ก้าวไกลร่วมรำลึก ’14 ตุลา’ : การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยยังไม่สิ้นสุด

ก้าวไกลร่วมรำลึก ’14 ตุลา’ : การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยยังไม่สิ้นสุด


‘ก้าวไกล’ ร่วมรำลึก ‘เหตุการณ์ 14 ตุลา’ ชี้การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย – ความเท่าเทียมยังไม่สิ้นสุด

พรรคก้าวไกล ร่วมรำลึก ‘เหตุการณ์ 14 ตุลา’ โดย ‘ณัฐวุฒิ’ ระบุว่า การปราบปรามอย่างรุนแรงเป็นอาชญากรรมโดยรัฐที่ต้องค้นหาความจริงต่อ ขณะที่การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยและความเท่าเทียมก็ยังไม่สิ้นสุด

พรรคก้าวไกล ประกอบด้วย ณัฐวุฒิ บัวประทุม รองหัวหน้าพรรค, สุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ รองเลขาธิการพรรค และ สุทธวรรณ สุบรรณ ณ อยุธยา โฆษกพรรคก้าวไกล เป็นตัวแทนพรรคร่วมวางพวงมาลาและกล่าวรำลึกเหตุการณ์ 14 ตุลา ประจำปี 2564 ที่อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา แยกคอกวัว ถนนราชดำเนิน

ณัฐวุฒิ กล่าวว่า นี่เป็นครั้งที่สองที่ตนมีโอกาสกล่าวรำลึกเหตุการณ์นี้ ครั้งแรกนั้นคือเกือบ 20 ปีที่แล้ว เมื่อครั้งยังไม่มีอนุสรณ์สถานแห่งนี้ และต้องจัดงานกันบริเวณที่เรียกว่าหน้ากองสลาก พวกเรามีความทรงจำต่อเหตุการณ์ 14 ตุลา แตกต่างกัน ตนเองมีคุณแม่ที่ต้องหนีข้ามสะพานพระปิ่นเกล้า จากการถูกล้อมปราบอย่างโหดร้ายรุนแรงในวันนั้น แล้วต้องไปพักอาศัยอยู่ในเขตทหารเรือ และก็มีคุณลุงคุณป้าที่ต้องหลบเข้าไปอยู่ในวัดบวรนิเวศ หนีจากอาชญากรรมที่ก่อโดยรัฐ ซึ่งเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์นี้ มีความจำเป็นที่เราจะต้องค้นหาความจริง เช่นเดียวกับเหตุการณ์ 6 ตุลาคม 2519, เหตุการณ์พฤษภาคม 2535 และเหตุการณ์พฤษภาคม – เมษายน 2553 ซึ่งอาชญากรรมที่ก่อกำเนิดและกระทำโดยรัฐยังไม่ถูกชำระ คนผิดยังไม่ถูกดำเนินคดี สิ่งเหล่านี้เป็นอาชญากรต่อมวลมนุษยชาติที่เรายังรอคอยการค้นหาความเป็นจริง

“กรณีการเคลื่อนไหวของน้องๆ นิสิตนักศึกษา คนหนุ่มสาว ตลอดช่วงปีที่ผ่านมา ก็เป็นสายธารสืบเนื่องไม่แตกต่างกัน พรรคก้าวไกลขอคารวะต่อดวงวิญญาณของผู้เสียสละ จากเหตุการณ์ ไม่ว่ากรณีใดๆ ขอคารวะต่อดวงวิญญาณของผู้เสียสละที่ปรากฏนาม และดวงวิญญาณของผู้เสียสละนิรนาม ที่แม้กระทั่งวันนี้อาจจะไม่ทราบว่าร่างของเขาถูกฝังอยู่ที่ใด หรือถูกทิ้งอยู่ที่ใด ของคาราวะต่อจิตใจแห่งการต่อสู้นั้น ซึ่งพรรคก้าวไกลก็เกิดขึ้นบนพื้นฐานว่า การต่อสู้เพื่อความถูกต้อง เพื่อประชาธิปไตย เพื่อการสร้างสังคมแห่งความเท่าเทียมนั้น เป็นกงล้อที่ยังไม่สิ้นสุด”

รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล กล่าว

ในช่วงท้าย ณัฐวุฒิ ได้กล่าวบทกวีของ อาเวตีก อีสากยัน โดยสำนวนแปลของ ศรีนาคร หรือ จิตร ภูมิศักดิ์ ท่อนหนึ่งว่า

“เพื่อลบรอยคราบน้ำตาประชาราษฎร์
สักพันชาติจักสู้ม้วยด้วยหฤหรรษ์
แม้นชีพใหม่มีเหมือนหวังอีกครั้งครัน
จักน้อมพลีชีพนั้นเพื่อมวลชน”

Login