เลขา ปธ.สภา อย่าทำเกินหน้าที่! ส.ส. ยื่นฟันจริยธรรม ‘นิพนธ์’ ได้

เลขา ปธ.สภา อย่าทำเกินหน้าที่! ส.ส. ยื่นฟันจริยธรรม ‘นิพนธ์’ ได้


ฉะเลขาประธานสภา อย่าตีตกช่วยพวกเดียวกัน หลัง ‘ก้าวไกล’ ยื่นฟันจริยธรรม ‘นิพนธ์‘

ฉะเลขาประธานสภา ขวาง ‘ก้าวไกล’ ชงคำร้องส่ง ‘ศาลรัฐธรรมนูญ’ ฟันจริยธรรม ‘นิพนธ์’ ‘ณัฐวุฒิ’ ชี้ อ่าน มาตรา 82 ให้ครบทุกวรรค อย่าด่วนตีตกพวกเดียวกันเอง ทั้งที่ไม่มีอำนาจ

ณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ยืนยันว่า ส.ส. สามารถเข้าชื่อยื่นต่อประธานรัฐสภา ให้ส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยประเด็นจริยธรรมของ นิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ตามรัฐธรรมนูญ หลังจากที่ สมบูรณ์ อุทัยเวียนกุล เลขานุการประธานสภาผู้แทนราษฎร บอกให้กลับอ่านรัฐธรรมนูญ เพราะ นิพนธ์ ไม่ได้เป็น ส.ส. จึงควรยื่นคำร้องต่อ กกต. ไม่ใช่หน้าที่ของสภาผู้แทนราษฎร

ณัฐวุฒิ กล่าวว่า การเข้าชื่อครั้งนี้ เป็นการนำมาตรา 82 วรรคหนึ่งมาบังคับใช้โดยอนุโลม ส่วนการที่มีข้อความในมาตรา 170 วรรคสามส่วนท้าย ว่าให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ด้วยนั้น ต้องหมายถึงการให้ผู้ที่ไม่ใช่สมาชิกสภา และที่สำคัญ ประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่มีอำนาจหรือดุลยพินิจใด ๆ ทั้งสิ้น ต้องทำหน้าที่ส่งเรื่องไปให้ศาลรัฐธรรมนูญ และศาลจะวินิจฉัยเอง ประธานสภาจะทำหน้าที่เป็นเหมือนบุรุษไปรษณีย์เท่านั้น

“พรรคก้าวไกลยืนยันว่า จะส่งเรื่องนี้ต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพราะเป็นเรื่องที่สำคัญต่อจริยธรรม ซึ่งต้องขอเรียกร้องความรับผิดชอบต่อจริยธรรมของพรรคการเมืองไปยังพรรคประชาธิปัตย์ด้วย เนื่องจากมักบอกจุดยืนทางสาธารณะเสมอว่าเป็นประชาธิปไตยสุจริต จึงขอให้นายจุรินทร์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พิจารณาคุณสมบัติของ นายนิพนธ์ ว่าเหมาะสมต่อการเป็นรัฐมนตรีและสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ เพราะผู้ถูกร้องเป็นรัฐมนตรีเป็นโควตาพรรคประชาธิปัตย์ และเรื่องนี้จะต้องไม่มีเป็นเหตุให้เกิดการยื้อหรือพยายามตีตกไปทั้งที่ไม่มีอำนาจ และต้องไม่มีการบีบข้าราชการประจำ เพื่อให้เป็นประโยชน์แก่ตนเอง”

รองหัวหน้าพรรคก้าวไกล ระบุ

การเห็นแย้งทางกฎหมายนี้เกิดขึ้น หลังจากที่ ณัฐวุฒิ บัวประทุม ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล พร้อมด้วย ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร, สมชาย ฝั่งชลจิตร, ปริญญา ช่วยเกตุ คีรีรัตน์ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ สัดส่วนภาคใต้ พรรคก้าวไกล แถลงต่อสื่อมวลชน กรณีขอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องไปยังศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อพิจารณาวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ นิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย เนื่องจากมีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย อันเป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ประกอบมาตรา160 (6)และมาตรา 98 (8)

ณัฐวุฒิ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวเป็นผลสืบเนื่องมาจากเรื่องที่พรรคก้าวไกลได้ตรวจสอบในการอภิปรายไม่ไว้วางใจก่อนหน้านี้ กระทั่ง มีคำสั่งของกระทรวงมหาดไทยสั่งให้ นิพนธ์ พ้นจากตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสงขลา ในวาระการดำรงตำแหน่งตั้งแต่วันที่ 4 สิงหาคม 2556 ถึงวันที่ 27 มิถุนายน 2562 โดยคำสั่งลงวันที่ 25 มิถุนายน 2564 เป็นเหตุให้ นิพนธ์ มีลักษณะต้องห้ามขาดคุณสมบัติความเป็นรัฐมนตรีหรือไม่ ซึ่งเป็นอำนาจวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ พรรคก้าวไกล จึงร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพรรคฝ่ายค้าน อาทิ พรรคประชาชาติ และพรรคเสรีรวมไทย ยื่นต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งต่อศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย

ด้าน ประเสริฐพงษ์ กล่าวว่า หากยังจำได้ช่วงต้นปี ตนได้อภิปรายไม่ไว้วางใจ นิพนธ์ พร้อมนำเสนอหลักฐานหลายอย่างดังที่ปรากฏในสภาผู้แทนราษฎร และภายหลังอภิปรายจึงได้ยื่นต่อคณะกรรมการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.) ให้พิจารณาหลักฐาน ต่อมา จึงมีคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ที่ 1528/2564 ให้นายนิพนธ์ พ้นจากตำแหน่ง

“นิพนธ์ บุญญามณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือถือว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการ ตั้งแต่วันที่ 25 มิถุนายน 2564 อันเป็นวันที่มีคำสั่งกระทรวงมหาดไทย

“เมื่อคณะกรรมการการป้องกันและปราบปราม การทุจริตและประพฤติมิชอบ (ป.ป.ช.) ชี้มูลความผิด โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยก็ออกคำสั่งปลด นิพนธ์ เราในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จึงยื่นคำร้องผ่านประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อส่งศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัย ความสิ้นสุดการเป็นรัฐมนตรี จากกรณีละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรา 157 กรณีไม่จ่ายเงินให้บริษัทที่จัดซื้อจัดจ้าง ที่จังหวัดสงขลา ภายใต้อำนาจหน้าที่ ณ เวลานั้น ซึ่งการถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ เพราะทุจริตต่อหน้าที่หรือถือว่าเป็นกระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการ”

ทั้งนี้ ประเสริฐพงษ์ กล่าวต่อไปว่า เรื่องที่เกิดขึ้น เป็นการประพฤติตนที่ไม่เหมาะสม ต่อการเป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐ การจัดซื้อจัดจ้างจะต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามคุณธรรมและจริยธรรม การยื่นคำร้องต่อ ชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย จะเป็นหนึ่งในกระบวนการตรวจสอบ แต่ประเด็นที่สำคัญคือ ขอเรียกร้องให้ นิพนธ์ มีสำนึกในคุณธรรม จริยธรรม ในฐานะผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองพิจารณาตัวเอง และขอเรียกร้องต่อ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ให้พิจารณาคุณสมบัติของ นิพนธ์ ด้วยหลักคุณธรรม จริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองด้วย



ย้อนชมการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ‘นิพนธ์’ เมื่อช่วงต้นปี โดย ประเสริฐพงษ์ ศรนุวัตร

Login