รัฐบาลอย่าปล่อยเบลอ ต้องตรวจสอบใครวิ่งเต้นช่วย ‘เสี่ยเบนท์ลีย์’ ยื้อเวลาตรวจแอลกอฮอล์

รัฐบาลอย่าปล่อยเบลอ ต้องตรวจสอบใครวิ่งเต้นช่วย ‘เสี่ยเบนท์ลีย์’ ยื้อเวลาตรวจแอลกอฮอล์


กรณี ‘สุทัศน์ สิวาภิรมย์รัตน์’ หรือที่ปรากฏตามหน้าสื่อในฐานะ ‘เสี่ยเบนท์ลีย์’ ก่อเหตุดื่มแอลกอฮอล์ขับรถชนผู้อื่นได้รับบาดเจ็บเมื่อวันที่ 8 มกราคมที่ผ่านมา ล่าสุดเมื่อวานนี้ (11 มกราคม) พนักงานสอบสวนได้ตั้งข้อหาเมาแล้วขับ จากการที่สุทัศน์ปฏิเสธไม่ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในเลือด ณ จุดเกิดเหตุ

ชวลิต เลาหอุดมพันธ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล ในฐานะอดีตตำรวจกองพิสูจน์หลักฐาน ให้ความเห็นว่า การสื่อสารของฝ่ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ พยายามทำให้สังคมเน้นจับตาไปที่ผลการตรวจระดับแอลกอฮอล์ในเลือด แต่ตนขอยืนยันว่าผลตรวจนี้เชื่อถือไม่ได้ ไม่สามารถนำไปสู่ข้อสรุปได้ว่าผู้ต้องหาเมาแล้วขับ ณ เวลาที่เกิดเหตุหรือไม่

📌 สิ่งที่เป็นประเด็นสำคัญจริงๆ ของคดีนี้ อยู่ที่ความพยายามของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในการให้ความช่วยเหลือผู้ต้องหา เปลี่ยนจากความผิดเมาสุราแล้วขับขี่ชนผู้อื่นจนได้รับบาดเจ็บ ที่มีโทษจำคุกตั้งแต่ 1-5 ปี ปรับตั้งแต่ 20,000 – 100,000 บาท หรือทั้งจำและทั้งปรับ มาเป็นการขับรถโดยประมาทจนเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ ที่มีโทษจำคุกเบากว่า คือไม่เกิน 1 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

แต่เป็นความโชคดีที่กรณีนี้ มีหลักฐานเป็นภาพเคลื่อนไหวอย่างชัดเจน จึงไม่เป็นที่ถกเถียงว่าผู้ต้องหามีความผิดแน่ ๆ แต่ประเด็นสำคัญอยู่ที่มีความพยายาม – ถ้าไม่ใช่จากฝ่ายเจ้าหน้าที่ ก็เป็นฝ่ายผู้ต้องหา – ในการเปลี่ยนข้อเท็จจริงด้วยการยื้อเวลาให้มีปริมาณแอลกอฮอล์ในเลือดลดลง

สารวัตรเพียวย้อนให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจเคยต้องประสบปัญหาจากช่องว่างทางกฎหมาย ที่ผู้ต้องหาสามารถใช้สิทธิปฏิเสธการตรวจวัดแอลกอฮอล์ได้ แต่ปัจจุบันมีการปิดช่องว่างนี้แล้วด้วยการทำให้การปฏิเสธการตรวจวัดแอลกอฮอล์มีความผิด และยังให้เจ้าหน้าที่สันนิษฐานได้ทันทีว่าผู้ปฏิเสธการตรวจวัดนั้นเมาแล้วขับ

ถือเป็นการให้อำนาจที่มากขึ้นแก่ตำรวจ แต่อำนาจที่มากขึ้นก็ต้องมากับความรับผิดชอบที่มากขึ้นด้วย หากปรากฏข้อเท็จจริงว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ยอมให้ผู้ต้องหาตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ ณ เวลาที่เจอตัวผู้ต้องหาในทันที ก็ต้องถือว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติหน้าที่โดยบกพร่อง

การตรวจวัดแอลกอฮอล์ในทันทีเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะแอลกอฮอล์ต่างจากสารเสพติด ที่เมื่ออยู่ในร่างกายแล้วจะถูกเผาผลาญได้เร็วกว่าในอัตรา 20 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ต่อชั่วโมง ดังนั้น ตามที่ปรากฏในหน้าข่าวว่ามีการยื้อเวลาไปนานถึง 3 ชั่วโมงก่อนที่จะนำตัวมาตรวจเลือดในภายหลัง ก็เท่ากับแอลกอฮอล์ในร่างกายของผู้ต้องหาจะหายไปแล้วประมาณ 60 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ การตรวจเลือดในห้องแลปภายหลังจึงนำมาใช้ไม่ได้ เพราะตัวแปรสำคัญคือการทอดเวลาได้เกิดขึ้นแล้ว

ดังนั้น หากปรากฎชัดว่าเจ้าหน้าที่มีความพยายามอย่างมากแล้วในการให้ผู้ต้องหาตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ แต่ผู้ต้องหาบ่ายเบี่ยงไม่ยินยอม ก็จะเท่ากับผู้ต้องหาเป็นฝ่ายผิด เจ้าหน้าที่ตำรวจใช้อำนาจตามกฎหมายสันนิษฐานได้ทันทีว่าเมาแล้วขับ แต่หากข้อเท็จจริงคือเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้การช่วยเหลือผู้ต้องหา ให้ไม่ต้องตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ในทันที ความผิดก็จะตกอยู่กับเจ้าหน้าที่

“ส่วนข้ออ้างเรื่องเจ็บหน้าอกนั้น ส่วนตัวตีความได้ว่าเป็นการบ่ายเบี่ยงของผู้ต้องหา แต่ก็ต้องไปดูในส่วนของเจ้าหน้าที่ ว่าได้มีความพยายามมากกว่านั้นแล้วหรือไม่ในการให้ผู้ต้องหาต้องตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ เป็นเรื่องที่ต้องไปดูในสำนวนอีกทีหนึ่ง”

พ.ต.ต.ชวลิต กล่าว


อดีตเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน กล่าวด้วยว่า ขอเรียกร้องไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจและรัฐบาล ในฐานะผู้บังคับบัญชาโดยตรงของตำรวจ ต้องกวดขันการดำเนินคดีให้มีความเป็นธรรม เพราะสิ่งที่ปรากฏอย่างชัดเจนแล้ว คือมีความพยายามในการทอดเวลาให้ระดับแอลกอฮอล์ในตัวผู้ต้องหาลดลงจริง

📌 คำถามสำคัญหลังจากนี้ คือความพยายามดังกล่าวนั้นมาจากตัวผู้ต้องหาเองเพียงลำพัง หรือว่าได้รับการช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยหรือไม่ และหากมีการให้ความช่วยเหลือเกิดขึ้นจริง เรื่องนี้ต้องไม่ใช่การไล่บี้ไปที่เจ้าหน้าที่หน้างานเพียงฝ่ายเดียว แต่ต้องสาวไปให้ถึงบุคคลในระดับบังคับบัญชา ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ด้วย

“รัฐบาลคือผู้บังคับบัญชาโดยตรงขององค์กรตำรวจ ไม่ว่าตำรวจจะทำดีหรือไม่ดีอย่างไร รัฐบาลต้องมีส่วนรับผิดชอบ หากคดีเดินไปเรื่อย ๆ ภายใต้ความพยายามช่วยเหลือผู้ต้องหา จนเกิดความเสียหายในทางคดี รัฐบาลก็ปฏิเสธความรับผิดชอบได้ยาก อย่างไรเสียเรื่องนี้ก็ต้องมีคนผิด ไม่ว่าจะเป็นตัวผู้ต้องหาเอง หรือเจ้าหน้าที่ที่ปล่อยปละละเลย”



สื่ออิเล็กทรอนิกส์ของพรรคก้าวไกลนี้ ได้รับการอุดหนุนงบประมาณจากกองทุนเพื่อการพัฒนาพรรคการเมือง ปี พ.ศ. 2565
ผลิตโดย บริษัท สเปกเตอร์ ซี จำกัด จำนวนที่ผลิต 1 ชิ้น งบประมาณ 3,000 บาท ผลิตวันที่ 12 มกราคม 2566

Login

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า