เรามาเพื่อเปลี่ยนเกม! รัฐมนตรีแป้ง ไม่ควรเป็นภาพจำคนพะเยาอีกต่อไป

เรามาเพื่อเปลี่ยนเกม! รัฐมนตรีแป้ง ไม่ควรเป็นภาพจำคนพะเยาอีกต่อไป


‘ก้าวไกล’ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. พะเยา ชี้ ‘รมช.แป้ง’ ไม่ควรเป็นภาพจำของพะเยา

เรามาเพื่อเปลี่ยนเกม! ‘ก้าวไกล’ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.พะเยา ย้ำชัด จุดยืนปักธงประชาธิปไตย ‘โรม’ ชี้ ‘รัฐมนตรีแป้ง’ ไม่ควรเป็นภาพจำของคนพะเยาอีกต่อไป ด้าน ‘วิโรจน์’ ย้ำ ‘ก้าวไกล’ ไม่กลัวการเลือกตั้งแบบบัตร 2 ใบ

ชัยธวัช ตุลาธน เลขาธิการพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย รังสิมันต์ โรม ส.ส.บัญชีรายชื่อ และรองเลขาธิการฯพรรค และ วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.บัญชีรายชื่อและโฆษกพรรคก้าวไกล ร่วมเวทีเสวนา ‘เปิดตัวผู้สมัคร ปักธงประชาธิปไตย’ ณ โรงแรม M2 จังหวัดพะเยา เมื่อวันที่ 2 ตุลาคม ที่ผ่านมา

รังสิมันต์ กล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในพะเยาคือ การมีบุรุษที่ละเมิดกฎหมายแต่สามารถเป็นรัฐมนตรีได้ ทุกครั้งที่คนอื่นมองมาที่พะเยาก็จะนึกถึงคนนี้ ถ้าตนเป็นคนพะเยาคงรับไม่ได้ เพราะที่นี่คือจังหวัดที่อุดมสมบูรณ์ควรมีการพัฒนาหรือมีภาพจำที่ควรพูดถึงในหลายๆด้าน แต่พอพูดถึงกลับเป็นเมือง #รัฐมนตรีแป้ง นี่จึงเป็นสิ่งที่ควรแค้นใจสำหรับคนพะเยา

“ปัญหาการเมืองไทยคือ เมื่อมีการเลือกตั้ง ผ่านไปสักพักแล้วเจอปัญหา ก็ตามมาด้วยการรัฐประหาร ต่อมาจึงร่างรัฐธรรมนูญ แล้วก็เลือกตั้งใหม่ แล้วก็เจอปัญหานำไปสู่รัฐประหาร วนไปเดิมๆ แบบนี้ไม่หยุดหย่อน นี่จึงเป็นเหตุผลที่ต้องมีพรรคอนาคตใหม่ ต้องมีพรรคก้าวไกล เพื่อเปลี่ยนแปลงการเมืองและหยุดวัฏจักรเหล่านี้”

รังสิมันต์ กล่าวต่อว่า ปรากฏการณ์ที่เราเห็นคือ การที่ประชาชนจำนวนมากถูกจับดำเนินคดี พวกเขาเป็นบุคคลที่น่าชื่นชมในความเสียสละเพื่อให้เรามีประชาธิปไตย พื้นที่เสรีภาพในการแสดงออกสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างประชาธิปไตย สมมติเราอยากบอกว่า พะเยามีปัญหาแบบนั้นแบบนี้ แต่เราไม่สามารถพูดได้จะเกิดอะไรขึ้น เสรีภาพในการแสดงออกจึงสำคัญมาก แต่น่าเสียดายที่เรายังไม่มีตรงนี้อย่างเพียงพอ ประชาชนจำนวนมากจึงต้องอยู่ในเรือนจำขณะนี้

ทุกครั้งตนมองไปยังภูเขาลูกใหญ่หลังกว๊านพะเยาตรงนั้น ก็ยังเห็นเป็นรัฐมนตรีแป้งอยู่ แต่เราจะทำให้ภูเขานี้เล็กลงจนไม่สามารถทำร้ายประชาชนได้ พะเยาไม่ใช่ไม้ประดับหรือสิ่งที่เป็นไปไม่ได้แต่ต้องเปลี่ยนการเมือง ถ้าคนที่แย่มากๆ กำลังใช้พื้นที่นี้หาประโยชน์เราก็ต้องไม่ทำให้เขามีโอกาส ถ้าพะเยาเป็นประชาธิปไตย ประเทศนี้ก็เป็นประชาธิปไตยได้ คนพะเยากำลังทำภารกิจใหญ่ เป็นอิฐก้อนแรก ถึงเวลาแล้วที่ประเทศต้องเปลี่ยน และครั้งนี้คือโอกาสสำคัญในการสร้างความเปลี่ยนแปลง เพราะเหลือบไรสำคัญของประเทศนี้อยู่ที่พะเยา ถ้าพะเยาสีส้ม เราก็สามารถจบปัญหาได้

วิโรจน์ กล่าวว่า หลายคนกลัวว่าหากเปลี่ยนระบบการเลือกตั้งเป็นแบบบัตร 2 ใบ พรรคก้าวไกลจะแพ้การเลือกตั้งในจังหวัดพะเยาแน่ เพราะเป็นพื้นที่ ธรรมนัส พรหมเผ่า แต่เราไม่กลัวแน่นอน เพราะขนาด พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ทุกวันนี้มีใครกลัวหรือไม่ ไม่กลัว ถ้ามาคนพะเยาก็พร้อมชูป้ายแล้ว แล้วถามว่าใครปลดธรรมนัส ก็คือ พล.อ.ประยุทธ์ ดังนั้น ขนาด พล.อ.ประยุทธ์ เรายังไม่กลัว แล้วจะกลัว ธรรมนัส ไปทำไม การเลือกตั้งไม่ต้องกลัว คำว่า ‘ไม่กลัว’ ไม่ได้หมายความว่าต้องใช้ความรุนแรง แต่เราไม่กลัวที่จะถูกประชาชนเลือกเพื่อเป็นความหวังของคนพะเยาและของคนในประเทศนี้ เราไม่กลัวที่จะนำความอนาคตกลับคืนมา

“การบริหารของรัฐบาลนี้สูญเปล่าในหลายเรื่อง นี่จึงเป็นโอกาสที่เราจะกลับมาสู่ประเทศพัฒนาเพื่อพุ่งทะยานไป เขากลัวพรรคอย่างอนาคตใหม่และก้าวไกล เราจะยกเลิกบังคับเกณฑ์ทหาร เขากลัวไหม เพราะเขากลัวจึงยุบอนาคตใหม่ แต่ถามว่ากระแสนี้หายไปไหม ไม่ กลายเป็นทุกพรรคการเมืองต้องพูดถึงเรื่องนี้ เรื่องงบประมาณที่เขาจะเอาไปซื้ออาวุธ ทำได้ง่ายไหมก็ไม่ หรือเรื่องวัคซีน สุดท้าย รัฐบาลก็ต้องเปลี่ยนนโยบายไปสู่สิ่งที่เราเตือนมาตลอดใช่หรือไม่ ดังนั้น สาเหตุของการเปลี่ยนจากบัตร 1 ใบเป็น 2 ใบ เขาหวังสกัดพรรคใหม่ แต่เราไม่ใช่พรรคใหม่ เราคือพรรคเก่า เพราะเรามีฐานผู้สนับสนุนชัดเจน ผมคุยมาตั้งแต่อุตรดิตถ์ แพร่ น่าน มาจนถึงพะเยา ฐานผู้สนับสนุนเราไม่สวิง และเราก็พบว่าจากที่หลายคนเคยบอกว่า เราเป็นพรรคของคนรุ่นใหม่เท่านั้น ตอนนี้เขามองว่าเราไม่ใช่แค่พรรคของคนรุ่นใหม่อีกแล้ว แต่เป็นพรรคที่โอบรับต่อทุกคนที่คาดหวังกับอนาคตประเทศนี้ทุกรุ่นไปแล้ว”

วิโรจน์ ยังกล่าวต่อว่า พรรคให้ความสำคัญกับความเหลื่อมล้ำ ความเสมอภาค ความเท่าเทียมที่ประชาชนแข็งแรงด้วยตัวเอง พรรคก้าวไกลที่สานต่อภารกิจจากพรรคอนาคตใหม่ไม่ได้มุ่งหวังแค่จะเอาคนของเราไปแทนที่ใครในสภาหรือในทำเนียบ เราไม่ต้องการเปลี่ยนคนภายใต้กติกาเดิมๆ แต่พรรคของเราเกิดมาเพื่อต้องการเปลี่ยนเกม นั่นคือจุดที่ทำให้ประชาชนยังมุ่งมั่นเลือกเรา วันนี้ประชาชนรู้แก่ใจว่าต่อให้ได้เสียงชนะแบบถล่มทลาย แต่ภายใต้บริบทที่ทหารสามารถรัฐประหารเมื่อไหร่ก็ได้ก็ไม่มีความหมาย

“ดังนั้น เขาจึงต้องการพรรคที่มุ่งมั่นเปลี่ยนตรงนี้และรุกคืบไปต่างหาก คนไทยชอบเชียร์มวยรอง แต่มวยรองต้องสู้ด้วย รับหมัดซ้ายต้องโต้หมัดขวา มวยแบบนี้น่าเชียร์ และเขาดูกันที่ยกสี่ยกห้า ถึงเป็นรองแต่เดินไม่หยุด ถ้าโดนปลายคางซักดอกบอกเลยว่า พวกเราเดินหมด ตามบดตลอดแน่ ยิ่งในกระแสที่ว่าจะมีการแตกพรรคนั้นพรรคนี้ออกมาเยอะไปตัดคะแนนและแย่งกันยิงกระสุนกันแบบเดิมๆ ด้วยความชัดเจนกว่า เรามีโอกาสชนะแน่นอน”

ชัยธวัช กล่าวว่า มั่นใจว่าพรรคก้าวไกลโตขึ้น และยืนยันมาตลอดว่าการมี ส.ส.เขตเป็นเรื่องสำคัญ ซึ่ง ส.ส.เขตที่เรามีก็สามารถสร้างสิ่งใหม่ๆให้เกิดขึ้นได้อย่างน่าสนใจ เราจะสกัดเอาประสบการณ์นี้มาเป็นบทเรียนสำหรับ ส.ส.เขตทั่วประเทศในอนาคต เราให้ความสำคัญกับการพัฒนานโยบายอย่างจริงจัง ขณะนี้เรามีอีกหนึ่งหน่วยงานเป็นคลังสมองเพื่อการศึกษาวิจัยด้านนโยบาย คือ Think Forward Center – ศูนย์นโยบายเพื่ออนาคต เพื่อคิดค้นนโยบายในระยะยาวให้กับพรรคและประชาชนทั้งประเทศ

นโยบายหลักตั้งแต่พรรคอนาคตใหม่ เรามีอยู่ที่แล้วและยังมีเป้าหมายเดิม ไม่ว่าจะเป็นยุติระบบราชการรวมศูนย์ กระจายอำนาจ กระจายคน กระจายงบ ไทยเท่าเทียม สวัสดิการถ้วนหน้าครบวงจร ปฏิวัติการศึกษา ลดความเหลื่อมล้ำ หรืออื่นๆ แต่เราต้องลงลึกมากขึ้น ระบบสวัสดิการถ้วนหน้าที่เกิดขึ้นจริงจะเริ่มอย่างไร เอาเงินจากไหนต้องนำเสนออย่างปฏิบัติได้ ไม่ใช่แค่ขายฝัน สวัสดิการบำนาญถ้วนหน้า สวัสดิการสำหรับเด็กเยาวชน จะมีการศึกษาอย่างจริงจังเพราะหมายถึงการลดภาระคนวัยทำงาน เพื่อให้เขามีแรงอย่างเต็มที่ในการสร้างเศรษฐกิจให้ประเทศได้ และสำหรับผู้สูงอายุเรายังหมายถึงตลาดใหม่ๆที่จะเกิดขึ้นจากการใช้จ่าย

นอกจากนี้ เราต้องคิดต่อว่า จะทำอย่างไรเพื่อแก้ปัญหาผลกระทบจากโควิด เมื่อรายได้ลด ยากจนเฉียบพลัน แต่หนี้พุ่งทะยาน ไม่ว่าจะหนี้ครัวเรือนซึ่งสูงสุดในประวัติศาสตร์หรือผู้ประกอบรายย่อยที่เกือบตายหรือตายแล้วจะฟื้นพวกเขาให้กลับขึ้นมาได้อย่างไร

“ภาวะอย่างนี้ประชาชนต้องการคำตอบในการจัดการ เหล่านี้ต้องไม่ใช่การสร้างฝันเมกะโปรเจ็กต์ เพราะมันนาน หลายชั้น แต่ต้องกระตุ้นมาที่ท้องถิ่นให้เร็วและเพียงพอที่สุด ลดขั้นต้อนราชการให้เหลือน้อยที่สุด เพื่อให้งบลงมาถึงท้องถิ่นได้อย่างมีศักยภาพ ให้ท้องถิ่นสามารถออกแบบการแก้ปัญหาของตนเองและกระตุ้นเศรษฐกิจแต่ละพื้นที่ได้มากที่สุด”

จากนั้น ชัยธวัชได้เปิดตัว ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. ที่รับรองได้แล้วในขั้นแรกทั้ง 3 เขต ได้แก่ วิสา บุญนัดดา, วิทวัส รัชตาจ้าย และ ชัยประพันธ์ สิงห์ชัย

”เขต 1 วิสา เป็นอดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยพะเยา ทำงานกับพรรคมาอย่างต่อเนื่อง ในครั้งก่อนเมื่อเราไม่สามารถหาผู้สมัครเขต 3 ได้ เขาก็พร้อมลงทันที แม้จะพ่ายแพ้ไปแต่ก็ยังทำงานเพื่อคนพะเยาเรื่อยมา ในครั้งนี้ แม้จะเป็นผู้สมัคร เขต 1 ต้องชนกับรัฐมนตรีแป้งก็ไม่กลัว แต่ถ้าเขตนี้ชนะ ยืนยันว่าจะเป็นข่าวที่ดังที่สุดในประเทศ ดังกว่าข่าวใครเป็นนายกฯ เสียอีก จึงฝากวิสากับชาวพะเยาด้วย

“เขต 2 วิทวัส เป็นนิติกรศาลจึงคุ้นเคยปัญหาประชาชนที่ต้องขึ้นโรงขึ้นศาลเป็นอย่างดี ส่วนความคิดทางการเมืองทุกครั้งที่ได้คุยกันประทับใจมาก เพราะราวกับถอดเบ้ามาจาก ปิยบุตร แสงกนกุล เลยทีเดียว”

“เขต 3 ชัยประพันธ์ เป็นนักการเมืองท้องถิ่น แน่นอนมักถูกตั้งคำถามว่าเป็นการเมืองเก่าหรือเปล่า แต่เราได้พูดคุยและเห็นการทำงานมาตลอด จึงยืนยันได้ว่าเป็นคนหนึ่งที่เข้าใจวิธีการทำงานและอุดมการณ์ทางการเมืองของเราอย่างแน่นอน เพื่อรณรงค์ปักธงก้าวไกล เราต้องการทั้ง 3 เขต จึงต้องฝากคนพะเยาต้องมาช่วยกัน”

Login