดตลอดแนวอยู่แล้ว ทางสำนักการระบายน้ำ อาจพิจารณาเชื่อมท่อเพื่อระบายน้ำจากถนนเพชรเกษมไปออกลำกระโดงดังกล่าว เพื่อเพิ่มช่องทางการระบายน้ำจากถนนเพชรเกษมอีกหนึ่งช่องทาง นอกจากนี้ ทางสำนักการระบายน้ำยังมีการตั้งงบประมาณในปี 65 อีก 95 ล้านบาท เพื่อต่อท่อระบายน้ำระบายออกไปสู่คลองบางแคที่อยู่ทางทิศใต้ เพื่อเสริมการระบายน้ำให้ดียิ่งขึ้นอีกหนึ่งช่องทาง ซึ่งคาดว่าต้องรอดูผลลัพธ์อีกระยะหนึ่ง ว่าสิ่งที่ได้ตั้งงบประมาณเพื่อดำเนินการลงไป จะสามารถแก้ไขปัญหาน้ำท่วมในบริเวณดังกล่าวได้หรือไม่

สำหรับความเห็นของผมที่ได้แสดงไว้เป็นบันทึกในที่ประชุมในวันนี้ ผมได้แสดงเจตนาไว้ชัดเจนว่า ไม่ได้ต้องการเอาผิดใคร โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่รัฐ ที่เรื่องนี้เกิดมานานแล้วหลายยุคหลายสมัย คงไม่มีประโยชน์ที่จะไปฟื้นฝอยหาตะเข็บเพื่อเอาผิดเจ้าหน้าที่ผู้กระทำผิดตั้งแต่สมัยปี 2535 แต่หากเราลองนึกภาพว่า หากผู้กระทำความผิดเป็นแค่ประชาชนตัวเล็ก ๆ เขาคงจะถูกหน่วยงานของรัฐเร่งบังคับคดีจนเสร็จสิ้นไปแล้วอย่างแน่นอน
แต่กลับกัน พอผู้กระทำความผิดเป็นบริษัทห้างร้านเอกชนขนาดใหญ่ หน่วยงานของรัฐกลับปล่อยปละละเลยจนเรื่องยืดเยื้อมากว่า 20-30 ปี

“สรุปตอนนี้คนทำผิด แทบไม่ได้ชดใช้เยียวยาอะไรให้สังคมเลย”

“โจทย์ผมคือเท่านี้ คือ ทำอย่างไรเพื่อทำให้เกิดความเป็นธรรม จะปล่อยให้ห้างลอยหน้าลอยตาแบบนี้ไม่ได้ ค่าปรับที่ไม่จ่าย จะทำอย่างไรให้เขายอมจ่าย จะคิดดอกเบี้ย ค่าปรับย้อนหลังอย่างไรให้สมน้ำสมเนื้อ กับการที่รัฐจะต้องใช้งบหลวง ซึ่งเป็นเงินภาษีประชาชน ‘95 ล้านบาท’ มาใช้แก้ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่นี้”



ผมยืนยันว่าอำนาจตามกฎหมายที่หน่วยงานของรัฐถืออยู่ในมือ มีเพียงพอที่จะดำเนินการเรื่องดังกล่าวได้ ซึ่งผมจะติดตามเรื่องนี้ให้ถึงที่สุด เพื่อหาทางออกให้กับสังคมที่ถือว่าประชาชนกำลังถูกเอาเปรียบอยู่

ในส่วนของการเก็บค่าเช่า (อย่างถูกต้อง) ในอนาคต ก็เป็นเรื่องของการแก้ไขกฎหมาย พวกเรา ส.ส. ในฐานะฝ่ายนิติบัญญัติพร้อมที่จะแก้กฎหมายอยู่แล้ว แต่คงต้องฝากทางหน่วยงาน โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย เร่งเสนอร่างแก้ไขเข้าสู่การพิจารณาของสภา เพราะลำพัง ส.ส.ฝ่ายค้าน เสนอกฎหมายไปก็คงเข้าสู่การพิจารณาด้วยความยากลำบาก ทั้งนี้ ก็เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาลักษณะเช่นนี้อีกในอนาคต



[1] มหากาพย์เดอะมอลล์บางแค – น้ำท่วม การรุกล้ำลำกระโดงสาธารณะ และผลประโยชน์ทับซ้อน?
https://www.facebook.com/natthaphong.ruengpanyawut/videos/1747847488728952

[2] ส.ส.เท้งจี้ มท.1 ยัน รื้อแน่ ย้ำ! ไม่มีเอี่ยว พร้อมแก้ประมวลที่ดิน เรียกเก็บค่าเช่าเอกชน ประเด็นห้างดังรุกล้ำลำกระโดงสาธารณะ
https://www.facebook.com/natthaphong.ruengpanyawut/videos/2678874178925788/

Login