คนไทยแบกหนี้กองทุนน้ำมันอีก 150,000 ล้านบาทจ้า!

คนไทยแบกหนี้กองทุนน้ำมันอีก 150,000 ล้านบาทจ้า!


💸 รู้หรือไม่ว่าวันนี้รัฐบาลนำ พ.ร.ก.ค้ำประกันเงินกู้กองทุนน้ำมันฯ อีก 1.5 แสนล้านบาทเข้าสภา ส.ส.พรรคก้าวไกลได้อภิปรายกันอย่างเต็มที่เพื่อชี้ให้เห็นว่าหนี้มหาศาลเกิดจากบริหารจัดการผิดพลาดของรัฐบาล มิหนำซ้ำในการขอผ่านการค้ำประกันเงินกู้กลับส่งเอกสารชี้แจงเพียง 3 หน้ากระดาษ ยังไม่รู้ดอกเบี้ยเท่าไหร่-ใช้คืนอย่างไร หมดในกี่ปี จี้เลิกออกนโยบายเอาใจนายทุนพลังงานลดภาระเงินภาษีประชาชน


🔥 ไม่มีข้อมูลมาชี้แจงแต่มาขอเงิน แบบนี้ก็ได้?

ข้อมูลที่รัฐบาลให้ต่อสภาไม่มีแผนการกู้และแผนในการชำระหนี้ของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง หากเงินค้ำประกันหนี้ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงนำไปใช้ แล้วเป็นหนี้ในอนาคต กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงจะชำระหนี้อย่างไร นอกจากนี้ กองทุนน้ำมันได้เริ่มก่อหนี้มีกันเมื่อใด มีภาระแผนการใช้เงิน-กู้จากที่ใด หากเกิดวิกฤติจะชำระอย่างไร เรื่องเหล่านี้เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องชี้แจง เพราะเงิน 150,000 ล้านบาท ทำให้ประเทศและพี่น้องประชาชนต้องเป็นหนี้เพิ่มขึ้น

พ.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ
ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล



🔥ก่อนหน้านี้ทำไมไม่อุดหนุนแบบมีเป้าหมาย?

หนี้ที่เกิดขึ้นเกิดจากรัฐบาลมุ่งอุ้มราคาน้ำมันดีเซลโดยอ้างภาคเกษตรและภาคขนส่ง แต่ความจริงแล้วไม่ได้มีแต่คนรายได้น้อยที่ได้ประโยชน์ เพราะเมื่อเดินไปใต้ถุนสภา รถ Mercedes Benz หลายคัน ก็ใช้น้ำมันดีเซลเช่นเดียวกัน ในขณะที่น้ำมันเบนซินมีทั้งขนขับรถสามล้อ คนขับแกร็ป ไลน์แมน โรบินฮู้ดก็ต้องเติมน้ำมันเบนซินที่ราคาแพงกว่าในการทำมาหากิน

ดังนั้นตนจึงเสนอให้มีการอุดหนุนราคาน้ำมันประชาชนแต่ละกลุ่มอย่างพุ่งเป้า ไม่อยากให้เหมารวมการสนับสนุนดีเซลทั้งหมด โดยเฉพาะรถยนต์ที่เติมดีเซลอย่างรถ Mercedes Benz ซึ่งตนเชื่อว่าภาระกองทุนน้ำมันจะไม่สูงถึง 150,000 ล้านบาทอย่างแน่นอน

เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร
ส.ส.กรุงเทพ เขตคลองสาน-ธนบุรี พรรคก้าวไกล



🔥ขอเงิน 150,000 ล้าน มีรายละเอียดการใช้หนี้มาให้แผ่นกว่าๆ

การให้กระทรวงการคลังเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ ก็คือการให้ประชาชนเป็นผู้ค้ำ ดังนั้นสิ่งที่ประชาชนควรต้องได้ทราบ คือความจำเป็นในการกู้เงิน จะเอาเงินไปทำอะไร จะกู้แบบไหน ดอกเบี้ยเท่าไหร่ กำหนดการใช้หนี้กี่ปีไม่เคยมีบอก

ทั้งสามแผนมีรายละเอียดในเอกสารที่นำมาชี้แจงเพียง 1 หน้ากระดาษกว่าๆ เท่านั้น โดยเฉพาะในส่วนของแผนการชำระหนี้ มีการระบุเพียงว่าจะชำระหนี้วงเงินแรกภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2568 ส่วนวงเงินที่เหลือจะชำระให้จบภายในเดือนตุลาคม 2572 โดยไม่ได้ระบุว่าจะหารายได้จากแหล่งใดมาชำระหนี้

หากกองทุนฯ ยังคงเก็บเงินจากน้ำมันแต่ละชนิด ตามอัตราเฉลี่ยย้อนหลัง 2 ปี คือ 2564-2565 ต่อไป จะต้องใช้ระยะเวลากว่า 30 ปี จึงจะใช้หนี้ได้ครบ ซึ่งไม่สอดคล้องกันแผนการใช้หนี้ภายใน 7 ปี และหากนับตามกำหนดชำระหนี้ในแผนนี้

นั่นแปลว่าในอนาคตจะต้องมีการเร่งรัดเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันอย่างมหาศาล ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องเป็นภาระของประชาชนในการจ่ายค่าน้ำมันที่แพงขึ้น

ศิริกัญญา ตันสกุล
ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล



🔥ตกลงหนี้ 150,000 ล้าน มาจากราคาน้ำมันขึ้น หรือรัฐบาลบริหารผิดพลาด?

“กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงมีไว้เพื่อช่วยปรับสมดุลราคาให้เหมาะสม แต่เพราะเหตุใดภายใต้การบริหารของรัฐบาล กองทุนดังกล่าวจึงไม่สามารถทำหน้าที่อย่างที่ควรจะเป็นได้

สาเหตุที่กองทุนน้ำมันและเชื้อเพลิง ติดลบกว่า 1.3 ล้านบาท สาเหตุไม่ได้มาจากแค่ราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้น แต่มาจากการบริหารที่ผิดพลาดของกองทุนเอง เมื่อย้อนกลับไปเมื่อปี 2563 กองทุนมีการอุดหนุนราคาน้ำดีเซล B10 ถึง 2.50 บาทต่อลิตร สวนทางกับราคาน้ำมันโลกที่กำลังปรับตัวลดลง ดีเซล B20 ก็เช่นกัน ที่กองทุนกลับอุดหนุนน้ำมันชนิดนี้ถึง 4 บาทต่อลิตร และในปีเดียวกันแก๊สโซฮอล 85 ก็เช่นกันมีการอุดหนุนถึง 7 บาทกว่าต่อลิตร ทั้งหมดสะท้อนการบริหารงานที่ผิดพลาดของกองทุนน้ำมันและเชื้อเพลิง”

ณธีภัสร์ กุลเศรษฐสิทธิ์
ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล




🔥ทุนพลังงานกินหรูอยู่สบาย ในขณะที่ประชาชนกำลังลำบากนะเธอ…

นโยบายเอื้อกลุ่มทุนพลังงานเอง คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ประชาชนต้องแบกรับภาระที่หนักขึ้นในขณะที่กลุ่มทุนพลังงานได้ประโยชน์ ก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทยที่ถูกส่งเข้าโรงแยกก๊าซของ ปตท. เพื่อผลิตเป็น LPG มีสัดส่วนสูงถึง 45% ของการจัดหา LPG ของทั้งประเทศ แต่ปัญหาก็คือก๊าซ LPG ที่ผลิตจากอ่าวไทย มีเพียง เป็น 70% เท่านั้นที่มีการส่งเงินอุดหนุนเข้ากองทุนน้ำมัน แต่อีก 30% ที่ขายให้กลุ่มทุนปิโตรเคมีกลับไม่มีการส่งเงินเข้ากองทุนน้ำมันเลยทั้งๆ ที่กลุ่มทุนได้ใช้ในราครที่ถูกกว่าประชาชน คิดเป็นเงินถึง 741 ล้านบาทต่อเดือน

การที่กำไรส่วนเกินที่ ปตท. ได้จากก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย แล้วนำมาขายให้กลุ่มทุนปิโตรเคมีในราคาที่ถูกกว่าราคาตลาดโลกไม่ถูกส่งเข้ากองทุนน้ำมันด้วย คือความไม่เป็นธรรมต่อประชาชน และเพียงมีการเปลี่ยนนโยบายนี้ คนไทยจะสามารถใช้ LPG ถูกลงได้ 2.7 บาทต่อกิโลกรัม แต่รัฐบาลกลับเลือกที่จะไม่ทำ ภาระจึงตกมาอยู่กับประชาชน

วรภพ วิริยะโรจน์
ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล



สื่ออิเล็กทรอนิกส์ของพรรคก้าวไกลนี้ ได้รับการอุดหนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง ปี พ.ศ. 2565
ผลิตโดย บริษัท สเปกเตอร์ ซี จำกัด จำนวนที่ผลิต 1 ชิ้น งบประมาณ 3,000 บาท ผลิตวันที่ 9 พฤศจิกายน 2565

Login

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า