หยุดเล่นเกมชิงเก้าอี้ โฟกัสที่ปัญหาของประชาชนได้แล้ว

หยุดเล่นเกมชิงเก้าอี้ โฟกัสที่ปัญหาของประชาชนได้แล้ว


หยุดเกมชิงเก้าอี้ ‘จรัส คุ้มไข่น้ำ’ จี้ รัฐบาลแก้ปัญหา #แพงทั้งแผ่นดิน เพื่อประชาชนได้แล้ว

“ในขณะที่บ้านเมืองกำลังวิกฤต พี่น้องประชาชนทั้งประเทศกำลังอดอยากจากปัญหาปากท้อง ข้าวของแพง ค่าเเรงถูก ต้องถามว่า พวกท่านในฐานะที่เป็นรัฐบาลมัวเล่นอะไรกันอยู่ โฟกัสให้ถูกเรื่องได้แล้ว หยุดแย่งเก้าอี้ หยุดแย่งโควตา หันไปแก้ปัญหาปากท้องพี่น้องประชาชนบ้าง ถึงตอนนี้จากที่เคยทนไหว เขาเริ่มที่จะทนไม่ไหวแล้ว เพราะทุกอย่างมันเเพงขึ้นมาก”

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร จรัส คุ้มไข่น้ำ ส.ส.ชลบุรี พรรคก้าวไกล ตั้งกระทู้ถามนายกรัฐมนตรี ต่อกรณีปัญหาค่าครองชีพสูงขึ้น สวนทางกับค่าเเรงของประชาชนที่ทั้งต่ำและขยับขึ้นน้อยมากในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยนายกรัฐมนตรีได้มอบให้ สุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเเรงงาน เป็นผู้ชี้เเจงแทน

จรัส กล่าวว่า ขณะนี้หลายพื้นที่กำลังประสบปัญหา รวมถึง อ.ศรีราชา อ.บางละมุง จ.ชลบุรี บ้านของตนที่ได้รับผลกระทบจากโควิดระลอกก่อนซึ่งยังไม่ฟื้น ตามด้วยการระบาดของโควิดสายพันธุ์โอมิครอนเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ แล้วยังต้องมาเจอกับพิษเศรษฐกิจ ในขณะที่รัฐบาลยังคงเอาแต่ง่วนอยู่กับการแก้ปัญหาความขัดแย้งในพรรคของตัวเองจนไม่สนใจปัญหาประชาชน และยังทำให้มีกระทบต่อการประชุมสภาผู้แทนราษฎรด้วย

“ราคาน้ำมันปรับขึ้นตั้งแต่ปลายปี ตอนนี้ลามมาถึงค่าอาหารที่แพงขึ้นทุกอย่าง เนื้อสัตว์ที่เป็นประเด็นสำคัญ คือ ราคาเนื้อหมู ที่ปรับขึ้นจาก 120 เป็น 200 กว่าบาท เป็นปรับที่ก้าวกระโดด จนประชาชนปรับตัวไม่ทัน ขยายไปดึงราคาเนื้อสัตว์อื่นๆ ไข่ไก่ น้ำมันปาล์ม รวมไปถึงซีอิ๊วขาวจนสูงขึ้นตาม และเดี๋ยวก็จะมีค่าไฟที่เพิ่มสูงขึ้นในฤดูร้อน ยิ่งทำให้ส่งผลกระทบกับคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ ผิดกับคนที่อยู่บ้านหลวงใช้น้ำฟรี ใช้ไฟฟ้าฟรี แบบพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา เท่านั้นที่คงไม่ได้รับผลกระทบใดใด

“ค่าเดินทางเพิ่มขึ้นเดือนละ 1,000 บาท ค่าอาหารเพิ่มขึ้น 3,000 – 5,000 บาท จ.ชลบุรี บ้านผมค่าเเรง เท่าเดิม 336 บาท ถือว่าสูงสุดของค่าแรงในประเทศแล้ว แต่หนึ่งเดือนทำงาน 27 วัน ยังได้รับเงินไม่ถึง 9,000 บาท รัฐบาลเคยบอกว่าปัญหาเกิดจากภาวะเงินเฟ้อ ข้าวของราคาเเพงขึ้น เพราะเศรษฐกิจมันดีขึ้น แต่ผมอยากจะบอกว่า เศรษฐกิจมันไม่ได้ดีขึ้น มันไม่ได้เติบโตขึ้นอย่างที่ท่านพูดเลย

“ทุกครั้งที่สินค้ามีราคาสูงขึ้นรัฐบาลอ้างว่าเป็นเรื่องของตลาดโลก เช่น น้ำมัน แก๊ส ปุ๋ย อาหารสัตว์ เเต่ถ้าจะพูดโทษว่าเป็นเรื่องของตลาดโลกเพียงอย่างเดียวโดยไม่ต้องทำอะไรต่อ แล้วเราจะมีรัฐบาลไว้ทำไม รัฐบาลควรต้องมีมาตรการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อแบ่งเบาภาระพี่น้องประชาชน จึงขอถามว่า รัฐบาลได้คิดมาตรการเเก้ไขปัญหาดังกล่าวเเล้วหรือไม่ จะประกาศใช้เมื่อไหร่ และในประเด็นการขึ้นค่าเเรงรัฐบาลจะปรับขึ้นค่าแรงหรือไม่ เมื่อไหร่ เพราะพรรครัฐบาลเองมีนโยบายขายฝันว่าจะปรับค่าเเรงให้สูงขึ้นเป็น 425 บาท เเต่ปัจจุบันก็ยังคงค่าเเรงขั้นต่ำไม่ได้เพิ่มขึ้นตามที่รัฐบาลให้สัญญาไว้”


ด้าน สุชาติ ชมกลิ่น ในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ชี้เเจงว่า ตั้งเเต่เกิดโควิด สินค้าต้องขึ้นลงตามจุดคุ้มทุนทางการค้า ในส่วนสินค้าการเกษตรมีการปรับราคาขึ้นลงตามฤดูกาล รวมถึงมีผลกระทบจากตลาดโลก ในการแก้ไขมีการขอความร่วมมือจากเกษตรกรให้ตรึงราคาสินค้าและไข่ไก่ รัฐบาลยังมีมาตรการกำหนดราคา ควบคุม และจัดสายตรวจดูแลทั้งส่วนกลางเเละภูมิภาค

“ในเรื่องค่าเเรง ที่ผ่านมาเราเปิดให้นำเข้าแรงงานต่างด้าวเข้ามา แรงงานค่าเเรงขั้นต่ำส่วนมากจะมาจากเเรงงานเพื่อนบ้าน เพราะเป็นแรงงานที่ไม่มีฝีมือ ไม่มีทักษะ ส่วนเเรงงานคนไทย เราให้ลูกหลานได้เรียนสูง มีความรู้ความสามารถจบเป็นวิศวกร สถาปนิก ช่าง หรือบัญชีต่างๆ ที่มีฝีมือมีทักษะมากกว่าปกติ ในสายอาชีวะ จบมาก็ได้ทำงานด้านอาชีวะ กระทรวงแรงงานได้ผสานความร่วมมือครั้งแรกกับกระทรวงศึกษาธิการในการพัฒนาบัณฑิตให้จบมามีรายได้สูงขึ้น ไปปรับพัฒนาหลักสูตรด้านอาชีวะให้สอดคล้องกับตลาดเเรงงาน ทางรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจได้มีมาตรการในการเพิ่มค่าแรงให้กับผู้ใช้เเรงงาน ทั้งในสวัสดิการเเละคุณภาพชีวิตผู้ใช้เเรงงาน”

Login