‘งบกลางโควิด’ 1,000 ล้าน ให้ ตร.-ทหาร ทำอะไร?

‘งบกลางโควิด’ 1,000 ล้าน ให้ ตร.-ทหาร ทำอะไร?


‘สุรเชษฐ์’ ถาม เอา ‘งบกลางโควิด’ พันกว่าล้าน ให้ตำรวจ-ทหาร ทำอะไร?

สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ส.ส. บัญชีรายชื่อและรองเลขาธิการพรรคก้าวไกล แสดงความเห็นต่อกรณีที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อ 21 กันยายน 2564 อนุมัติงบกลาง รายการค่าใช้จ่ายในการบรรเทา แก้ไขปัญหา และเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา-19หรือที่เรียกว่า ‘งบกลางโควิด’ จำนวน 1,013,959,440 บาท ไปให้หน่วยงานทหารและตำรวจ

สุรเชษฐ์ กล่าวว่า งบดังกล่าวที่มีการอนุมัติแบ่งออกเป็น 633,514,600 บาท ให้ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินด้านความมั่นคง สำนักงานตำรวจแห่งชาติ สำหรับการปฏิบัติงานระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน – 30 กันยายน 2564 ส่วนอีก 380,444,840 บาท ให้กองทัพบก กองทัพเรือ และกองทัพอากาศ สำหรับการปฏิบัติงานระหว่างวันที่ 1 มีนาคม – 30 กันยายน 2564

“พรรคก้าวไกล เข้าใจดีว่า งบกลางเปรียบเสมือน ‘เช็คเปล่า’ อยู่ในอำนาจของ ครม. ในการอนุมัติ โดยไม่ต้องผ่านสภาผู้แทนราษฎรในการพิจารณา อย่างไรก็ตาม การตรวจสอบการใช้งบประมาณเป็นเรื่องสำคัญ โดยเฉพาะในยามที่ประชาชนกำลังเดือดร้อนอย่างแสนสาหัสจากการที่รัฐบาลบริหารจัดการโควิดได้อย่างล้มเหลว จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่รัฐบาลควรจะต้อง ‘เปิดเผย’ อย่างโปร่งใสตรงไปตรงมาว่าจะเอางบประมาณพันกว่าล้านไปให้ตำรวจและทหารทำอะไร? คุ้มค่ากับเงินภาษีที่ประชาชนจ่ายหรือไม่?”

สุรเชษฐ์ กล่าวต่อไปว่า จากการตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีในเอกสารที่เผยแพร่ทั่วไป จะพบว่าเขียนก็เหมือนไม่เขียน ตอบไม่ได้ว่าจะเอาไปใช้ทำอะไร ตั้งด่าน ซื้อยุทธภัณฑ์ คุมม็อบ หรือเอาไปใช้ซื้ออุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อดูแลประชาชนอย่างที่ประชาชนคาดหวังเอาไว้กับงบกลางโควิดก้อนนี้

“แน่นอนว่า ในขั้นตอนการขออนุมัติ ทางตำรวจและทหารต้องส่งเอกสารซึ่งมีรายละเอียดที่มากพอต่อการพิจารณา ดังภาษาราชการที่เรียกว่าเอกสาร ‘แตกตัวคูณ’ ประเด็นคือ ท่านนายกฯ ซึ่งมีอำนาจเต็มในมือ ควรแสดงความบริสุทธ์ใจ เปิดเผยรายละเอียดให้ประชาชนทราบอย่างที่ท่านทราบ ซึ่งไม่ยากเลย ขอเพียงแค่ท่านเอ่ยปากยอมให้เจ้าหน้าที่เผยแพร่เอกสารประกอบการพิจารณาทั้งหมด ในทุกเรื่องที่ใช้งบกลาง ซึ่งไม่ใช่งบลับ จึงไม่ต้องหวงมาก เพียงเท่านี้ ประชาชนก็จะได้หายสงสัยว่า ท่านเอาเงินภาษีของประชาชนไปทำอะไร เดี๋ยวหมด เดี๋ยวกู้ และตอนนี้ก็กำลังจะระเบิดเพดานเงินกู้ จาก 60% ของจีดีพี เป็น 70% ให้สามารถกู้เพิ่มได้ ทะลุกรอบที่ท่านเป็นคนตั้งเองในช่วงรัฐบาล คสช.”

“อยากให้พี่น้องประชาชนช่วยกันจับตาการอนุมัติงบกลาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการประชุม ครม. ครั้งหน้า ซึ่งจะเป็นครั้งสุดท้ายของปีงบประมาณ 2564 (สิ้นสุด 30 กันยายน 2564) ว่าจะมีการ ‘ปล่อยผี’ เอาภาษีไปเทกับเรื่องที่ไม่สมควรอีกหรือไม่ งบกลางจะถูกใช้ไปอย่างไร มิเช่นนั้น กู้มาเท่าไหร่ก็ไม่พอให้ประยุทธ์ผลาญ”

สุรเชษฐ์กล่าวทิ้งท้าย

Login