จ่อสอบ การใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คุกคามสิทธิประชาชน

จ่อสอบ การใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คุกคามสิทธิประชาชน


กมธ.พัฒนาการเมือง รับเรื่อง สอบ จนท. ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คุกคามสิทธิเสรีภาพประชาชน

ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาที่มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 เราได้เห็นประชาชนจำนวนมากถูกละเมิดสิทธิเสรีภาพ จากการบังคับใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มีหลายคนที่ใช้สิทธิเสรีภาพตามระบอบประชาธิปไตยในการแสดงความคิดเห็นและออกมาชุมนุม แต่กลับบุกจับกุม โดยอ้าง พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่กลับไม่มีการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพื่อระงับเหตุของโรคระบาดเลย

สมยศ พฤกษาเกษมสุข พร้อมด้วยตัวเเทนจากกลุ่ม 24 มิถุนาประชาธิปไตย ได้ยื่นร้องเรียนต่อ ณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ส.ส.กรุงเทพมหานคร เขต 25 บางขุนเทียน พรรคก้าวไกล ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน สภาผู้แทนราษฎร พร้อมด้วย อมรัตน์ โชคปมิตต์กุล กรรมาธิการ, วุฒินันท์ บุญชู และ กรุณพล เทียนสุวรรณ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการ เพื่อขอให้คณะกรรมาธิการตรวจสอบการดำเนินคดีจากตำรวจที่ใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน คุกคามประชาชน

เพลง ทัพมาลัย นายกองค์การบริหารนิสิตมหาลัยเกษตรศาสตร์ เป็นหนึ่งในผู้ต้องหาคดีอาญาในฐานะผู้ชุมนุมในการละเมิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ตามรัฐธรรมนูญ เพราะเขาออกไปเรียกร้องด้านสิทธิมนุษยชน ในวันสิทธิมนุษยชนสากล 10 ธันวาคม โดยสวมหน้ากากอนามัยโดยตลอด เว้นระยะห่างตามมาตรการของรัฐบาล แต่กลับได้รับหมายเรียกจาก พันตำรวจโท สำเนียง โสพล สน.นางเลิ้ง

“เขากล่าวอ้างว่า พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เป็นการป้องกันโควิด แต่ 2 ปี ที่ผ่านมา เราก็เห็นแล้วว่า เขาเอามาเป็นเครื่องมือลิดรอนสิทธิเสรีภาพประชาชน โดยขอให้กรรมาธิการร่วมตรวจสอบต่อกรณีที่เกิดขึ้น และตรวจสอบรัฐบาลพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาว่าใช้อำนาจโดยสุจริตหรือไม่ และขอให้ยับยั้งการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน และขอสนับสนุนร่างกฎหมายแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินของพรรคก้าวไกล ที่ได้ให้ความเห็นว่า หากจะใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ต้องได้รับความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎร”

ขณะที่ เจษฎา ศรีปลั่ง กลายเป็นผู้ต้องหาคดีอาญา จากการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ของเจ้าหน้าที่รัฐ หลังจากไปขออนุญาต จัดกิจกรรมเรียกร้องสิทธิในกระบวนการยุติธรรมให้นักโทษการเมือง หน้าเรือนจำกลางคลองเปรม แต่กลับไม่ได้รับอนุญาตจาก สน.ประชาชื่น และมีการดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องรวม 25 คน ด้วยข้อหาฝ่าฝืนและละเมิด พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งเป็นการเลือกปฏิบัติเฉพาะกลุ่มและปิดกั้นในการเเสดงความคิดเห็นของประชาชน และเป็นการใช้อย่างบิดเบือนตามคำสั่งรัฐบาลในการปราบปรามประชาชน ทั้งที่วันที่ 31 ธันวาคม 2564 ที่ผ่านมาคนอื่นมีความสุขในการฉลองเทศกาลปีใหม่ ศูนย์การค้าทุกแห่งสามารถจัดงานเคาท์ดาวน์ได้

ณัฐชา กล่าวว่า เป็นที่ชัดเจนว่าในวันนี้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่ได้ใช้เพื่อควบคุมโรค แต่ใช้เพื่อเป็นเครื่องมือลิดรอนสิทธิเสรีภาพประชาชน เห็นได้จากการเข้าไปบุกจับและตรวจค้นซึ่งทุกครั้งเจ้าหน้าที่จะกล่าวอ้างในการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน แต่ไม่เคยใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ระงับเหตุของโรคระบาดเลย แต่ใช้เพื่อควบคุมไม่ให้พี่น้องประชาชนออกมาเเสดงความคิดเห็น ตามสิทธิตามรัฐธรรมนูญ

จากนี้ ณัฐชา จะนำเรื่องนี้เข้าสู่การพิจารณาของ กมธ.และจะเชิญ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีในฐานะผู้กำกับดูแลสำนักงานตำรวจแห่งชาติมาชี้แจง ว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจทำเกินกว่าเหตุกับกลุ่มผู้ชุมนุม และมีการเลือกปฏิบัติหรือไม่

ด้าน อมรัตน์ กล่าวว่า การใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน มาปราบปรามประชาชน เป็นการนำเอา พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ที่ออกแบบไว้ใช้กับการดูแลความมั่นคงในสามจังหวัดชายแดนใต้ จากกลางปี 2564 ถึงต้นปี 2565 มีการนำกฎหมายที่เกี่ยวกับความมั่นคงมาใช้กับคดีการเมืองมากถึง 1,767 คดี เป็นการใช้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน รวม 1,428 คดี เห็นได้ชัดว่านอกจากใช้อย่างผิดฝาผิดตัว แต่ยังใช้อย่างสองมาตรฐาน กรณีม็อบที่ท้องสนามหลวง มีม็อบทั้งสองฝ่าย สองสีเสื้อ แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้กำลังดำเนินการกับฝ่ายประชาธิปไตยฝ่ายเดียว ถึงเวลาแล้วที่เราต้องปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม และสถาบันตุลาการอย่างจริงจัง ไม่อย่างนั้นประเทศเราไปต่อไม่ได้ เราจะกลายเป็นคนหมดอนาคต

“นี่เป็นที่มาของการเสนอร่างแก้ไข พ.ร.ก.ในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ รังสิมันต์ โรม เป็นผู้เสนอ ของพรรคก้าวไกล ที่ตัดอำนาจการควบคุมของตำรวจไม่เกิน 7 วัน และต้องได้รับความเห็นชอบสภาผู้แทนราษฎรจึงจะสามารถประกาศใช้ได้ และการต่ออายุได้ไม่เกิน 30 วัน ที่สำคัญ คือเมื่อประกาศใช้แล้วนายกรัฐมนตรีต้องรายงานต่อสภาผู้แทนราษฎร เป็นระยะ ซึ่งจากการที่ตนอภิปรายมาตรา 152 ที่ผ่านมาตนคิดว่าพรรคก้าวไกลจะเสนอจะผลักดันแก้ไขในประเด็นนิรโทษกรรม ที่จะสามารถแก้ไขความขัดเเย้งของประเทศได้”

อมรัตน์ กล่าวทิ้งท้าย

Login