ระเบิดเวลา! รัฐบาลก่อหนี้ชนเพดาน กระทบงบช่วยชาวนา

ระเบิดเวลา! รัฐบาลก่อหนี้ชนเพดาน กระทบงบช่วยชาวนา


ใช้เงินจนชนเพดานหนี้ จับตารัฐส่อเบี้ยว ’ประกันรายได้เกษตรกรข้าว-จำนำยุ้งฉาง’ ก้าวไกลชงเปิดอภิปราย ม.152 จี้รัฐบาลหาทางออก

ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ได้กล่าวถึงรายละเอียดปัญหาราคาข้าวตกต่ำว่าเป็นปัญหาเกี่ยวกับต้นทุนการส่งออกที่สูงขึ้น ทำให้ปีนี้อาจส่งออกข้าวได้ไม่ถึง 5 ล้านตัน จากเดิมที่เคยส่งออกได้ 9-10 ล้านตัน เมื่อส่งออกไม่ได้จึงส่งผลให้ราคาข้าวในประเทศก็ตกต่ำ


สิ่งที่รัฐบาลทำคือการอัดฉีดเงินให้แก่เกษตรกรในโครงการประกันรายได้เกษตรกรและจำนำยุ้งฉาง ทั้งนี้ จากการประมาณการของคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ(นบข.) มีมติว่าต้องใช้เงินอัดฉีดประมาณ 1.5 แสนล้านบาท แต่พบว่าคณะรัฐมนตรี(ครม.) อนุมัติจ่ายเพียงแค่ 1.8 หมื่นล้านบาท หรือเพียงแค่ 12% ของยอดที่สมควรจ่ายเท่านั้น!

“ถ้าจะทวงสัญญารัฐบาล เราอาจจะแค่ปรึกษาหารือ แต่คำถามของพวกเราในฐานะผู้แทนราษฎรคืองบประมาณเพื่อช่วยเหลือชาวนาที่ไม่เป็นไปตามนัดนั้น เป็นเพราะรัฐบาลกำลังมีปัญหากรอบวินัยการเงินการคลังหรือไม่?”

เพราะรัฐบาลได้ก่อหนี้กับ ธกส. และหน่วยงานรัฐอื่น เหมือนรูดบัตรเครดิตจนเต็มวงเงินแล้วจึงไม่เหลือเงินมากพอช่วยเหลือชาวนาได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย ซึ่งเป็นปมมาจาก มาตรา 28 ของ พ.ร.บ.วินัยการเงินการคลังฯ ที่กำหนดให้รัฐบาลก่อนหนี้กับหน่วยงานอื่นของรัฐ โดยเฉพาะรัฐวิสาหกิจได้ไม่เกิน 30% ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี

ซึ่ง ณ เดือนกันยายนปี 2564 (ปลายปีงบประมาณที่แล้ว) ได้ใช้ไปจนเต็มวงเงินแล้วคือ 29.93% พอขึ้นปีงบประมาณ 2565 ถ้าเรายังจำกันได้ คืองบประมาณลดลง หากคิดคำนวณ 30% ของปี 2565 จะอยู่ที่ประมาณ 9.2 แสนล้านบาท แต่เดือนกันยายน 2564 ก่อหนี้ไปแล้ว 9.8 แสนล้านบาท

คำถามสำคัญที่ต้องถามไปยังรัฐบาลคือ “จะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร?” เพราะนอกจากเกี่ยวกับการช่วยเหลือเยียวยาเกษตรผ่าน ธกส. แล้ว ยังรวมไปถึงการชดเชยดอกเบี้ยผ่านมาตรการรัฐต่างๆ เช่น ธนาคารออมสิน หรือธนาคารอาคารสงเคราะห์ด้วย เรื่องนี้จึงจำเป็นต้องได้รับคำตอบจากรัฐบาล




โดยประเด็นเรื่องงบประมาณช่วยเหลือชาวนานั้นเป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่งของเนื้อหาที่ศิริกัญญากล่าวถึงทั้งหมด

ศิริกัญญากล่าวว่าได้เก็บข้อมูลความเดือดร้อนของประชาชนจากการพบปะพี่น้องประชาชนในหลายพื้นที่ทั่วประเทศตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมา พบว่ามีความเดือดร้อนประชาชนทุกหย่อมหญ้า ตั้งแต่รากหญ้า พี่น้องเกษตรกร พบปัญหาต้นทุนที่พุ่งสูงจากราคาปุ๋ย ราคายา ราคาน้ำมัน สวนทางกับราคาข้าวที่ตกต่ำเนื่องมาจากการส่งออกที่ลดลง

สำหรับคนในเมือง มีปัญหาค่าครองชีพที่สูงขึ้นมากทั้งค่าน้ำมัน ค่าตั๋วบีทีเอส ค่าไฟฟ้า ค่าทางด่วน ที่ขึ้นราคาพร้อมๆ กันแบบไม่เกรงใจประชาชนที่กำลังดิ้นรนปากกัดตีนถีบจากสถานการณ์โควิด

รวมทั้งผู้ประกอบการในภาคการส่งออกที่เหมือนกำลังดีขึ้น ก็เจออุปสรรคก้อนใหญจากต้นทุนค่าระวางเรือและความขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ที่ยังไม่แก้ไข และปัญหาชิปที่ขาดแคลนซึ่งอาจกระทบการส่งออกรถยนตร์หรือคอมพิวเตอร์ได้

เรียกได้ว่า เตรียมเผชิญภาวะ “เงินเฟ้อพร้อมเศรษฐกิจตกต่ำ” – “เงินเฟ้อและเงินฝืดในเวลาเดียวกัน” หรือ “Stagflation”

สำหรับปัญหาชั้นบนสุด ไม่ใช่ปัญหาสำหรับ ‘พวกเขา’ แต่คือปัญหาสำหรับ ‘พวกเรา’ คือการที่รัฐบาลเอื้อกลุ่มทุนด้วยข้ออ้างจากโควิดในกรณีสัญญาสัมปทานรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบินและแอร์พอร์ตลิงก์ ที่เอื้อประโยชน์กลุ่มทุนใหญ่โดยไม่เกรงใจประชาชนที่กำลังเดือดร้อน

ทั้งหมดนี้ เป็นเหตุผลให้พรรคก้าวไกลเตรียมเสนอไปยังพรรคร่วมฝ่ายค้าน โดยทันทีที่มีการเปิดประชุมสภา ขอเชิญร่วมลงชื่อเปิดอภิปราย ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 152 เพื่อชี้ให้เห็นปัญหารุมเร้าของประชาชนคนไทย และทวงถามทางออกจากรัฐบาล


ย้อนรับชมการแถลงข่าว

Login