งบประมาณ 66 ที่ไร้ทั้งวิสัยทัศน์และหัวใจ ปล่อยเกษตรกรไทยไปตามยถากรรม

งบประมาณ 66 ที่ไร้ทั้งวิสัยทัศน์และหัวใจ ปล่อยเกษตรกรไทยไปตามยถากรรม


ความจำเป็นเร่งด่วนของเกษตรกรทั้งประเทศมีอยู่ 4 เรื่อง คือ น้ำ หนี้ ที่ดิน โรคระบาด แต่งบด้านการเกษตรที่มี 250,000 ล้านบาท กลับไม่ได้ช่วยให้พวกเขาที่เหมือนตายทั้งเป็นมาเกือบ 3 ปีมีความหวังขึ้นได้ เพราะการจัดการงบแบบกระจุกรวมศูนย์ และไม่เสริมฐานราก


ก้าวไกลเสนอกระจายทั้งน้ำ กระจายทั้งอำนาจ รในระยะยาว ย่นเวลาจบปัญหาได้ใน 22 ปี

ปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก เขต 1 พรรคก้าวไกล อภิปรายถึงปัญหาน้ำแล้ง ยกตัวอย่างพิษณุโลกที่แม้จะอยู่ในพื้นที่ชลประทาน แต่กรมชลฯ ต้องใช้ต้นทุนถึง 126,000 บาท / ไร่ คนพื้นที่ไม่มีส่วนร่วม ถมเงินไปแล้วน้ำยังแล้งรุนแรงเพิ่มขึ้นทุกปี ส่อถึงปัญหาของนโยบายและวิธีการใช้งบ และยังมีปัญหา climate change ภาวะสภาพอากาศเปลี่ยนแปลง ฝนตกท้ายเขื่อน ซึ่งการสร้างเขื่อนหรืออ่างเก็บน้ำใหม่ ก็ไม่สามารถควบคุมน้ำฝนได้ โครงการขนาดใหญ่อย่างการสร้างเขื่อนตลิ่งแม่น้ำยังล่าช้า ซ้ำซ้อน มูลค่าสูง แถมมีปัญหาสร้างแล้วพัง


พิษณุโลกยังมีปัญหาเรื่องมาเฟียน้ำจากการเมืองระบบเจ้าพ่อของจังหวัดข้างเคียงที่ล้อมรอบ ดึงน้ำในหน้าแล้ง และปิดประตูน้ำในหน้าน้ำจนน้ำท่วม การได้น้ำไปใช้จึงไม่ขึ้นอยู่กับความจำเป็นของประชาชน แต่อยู่ที่ใครสามารถต่อตรงไปยังสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติได้หรือไม่ ส่อถึงการคอร์รัปชั่น

การแก้ปัญหาน้ำในพื้นที่นอกเขตชลประทาน งบ 66 ตั้งเป้าไว้ไม่ถึงครึ่งเปอร์เซ็นต์ของพื้นที่เกษตรน้ำฝน และคงต้องใช้เวลาถึง 715 ปี! กว่าจะแก้ปัญหาได้ทั้งประเทศ รวมทั้งงบของกรมชลฯ 120,000 บาท / ไร่ เทียบกับโครงการนอกเขตชลประทาน ใช้เพียง 25,000 บาท / ไร่เท่านั้น

ก้าวไกลเสนอเปลี่ยนงบประมาณน้ำจากกระจุกเป็นกระจาย ตั้งงบ 25,000 ล้านบาท / ปี สร้างพื้นที่กักเก็บน้ำได้ปีละ 1,000 ล้านลูกบาศก์เมตร มีคณะกรรมการลุ่มน้ำร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นผู้รับผิดชอบ แก้ปัญหาน้ำนอกพื้นที่ชลประทานเสร็จได้ใน 22 ปี


จบหนี้เกษตรกร เป็นไปได้ และยังเพิ่มพื้นที่ป่าด้วย

ปัญหาหนี้เกษตรกรพุ่งสูงถึง 1.8 ล้านล้านบาทแล้ว เพิ่มขึ้น 2.3 เท่านับแต่ปี 2558 ในขณะที่ ธกส.เป็นเจ้าหนี้รายใหญ่ของเกษตรกร งบที่จัดไว้มีเป้าหมายแก้ไขปัญหาหนี้สินสำหรับเกษตรกรที่ประสบภัยธรรมชาติเท่านั้น กำหนดยอดช่วยไว้ที่ 1,500 คนในขณะที่ลูกหนี้ ธกส.มี 4.8 ล้านคน และในขณะที่ยอดหนี้เฉลี่ยอยู่ที่คนละ 290,000 บาท ยอดช่วยเหลือคือคนละพันเดียว ลูกหนี้สหกรณ์การเกษตรอีก 1 ล้านคน หนี้เฉลี่ย 180,000 บาท / คน งบช่วยเหลือของกรมส่งเสริมการเกษตรอยู่ที่คนละเพียง 600 บาท สิ่งที่จะเกิดขึ้น เกษตรกรจะสูญเสียที่ทำกิน เกิดหนี้เสีย NPL ยิ่งเกษตรกรสูงวัย จะกลายเป็นหนี้ทบไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายปัจจัยการผลิตและเกษตรกรไทยก็จะตกอยู่ในมือของนายทุน

ข้อเสนอของพรรคก้าวไกล คือ ปรับโครงสร้างหนี้เกษตรกรด้วยงบ 25,000 ล้านบาท ไม่ใช่เงินใช้หนี้แทน แต่ออกแบบวิธีที่จะสามารถแก้หนี้ให้เกษตรกรและรักษาที่ดินเขาไว้ได้ เช่น เริ่มที่เกษตรกรสูงอายุที่มีอยู่ 372,000 คนที่มีหนี้เสียและกำลังจะสูญเสียที่ดินทำกิน รัฐจัดงบเช่าที่ดินของพวกเขาครึ่งหนึ่งเพื่อปลูกไม้ยืนต้นมูลค่าสูง และจัดหาหน่วยงานเพื่อที่จะเข้าไปรับผิดชอบ เกษตรกรไม่ต้องรับความเสี่ยง ในเวลาเดียวกันประเทศไทยจะมีพื้นที่ป่าเพิ่มขึ้น 2.5-3 ล้านไร่ทันที


งบ 66 อาจแก้ปัญหาที่ทำกินได้ แต่ต้องใช้เวลา 1,000 ปี!

พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้่าพรรคก้าวไกล เคยอภิปรายไว้ตั้งแต่ปี 2562 ว่ากระดุมเม็ดแรกของเกษตรก้าวหน้า ก็คือเรื่องของที่ดิน

เกษตรกรจำนวนมากไม่มีเอกสารสิทธิที่ดินทำกิน เช่น อยู่ในเขต น.ส.ล.ทั้งๆ ที่หลายพื้นที่ หลายแสนครอบครัวทำกินตรงนั้นมาก่อนที่จะมีกฎหมายบังคับใช้ บางพื้นที่ได้เพียงหนังสืออนุญาตที่มีข้อห้ามมากมาย และจำนวนที่ดินก็น้อยเกินกว่าจะทำการเกษตรได้ผล

ที่ดินทำกินของเกษตรกรที่มีปัญหาเรื่องเอกสารสิทธิมีอยู่ 1.2 ล้านรายทั่วประเทศ รัฐจัดงบแก้ปัญหาไว้ 189 ล้านบาท คำนวณได้ว่าแก้ความเดือดร้อนได้ปีละ 1,300 คน ต้องใช้เวลาทั้งหมดราว 1,000 ปี!

จากพันปี ก้าวไกลเสนอการแก้ไขให้จบภายใน 5 ปี ด้วยการลดงบซื้ออาวุธ เลิกซื้อเฮลิคอปเตอร์ ใช้งบ 10,000 ล้านบาทตั้งโครงการพิสูจน์สิทธิในที่ดินที่มีข้อพิพาทราว 13 ล้านไร่ทั่วประเทศ


3 โรคระบาดสัตว์ใน 3 ปี ไม่มีอะไรดีขึ้นในการตั้งงบ

3 ปีที่ผ่านมา มีทั้งโรคลัมปีสกิน, ASF (อหิวาต์อัฟริกาในสุกร), กาฬโรคม้า แต่งบเกี่ยวกับเรื่องนี้กลับน้อยกว่างบปี 64 เสียอีก นี่คือความไม่รู้ร้อนรู้หนาว ไม่แคร์อะไรทั้งสิ้น ยิ่งเจอโรค งบยิ่งน้อยลง ไม่ต้องพูดถึงความพร้อมรับมือโรคใหม่ๆ ทั้งฝีดาษลิง หวัดนก และอีกหลายโรค เพราะโลกเปิดอีกครั้งแล้ว ยิ่งกว่านั้นยังมีการเติมแต่งงบกลางอย่างผิดปกติอีกด้วย และเนื่องจากไลน์การผลิตวัคซีนของโลกเน้นไปที่วัคซีนโควิด-19 วัคซีนโรคพิษสุนัขบ้าจึงหาซื้อได้ยากกว่าเดิมซึ่งอาจทำให้เกิดการระบาดขึ้น



หากข้อเสนอก้าวไกลทั้งหมดที่อภิปรายได้ทำ สามารถปลดล็อก น้ำ หนี้ ที่ดิน โรคระบาดสัตว์ เสริมด้วยการผลักดันสวัสดิการถ้วนหน้า เกษตรกรไทยไม่ต้องทำนาทำไร่เพื่อใช้หนี้อีกต่อไป พวกเขาจะมีทางเลือกไปปลูกพืชที่มูลค่าสูงขึ้น รับความเสี่ยงได้ รายได้ดีขึ้น ขยับเคลื่อนตลาดไปแข่งขันในระดับต่างๆ ลูกหลานอาจกลับมาสืบต่ออาชีพ ยกระดับการผลิตด้วยเทคโนโลยี เปลี่ยนเกษตรกรไทยสู่อนาคตที่สว่างไสว เป็นมืออาชีพ

พรรคก้าวไกลจะทำให้ชีวิตของเกษตรกรไทยไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

Login

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า