ต่างชาติกังขา ครม. เตะถ่วง #สมรสเท่าเทียม

ต่างชาติกังขา ครม. เตะถ่วง #สมรสเท่าเทียม


ต่างชาติกังขา ครม. เตะถ่วงร่างกฎหมาย #สมรสเท่าเทียม 60 วัน

เมื่อรัฐสภามีมติให้ ครม. พิจารณาร่าง พ.ร.บ. #สมรสเท่าเทียม ภายใน 60 วันก่อนจะส่งให้รัฐสภาอภิปรายและลงมติกัน ทำให้มีข้อกังขามากมายทั้งจากประชาชนคนไทยที่รอคอยกฎหมายนี้มานาน และจากต่างชาติที่จับจาความคืบหน้าเรื่องความเสมอภาคในไทย ประกอบกับในช่วงนี้หน่วยงานรัฐก็พยายามสอบถามความเห็นของฝ่ายต่างๆ เพื่อสรุปให้ ครม. พิจารณา โดยตั้งธงว่าจะสามารถนำ พ.ร.บ.คู่ชีวิต มายื่นประกบไปพร้อมกันได้หรือไม่ ทั้งที่ พ.ร.บ. สองฉบับนี้ไม่มีความคล้ายคลึงกันเลย

สมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศแห่งประเทศไทย (Foreign Correspondents’ Club of Thailand : FCCT) ได้เชิญผู้เกี่ยวข้อง ไปร่วมทำความเข้าใจกับผู้สื่อข่าวต่างประเทศเกี่ยวกับสถานการณ์สมรสเท่าเทียมในปัจจุบัน เมื่อวันที่ 14 มีนาคม 2565 รวมถึง ธัญวัจน์ กมลวงศ์วัฒน์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ สัดส่วนผู้มีความหลากหลายทางเพศ พรรคก้าวไกล ในฐานะผู้เสนอร่างพระราชบัญญัติประมวลกฎหมายเเพ่งและพาณิชย์ ( ป.พ.พ.1448 ) หรือที่เรียกกันว่า ร่างกฎหมาย #สมรสเท่าเทียม

แต่น่าเสียดายที่ FCCT ได้เชิญกรมคุ้มครองสิทธิ์ให้มาเป็นผู้ร่วมอภิปรายในฐานะฝ่ายรัฐ แต่ทางกรมคุ้มครองสิทธิ์ไม่สามารถมาร่วมได้ ทั้งที่นี่เป็นประเด็นหนึ่งของความเสมอภาคที่ทั่วโลกเองก็จับตามองไทย ซึ่งถูกเรียกว่าเป็น ‘สวรรค์’ ของกลุ่มหลากหลายทางเพศ

นักข่าวและกลุ่มคนผู้มีความหลากหลายทางเพศที่มาร่วมงานต่างสะท้อนว่าไม่เข้าใจขั้นตอนที่ ครม. กฎหมายไปพิจารณา 60 วันก่อนรับหลักการวาระ 1 เพราะนี่เป็นเรื่องสิทธิมนุษยชนพื้นฐาน จึงมีข้อสงสัยว่าการแตะถ่วงในครั้งนี้มีแรงจูงใจทางการเมืองหรือไม่ เพราะกฎหมายสมรสเท่าเทียมถูกเสนอโดยฝ่ายค้าน

“เรื่องนี้มีทางออก 2 ทางคือ ฝ่ายรัฐบาลก็ต้องร่างกฎหมายสมรสเท่าเทียมด้วยหลักการแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายแพ่งพาณิชย์เพื่อประกบกับพรรคก้าวไกล เพราะร่างพระราชบัญญัติคู่ชีวิตไม่สามารถประกบกับสมรสเท่าเทียมได้ เพราะเป็นคนละเรื่อง และแยกพิจารณาสมรสเท่าเทียมกับคู่ชีวิตคนละวาระกันไป และอีกทางหนึ่งคือผลักคู่ชีวิตให้เป็นกฎหมายสำหรับทุกเพศเช่นเดียวกัน ซึ่งอาจจะนิยามความสัมพันธ์แบบ “เพื่อน” หรือแบบอื่นๆ ที่ไม่ใช่การสมรส เพราะอย่างไรก็ตาม คณะรัฐมนตรีไม่มีความจำเป็นต้องผ่านกฎหมายใดกฎหมายหนึ่งเท่านั้น”

จากการประชุมเกี่ยวกับประเด็นสมรสเท่าเทียมรวมกับกฤษฎีกา และหน่วยงานต่างๆ ของรัฐที่เกี่ยวข้อง ธัญวัจน์ พบว่า แม้แต่หน่วยงานที่เกี่ยวกับเงินเดือน บำเหน็จ บำนาญ ก็ไม่มีข้อติดใจหรือท้วงติงใดๆ เกี่ยวกับงบประมาณที่เคยกังวลจะบานปลายจากสิทธิประโยชน์ของคู่สมรสเพศเดียวกัน อย่างที่วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีเคยให้สัมภาษณ์

ส่วนประเด็นด้านความเชื่อและประเพณีก็เป็นข้อโต้เถียงที่ทั่วโลกพูดคุยกันตกผลึกแล้ว เพราะกฎหมายสมรสเท่าเทียมก็สามารถเกิดขึ้นได้ในหลากหลายประเทศที่มีประชากรนับถือศาสนาต่างๆ และยังสามารถอยู่ร่วมกันในความหลากหลาย สิทธิในการสมรสคือสิทธิที่รัฐต้องให้ประชาชนทุกคน

“ยังมีคำถามถึงกรณีที่กรมองค์กรระหว่างประเทศ เดินทางไปประชุมเพื่อหารือ ณ กรุงเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส ช่วงกลางกุมภาพันธ์ ท่านแถลงจุดยืนเกี่ยวกับสมรสเท่าเทียมอย่างไรต่อเวทีโลก ก็ควรจะออกมาแถลงต่อประชาชนในประเทศด้วย

“ในฐานะผู้แทนราษฎรที่รับเงินเดือนจากภาษีประชาชนเช่นเดียวกับหน่วยงานราชการที่เข้าประชุมในวันนั้น ขอให้เราทำงานเพื่อประชาชนเพราะนี่คือกฎหมายที่ผู้มีความหลากหลายทางเพศรอคอยมามากกว่า 10 ปี และเราทุกคนต่างรู้ว่าไม่มีเหตุผลใดที่จะปฏิเสธสิทธิมนุษยชนพื้นฐานในการก่อตั้งครอบครัว 60 วันในการที่ ครม.ขอนำไปพิจารณาก่อนรับหลักการ ขอให้เป็นการศึกษาจริงๆ ไม่ใช่การเตะถ่วงหรือเล่นเกมการเมือง เพราะประชาชนจะไม่ได้ประโยชน์อะไร นี่คือกลไกรัฐสภาหน้าที่ผู้แทนราษฎรที่ต้องทำเพื่อประชาชน”

ธัญวัจน์ กล่าวทิ้งท้าย

Login