การกระจายอำนาจเริ่มที่เทคโนโลยีและข้อมูล

การกระจายอำนาจเริ่มที่เทคโนโลยีและข้อมูล


ก้าว Geek : รวมพลสายเทค การกระจายอำนาจเริ่มต้นได้ที่ข้อมูล

นับตั้งแต่เกิดวิกฤตโควิด-19 ระบาด ทั่วโลกได้เห็นความสำคัญของเทคโนโลยีในหลายๆ ด้าน ตั้งแต่ การเรียนออนไลน์ การทำธุรกิจ การสั่งของออนไลน์ การทำงานจากบ้านหรือ Work From Home ของบริษัทต่างๆ รวมไปถึงการทำงานของรัฐบาลประเทศต่างๆ ที่จะต้องปรับเปลี่ยนไป ทำให้ทั่วโลกหันมาทบทวนภาพของอนาคตที่จะต้องรองรับการทำงานกับเทคโนโลยีให้มากขึ้น

พรรคก้าวไกลเองก็ให้ความสำคัญกับการพัฒนาเทคโนโลยีที่จะช่วยให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมกับการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลมากขึ้น จึงทำให้เกิดงาน “ก้าว Geek Meet up รวมพลังอาสาสมัครสาย Geek” ขึ้น เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงการพัฒนาแพลตฟอร์ม โปรแกรมสำหรับจัดการข้อมูลในรูปแบบต่างๆ และอนาคตของระบบดิจิทัลของประเทศไทย พร้อมแสดงความคิดเห็นกรณีความสำคัญของข้อมูลต่อการกระจายอำนาจ โดยมี ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ, สมเกียรติ ถนอมศิลป์, ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์, วรภพ วิริยะโรจน์ ทีม ส.ส. พลัง geek จากพรรคก้าวไกล, พร้อมด้วย ไกลก้อง ไวทยการ กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า, ฉัตร คำแสง นักนโยบายสาธารณะ, พริษฐ์ วัชรสินธุ เจ้าของธุรกิจ startdee ธุรกิจด้านการศึกษาบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เข้าร่วม

Geek เป็นคำแสลง ที่นำมาใช้อธิบายคนที่มีความหลงใหลในสิ่งใดสิ่งหนึ่งมาก และมักหมกมุ่นอยู่กับสิ่งนั้นๆ ซึ่งปรากฎในบริบทของเทคโนโลยีและโลกดิจิทัล กิจกรรมก้าว Geek ถือเป็นจุดเริ่มต้นของ ส.ส. พลัง Geek ที่มีความสนใจเฉพาะด้านข้อมูล เทคโนโลยีและระบบดิจิทัล ร่วมกับอาสาสมัคร มาแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับการเขียนโปรแกรมอ่านข้อมูล เพื่อนำเอาข้อมูลไปใช้ในด้านต่างๆ ให้เกิดประโยชน์ในระดับสาธารณะ เช่น การประมวลงบประมาณของภาครัฐ ซึ่งส่วนใหญ่มักปรากฎอยู่ในรูปแบบของสกุลไฟล์ .pdf ทำให้ไม่สามารถนำไปใช้คำนวณและตรวจสอบสัดส่วนการใช้จ่ายได้ หรือแม้กระทั่งการเขียนโปรแกรมเปิดเพื่อเป็นระบบแจ้งเตือนภัยพิบัติ ตัวอย่างในช่วงที่ผ่านมาก็มีอาสาสมัครในกลุ่ม ก้าว Geek อย่าง ปาล์ม นิธิกร บุญยกุลเจริญ ว่าที่ผู้สมัคร ส.ก. เขตบางบอน ได้เขียนโปรแกรมเตือนภัยในช่วงที่เกิดเหตุระเบิดกิ่งแก้ว เพื่อให้ประชาชนได้เช็คระยะรัศมีระเบิดจากจุดที่ตนเองอยู่ ซึ่งได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดี และใช้เวลาสั้นๆ ไม่นานในการเขียนโปรแกรมขึ้นมา

ปัจจุบัน ก้าว Geek เริ่มพัฒนาแพลตฟอร์ม โปรแกรมอ่านข้อมูลต่างๆ ผ่านเว็บไซต์หลักของกลุ่ม https://github.com/kaogeek ซึ่งเปิดเป็น open data ให้กับผู้ที่สนใจ ขณะนี้มีโปรแกรมที่กำลังพัฒนาอยู่หลายด้านด้วยกัน ซึ่งโปรแกรมเด่นๆ ที่กำลังลงมือพัฒนาอยู่ก็คือ pdf2csv หรือโปรแกรมแปลงงบประมาณที่อยู่ในไฟล์ .pdf และหนังสือของรัฐสภา ให้ออกมาเป็น ไฟล์ .csv พร้อมใช้เพื่อคำนวณหาความถูกต้อง ช่องโหว่ง หรือการทุจริตต่างๆ และยังโปรแกรมใหม่อย่าง fact-finder ซึ่งในช่วงที่ผ่านมามีความเคลื่อนไหวทางการเมืองและประชาชนได้รับการปราบปรามจากภาครัฐด้วยความรุนแรง ข้อเท็จจริงดังกล่าวกระจัดกระจายอยู่ในโลกออนไลน์โดยไม่ได้รับการจัดการ fact-finder ก็จะช่วยทำหน้าที่เป็นเครื่องมือรวบรวมข้อมูลให้เป็นระบบแบบเรียลไทม์

ไกลก้อง ไวทยการ กรรมการบริหารคณะก้าวหน้า และหัวหน้าทีมนโยบายของคณะก้าวหน้า ได้แบ่งปันประสบการณ์การทำงานและผลักดัน open data ในระดับการเมืองส่วนท้องถิ่น โดยเฉพาะกับเทศบาลทั้งหมด 16 แห่งที่ทางคณะก้าวหน้าได้บริหาร มีการผลักดันให้เกิดเว็บไซต์ที่แจ้งเตือนปัญหาแบบเรียลไทม์ มีการนำเอาแอพลิเคชั่นอย่าง Traffy Fondue ไปใช้งาน เพื่อให้ประชาชนได้ติดต่อสื่อสารกับทางเทศบาลได้โดยตรง หรือแม้กระทั่งระบบน้ำประปาดื่มได้ ก็เตรียมผลักดันให้เป็นระบบดิจิทัลที่สามารถตรวจวัด ตรวจสอบค่าบริการผ่านเว็บไซต์เทศบาล ทั้งหมดนี้ ถูกผลักดันบนนพื้นฐานของหลักการ open government และเชื่อว่าการมีรัฐเปิดเผย จะช่วยกระจายอำนาจให้กับประชาชนในพื้นที่ได้

อีกหนึ่งบทเรียนที่มีการพูดถึงภายในงาน คือการผลักดัน Smart city ผ่านระบบข้อมูล ซึ่งถ้ากลุ่มก้าว Geek สามารถพัฒนากลุ่มจนสามารถเขียนโปรแกรม พัฒนาแพลตฟอร์ม ให้ครบวงจรได้ในอนาคต ก็อาจจะสามารถสร้าง Smart city ให้เกิดขึ้นได้ในอนาคต เช่น การนำส่งข้อมูลแบบเรียลไทม์ จะสามารถนำมาใช้กับระบบการบังคับใช้กฎหมาย หรือ ‘เมืองยั่งยืน’ สามารถทำแผนที่ต้นไม้และผลักดันสู่วาระระดับโลกอย่าง COP26 และที่น่าสนใจอีกด้านก็คือ การนำเอา pain point หรือ ปัญหาที่เกิดขึ้นกับคนกรุงเทพฯ มาปรับใช้ เหมือนที่ทางเทศบาลในต่างจังหวัดนำร่องไปล่วงหน้าด้วยการนำเอาโปรแกรมแจ้งปัญหาออนไลน์ Traffy fondue มาใช้ เชื่อมโยงกับจุดเก็บขยะของกรุงเทพ และระบบน้ำประปาที่จัดการด้วย IoT ขณะที่ปัจจุบันยังใช้วิธีเดินจดตามมิเตอร์ เพียงเท่านี้ก็จะสามารถสร้างเมืองอัจฉริยะขึ้นมาด้วยข้อมูลแบบเรียลไทม์จำนวนมหาศาลได้แล้ว

Login