‘พิธา’ เยี่ยมประชาชนในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมโคราช

‘พิธา’ เยี่ยมประชาชนในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมโคราช


‘พิธา’ เยี่ยมประชาชนในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมโคราช

พิธา ลงพื้นที่ต่อเนื่องหลังประชุมใหญ่พรรคก้าวไกล​เยือนโคราช​ เยี่ยมพี่น้องประชาชนในพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วม​ พร้อมสักการะย่าโม

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล​และ พิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ ​รองหัวหน้าพรรค​ เยือนพื้นที่ต่อเนื่องหลังการประชุมใหญ่สามัญพรรคก้าวไกลที่จังหวัดขอนแก่นเมื่อวานนี้​โดยช่วงเช้าเดินทางไปยัง​ อ่างเก็บลำเชียงไกร​ จังหวัดนครราชสีมา เพื่อสอบถามผลกระทบหลังเกิดเหตุน้ำท่วมสูงหลายพื้นที่​


“วันนี้เราคงไม่ต้องมาเถียงกันว่า​อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรแตกหรือไม่ เพราะคงไม่ใช่เวลาที่จะมานั่งเถียงกัน แต่สิ่งที่ต้องทำทันทีคือการช่วยกันถอดบทเรียนและเร่งออกมาตรการการเยียวยาผลกระทบให้แก่พี่น้องประชาชน”

พิธา ระบุ

พิธา ระบุว่า เราต้องการสร้างการเมืองที่สร้างสรรค์ ดังนั้น เราจึงไม่สามารถหลับหูหลับตาตำหนิรัฐบาลโดยไม่สนใจข้อเท็จจริงได้ กรณีพายุเข้าฝนตกหนัก จนทำให้น้ำในอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรไหลทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชนในหลายอำเภอ เป็นภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ยากจะควบคุม


อย่างไรก็ตาม เรื่องที่เราตำหนิได้และต้องช่วยกันตำหนิ เพื่อให้เกิดการปรับปรุงแก้ไขและพัฒนาคือ การรับมือกับภัยพิบัติและการเร่งเยียวยาประชาชนที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงการตรวจสอบความย่อหย่อนในการบริหารจัดการความปลอดภัยในการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำ เนื่องจากการวางแผนการก่อสร้างและการบริหารความปลอดภัยในการก่อสร้างดำเนินไปภายใต้การตัดสินใจของ หน่วยงานเจ้าของโครงการเท่านั้น ปราศจากการตรวจสอบ/สอบทาน แผนการจัดการความปลอดภัย (ในระหว่างการก่อสร้าง) ที่เพียงพอขององค์กรอิสระอื่นๆ (Third-party safety assessment) เช่น สภาวิศวกรฯ, วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย

นอกจากนี้ พิธาระบุเพิ่มเติมว่า​แม้จะเป็นเหตุการณ์ที่ยากจะควบคุมได้ แต่รัฐบาลต้องไม่ใช้เหตุผลที่ว่า “อยู่นอกเหนือ” การควบคุมของรัฐบาลเพื่อเป็นข้ออ้างให้ตนเองไม่ต้องรับผิดชอบกับความเสียหายที่เกิดขึ้น เพราะแม้จะเกิดภัยพิบัติแต่หากเรามีการรับมือกับภัยพิบัติที่ดีกว่านี้ เราย่อมบรรเทาความเสียหายได้ดีกว่านี้อย่างแน่นอน รัฐบาลจึงควรขอโทษต่อการจัดการภัยพิบัติที่เรียกได้ว่าแทบจะไม่มี รวมถึงการเร่งให้มีการชดเชย​ที่ชัดเจนและเต็มจำนวน (มูลค่าความเสียหาย) อย่างเร็วที่สุด โดยหน่วยราชการเจ้าของโครงการควรจะร่วมรับผิดชอบต่อความผิดพลาดของตนด้วย

“สิ่งที่รัฐบาลและสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติควรทำในตอนนี้คือ การเร่งยกระดับขีดความสามารถและประสิทธิภาพในการเตือนภัย รวมถึงข้อมูลสถานีฝนให้ครอบคลุมโดยด่วนที่สุด เพื่อให้เราสามารถรับมือกับภัยพิบัติได้ดีกว่านี้ โดยระบบการเตือนภัยที่รัฐบาลจะต้องเร่งดำเนินการนั้นจะต้องครอบคลุมทั้งพื้นที่ชุมชนและพื้นที่เกษตรกรรม โดยเฉพาะพื้นที่เกษตรกรรมที่กำลังจะเข้าสู่ระยะที่กำลังจะเก็บเกี่ยว (ในช่วงเดือนตุลาคม-พฤศจิกายน 2564)”

“การเตือนภัยจึงต้องดำเนินการในระยะเวลาที่พี่น้องในชุมชนและเกษตรกร สามารถเตรียมการรับมือได้อย่างทันการณ์ และเสนอให้มีการสอบสวนความผิดพลาดในการก่อสร้างอ่างเก็บล้ำน้ำเชียงไกร โดยหน่วยงานอิสระด้านวิชาชีพ โดยด่วนที่สุด และทบทวนแผนความปลอดภัยในการก่อสร้างเขื่อนและอ่างเก็บน้ำอื่นๆ เพื่อป้องกันมิให้เกิดความเสียหายเช่นนี้อีก โดยจะต้องมีการเปิดเผยต่อผลการสอบสวนและมาตรการเพิ่มเติมด้านความปลอดภัยต่อสาธารณะ ทั้งนี้ เราพรรคก้าวไกลเมื่อสภาเปิดในอีกไม่ถึงเดือนเราจะใช้กลไกในรัฐสภาทั้งหมดตรวจสอบและติดตามเรื่องนี้”

Login