ขอเชิญร้านสปา-นวด ร่วมลงชื่อฟ้องแพ่งแบบกลุ่ม Class Action รัฐต้องรับผิดชอบความเสียหายจากมาตรการปิดช่วงโควิด

ขอเชิญร้านสปา-นวด ร่วมลงชื่อฟ้องแพ่งแบบกลุ่ม Class Action รัฐต้องรับผิดชอบความเสียหายจากมาตรการปิดช่วงโควิด







“คำสั่งรัฐให้เราปิด ให้เราหยุดเชื้อเพื่อชาติ เราเสียสละมามากพอแล้ว แต่รัฐยังไม่เคยให้ความสำคัญกับพวกเราเลย” 


ขอเชิญผู้ประกอบการร้านนวด-สปา ที่ได้รับความเดือดร้อนจากมาตรการสั่งปิดโควิด ร่วมเป็นโจทก์ ยื่นฟ้องแพ่งแบบกลุ่ม (Class Action) เรียกค่าเสียหายจากรัฐบาล!


โดยพรรคก้าวไกลจึงเป็นตัวกลางในการรวบรวมผู้ที่เดือดร้อนและได้รับผลกระทบจากการบริหารราชการแผ่นดินเพื่อแก้ไขสถานการณ์โควิด เพื่อเดินหน้าดำเนินคดีทางแพ่งแบบรวมกลุ่ม หรือเรียกว่า Class Action เรียกร้องค่าเสียหายและการชดเชยเยียวยาที่ประชาชนผู้ที่ได้รับความเดือนร้อนควรได้รับตามความเหมาะสม เพื่อเป็นบรรทัดฐานต่อไปในอนาคต ว่ารัฐบาลจะต้องรับผิดชอบดูแลชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทุกคนอย่างดีที่สุด อย่างเสมอภาคเท่าเทียม และไม่เลือกปฏิบัติ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ประเทศเกิดวิกฤต


กรอกรายละเอียดเพื่อร่วมกลุ่มกับเราได้ที่: https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSf2YkuOsHbacWEOX7YZMz-2wOo8iRczI-tSek6onLxUltwHAQ/viewform


พร้อมทั้งอัปโหลดเอกสาร(สามารถใช้กล้องมือถือถ่ายได้):

  1. สำเนาบัตรประชาชนพร้อมเซ็นรับรองสำเนาถูกต้อง
  2. หนังสือยินยอมเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มที่เซ็นชื่อแล้ว
    เพิ่มเติม(หากมี)
  3. หนังสือรับรองนิติบุคคล
  4. ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานประกอบการเพื่อสุขภาพ


โดยการดำเนินการทั้งหมดนี้ พรรคก้าวไกลไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น






เหตุผลเบื้องหลัง:

สืบเนื่องจากการที่รัฐบาลภายใต้การนำของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี บริหารจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส (COVID-19) มาตั้งแต่เชื้อเริ่มแพร่ระบาดเข้ามาในประเทศไทยจนถึงบัดนี้เป็นเวลาเกือบ 2 ปี ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา การบริหารจัดการสถานการณ์อย่างผิดพลาดเป็นที่ประจักษ์แจ้งต่อสายตาสาธารณชนที่เห็นการกระทำทั้งโดยจงใจและประมาทเลินเล่อ ตลอดจนการแสดงออกถึงภาวะไร้ความรับผิดชอบของรัฐบาล อันเป็นสาเหตุที่ทำให้ประชาชนต้องรับความเดือนร้อยทุกข์ยากแสนสาหัสและต้องได้รับผลกระทบในหลายมิติของการดำเนินชีวิต เช่น…

1. วิกฤตสาธารณสุข จากการบริหารวัคซีนผิดพลาด การบริหารจัดการทรัพยากรทางด้านเครื่องมือและอุปกรณ์การแพทย์ที่ล่าช้า ส่งผลให้มีผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเป็นจำนวนมาก หลายรายเสียชีวิตเพราะไม่สามารถเข้าถึงการรักษาพยาบาลได้ทันเวลา ทั้งที่เป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของปวงชนชาวไทยตามรัฐธรรมนูญก็ตาม

2. ความเดือดร้อนจากมาตรการสั่งปิดกิจการต่าง ๆ ที่ไม่ได้รับการเยียวยาอย่างเพียงพอสมควรแก่เหตุ ทำให้มีผู้ได้รับความเดือดร้อนเป็นจำนวนมาก เช่น ผู้ประกอบการ ลูกจ้าง คนทำงานในภาคส่วนต่างๆ

3. ผู้ที่ไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการออกมาตรการรัฐบาล หรือการออกคำสั่งของเจ้าหน้าที่รัฐ ที่มีการเลือกปฏิบัติ เช่นการกักกันแรงงานในแคมป์ก่อสร้าง ไม่มีการช่วยเหลือทางด้านปัจจัยพื้นฐาน ไม่รับตรวจโรค ไม่ให้เข้าถึงการรักษาพยาบาล ฯลฯ


บรรยากาศบนรถไฟฟ้าบีทีเอสภายใต้คำสั่งล็อกดาวน์เข้มงวดพื้นที่สีแดงเข้มจากรัฐบาล


พรรคก้าวไกลจึงเป็นตัวกลางในการรวบรวมผู้ที่เดือดร้อนและได้รับผลกระทบจากการบริหารราชการแผ่นดินดังกล่าว เพื่อเดินหน้าดำเนินคดีทางแพ่ง เรียกร้องค่าเสียหายและการชดเชยเยียวยาที่ประชาชนผู้ที่ได้รับความเดือนร้อนควรได้รับตามความเหมาะสม

จึงขอเรียนเชิญ ประชาชนผู้ได้รับความเสียหายจากการบริหารจัดการที่ผิดพลาดของรัฐ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินคดีครั้งประวัติศาสตร์นี้ เพื่อเป็นบรรทัดฐานต่อไปในอนาคต ว่ารัฐบาลจะต้องดูแลรับผิดชอบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของทุกคนอย่างดีที่สุด อย่างเสมอภาคเท่าเทียม และไม่เลือกปฏิบัติ โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ประเทศเกิดวิกฤต

ร้านค้าต้องหยุดดำเนินธุรกิจชั่วคราวจากประกาศของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขสถานการณ์โควิด
“แล้วเราจะผ่านไปด้วยกัน”



ร้านตัดผมก็เช่นกัน




ภาพบรรยากาศความเงียบเหงาของร้านนวดที่ต้องหยุดให้บริการชั่วคราว
ภายใต้คำสั่งแก้ไขสถานการณ์โควิดของรัฐบาล
(ภาพจาก https://thestandard.co)






FAQ คำถามที่พบบ่อย:

Q: การฟ้องร้องดำเนินคดีแพ่งแบบกลุ่ม หรือ Class Action คืออะไร?

A: คือการฟ้องร้องดำเนินคดีแบบรวมกลุ่ม โดยมีผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนในลักษณะเดียวกันเป็นจำนวนมาก กฎหมายเปิดโอกาสให้ผู้เสียหายรวมตัวกันเพื่อฟ้องร้องดำเนินคดีผู้กระทำละเมิดได้โดยสะดวกยิ่งขึ้น อีกทั้งยังประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย ทำให้การคุ้มครองผู้เสียหายที่มีจำนวนมากเป็นไปอย่างรวดเร็วและสะดวกยิ่งขึ้น

โดยการรวมกลุ่มเช่นนี้ โจทก์ผู้เริ่มต้นฟ้องคดีจะเป็นตัวแทนในการดำเนินคดีสำหรับสมาชิกกลุ่มทุกกลุ่มและทุกคน โดยที่ผู้เสียหายแต่ละคนไม่จำต้องเข้าร่วมเป็นโจทก์และแต่งตั้งทนายความดำเนินคดีด้วยตนเอง จึงทำให้ขั้นตอนการดำเนินคดีสำหรับผู้เสียหายแต่ละคนมีความสะดวกกว่าการแยกดำเนินคดีด้วยตนเอง ซึ่งต้องเสียทั้งเวลาและค่าใช้จ่ายในการดำเนินคดีแยกเป็นรายคดีไป



Q: ต่างจากการร่วมดำเนินคดีของพรรคไทยสร้างไทยและเสรีรวมไทยอย่างไร?

A: การดำเนินการของพรรคไทยสร้างไทยและพรรคเสรีรวมไทย เป็นการดำเนินคดีอาญา มีจุดประสงค์เพื่อนำคดีขึ้นสู่ศาล ให้ศาลมีคำพิพากษาลงโทษทางอาญาแก่เจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องที่บริหารจัดการใช้อำนาจผิดพลาด

แต่การดำเนินการของเรา เป็นการดำเนินคดีแพ่งเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายให้กับประชาชนผู้ได้รับความเสียหายจากรัฐ



Q: ใครสามารถร่วมการดำเนินคดีแบบกลุ่ม (Class Action) ได้บ้าง?

A: ทุกคนที่ได้รับความเดือดร้อนจากมาตรการควบคุมโควิด และความผิดพลาดในการบริหารจัดการของรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม เราจะเริ่มจากกลุ่มผู้เดือดร้อนที่มีจำนวนมากและพร้อมมากที่สุดก่อน เช่น กลุ่มคนในครอบครัวผู้เสียชีวิตจากโรคติดเชื้อโควิด-19 กลุ่มคนทำงานกลางคืน กลุ่มธุรกิจร้านอาหาร กลุ่มธุรกิจร้านนวด สปา ฟิตเนส  กลุ่มคนงานที่ถูกเลือกปฏิบัติจากรัฐบาลและไม่สามารถเข้าถึงบริการสาธารณะได้ ฯลฯ



Q: มีขั้นตอนในการร่วมดำเนินคดีแบบกลุ่ม (Class Action) อย่างไร?

A: ขั้นตอนในการดำเนินคดีแบบกลุ่ม (Class Action) มีดังนี้

1. พรรคก้าวไกลจะดำเนินการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับผู้เสียหายที่ได้รับผลกระทบจากการบริหารจัดการที่ผิดพลาดของรัฐบาล เพื่อนำข้อมูลของทุกท่านมาจัดกลุ่มตามลักษณะของความเสียหายที่เกิดขึ้น 

2. คัดเลือกและแต่งตั้งบุคคลที่มีความพร้อมและมีคุณสมบัติตามที่กฎหมายกำหนดเพื่อให้บุคคลดังกล่าวเข้าเป็นโจทก์ในการฟ้องคดี ซึ่งต้องเป็นบุคคลที่สามารถดำเนินคดีคุ้มครองสิทธิของกลุ่มบุคคลได้อย่างเพียงพอและเป็นธรรม

ทั้งนี้ ผู้ที่ประสงค์จะเข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มในการดำเนินคดีครั้งนี้ ไม่มีความจำเป็นต้องสรรหาและแต่งตั้งทนายความของตัวเองแต่อย่างใด อีกทั้งไม่ต้องมีภาระความรับผิดชอบใดๆ ในทางคดี เพราะกฎหมายกำหนดให้ทนายโจทก์ถือเป็นทนายความของสมาชิกกลุ่มบุคคลผู้ได้รับความเสียหายด้วยแล้ว ซึ่งพรรคก้าวไกลจะรับเป็นผู้จัดหาทนายความเพื่อดำเนินคดีแทนทุกท่าน 

3. ยื่นคำฟ้องในส่วนของโจทก์ ตลอดจนกลุ่มบุคคลผู้ที่ได้รับความเสียหาย โดยบรรยายสภาพแห่งข้อหาว่ารัฐบริหารจัดการสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 โดยละเมิดต่อประชาชนอย่างไร พร้อมคำขอบังคับ ทั้งนี้ ไม่ต้องระบุจำนวนเงินค่าเสียหาย แต่ต้องระบุหลักการและวิธีการคำนวณค่าเสียหายสำหรับความเสียหายของแต่ละกลุ่ม

4. ยื่นคำร้องขอพิจารณาคดีแบบกลุ่มพร้อมกับการยื่นฟ้อง โดยระบุว่ามีเหตุผลใดที่ควรดำเนินคดีแบบกลุ่ม เช่น กลุ่มบุคคลผู้ได้รับความเสียหายมีสมาชิกจำนวนมาก และกลุ่มบุคคลดังกล่าวมีลักษณะเฉพาะที่แสดงให้เห็นว่าเป็นกลุ่มบุคคลที่ได้รับความเสียหายอย่างเดียวกัน การดำเนินคดีแบบกลุ่มจะเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพมากกว่าการดำเนินคดีตามแบบสามัญทั่วไป โจทก์มีความสามารถในการคุ้มครองสิทธิของสมาชิกกลุ่ม ความซื่อสัตย์สุจริตของโจทก์ในการรักษาประโยชน์ของสมาชิกกลุ่มได้อย่างเพียงพอและเป็นธรรม เป็นต้น

5. เมื่อศาลมีคำสั่งในคำร้องขอพิจารณาคดีแบบกลุ่ม ว่าศาลอนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่มหรือไม่ ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับศาลมีสิทธิอุทธรณ์ได้ภายใน 7 วัน และคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์เป็นที่สุด หมายความว่าไม่สามารถโต้แย้งคำสั่งของศาลอุทธรณ์ในการสั่งคำร้องขอพิจารณาคดีแบบกลุ่มได้อีก

6. เมื่อศาลมีคำสั่งอนุญาตให้ดำเนินคดีแบบกลุ่มเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ศาลจะส่งคำบอกกล่าวแจ้งให้สมาชิกกลุ่มที่ได้แสดงความประสงค์ในการร่วมดำเนินคดีนี้กับพรรคก้าวไกลทราบทางไปรษณีย์ลงทะเบียน หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์ หรือประกาศทางหนังสือพิมพ์อย่างน้อยเป็นเวลา 3 วัน หรืออาจแจ้งผ่านช่องทางสื่อมวลชน หรือทางอื่นใดตามที่เห็นสมควร ซึ่งในคำบอกกล่าวเช่นว่านี้ ศาลจะแจ้งสิทธิต่างๆ ให้ แก่สมาชิกกลุ่มทราบ ตลอดจนให้สิทธิทางเลือกในการออกจากการเป็นสมาชิกกลุ่ม และผลของการแจ้งความประสงค์ออกจากการเป็นสมาชิกกลุ่มในการดำเนินคดีนี้

7. ศาลจะดำเนินกระบวนพิจารณาไปตามขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้อย่างเฉพาะเจาะจงสำหรับการดำเนินคดีแบบกลุ่ม ซึ่งสมาชิกกลุ่มที่ร่วมดำเนินคดีกับพรรคก้าวไกลไม่จำต้องเดินทางมาศาลด้วยตนเอง ทั้งนี้ ทุกท่านจะไม่ถูกไม่ตัดสิทธิที่จะเข้าร่วมฟังการพิจารณาคดีหรือมีส่วนร่วมในการพิจารณาคดีตามสิทธิที่กฎหมายกำหนดไว้เป็นการเฉพาะ

8. ศาลมีคำพิพากษา และแจ้งคำพิพากษาให้สมาชิกกลุ่มและอธิบดีกรมบังคับคดีทราบ ซึ่งในกรณีที่ศาลมีคำพิพากษาให้โจทก์เป็นฝ่ายชนะคดีและสั่งให้บรรดาจำเลยที่ต้องร่วมรับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นตัวเงิน ทุกท่านย่อมได้รับสิทธิในการขอรับชำระหนี้ตามคำพิพากษาได้ตามกระบวนการของกฎหมาย (แต่ไม่มีสิทธิดำเนินการบังคับคดีด้วยตนเอง)

9. หากชนะคดี ในขั้นตอนของการบังคับคดี พรรคก้าวไกลจะจัดการให้ทนายโจทก์เป็นผู้ดำเนินการบังคับคดีให้แก่ทุกท่านอย่างเสมอภาคกัน หากเจ้าพนักงานบังคับคดีไม่รับคำขอชำระหนี้ของสมาชิกกลุ่มรายใด หรือสั่งให้ได้รับชำระหนี้บางส่วน สมาชิกกลุ่มมีสิทธิยื่นคัดค้านต่อศาลได้

10. เมื่อรัฐนำเงินมาวางแก่กรมบังคับคดีแล้ว เจ้าพนักงานบังคับคดีจะสั่งจ่ายเงินให้แก่โจทก์และสมาชิกกลุ่มผู้ที่เข้าร่วมการดำเนินคดีประวัติศาสตร์ในครั้งนี้ต่อไปตามกระบวนการทางกฎหมาย



Q: การเข้าร่วมเป็นสมาชิกกลุ่มเพื่อดำเนินคดีแบบกลุ่ม ต้องเสียค่าใช้จ่ายหรือไม่ อย่างไร?

A: ในส่วนของการดำเนินคดี ค่าธรรมเนียมศาล (ค่าขึ้นศาล) ค่าใช้จ่ายอันเกี่ยวกับการดำเนินคดี และการบังคับคดี พี่น้องประชาชนไม่ต้องชำระค่าธรรมเนียม เว้นแต่…

1. ค่ายื่นขอรับชำระหนี้เมื่อศาลพิพากษาให้ชนะคดีแล้ว เรื่องละ 200 บาท แต่ในกรณีที่ขอรับชำระหนี้ไม่เกิน 20,000 บาท ไม่ต้องเสียค่าธรรมเนียม 

2. ค่าคัดค้านคำสั่งของเจ้าพนักงานบังคับคดีต่อศาลในเรื่องการขอรับชำระหนี้ เรื่องละ 200 บาท (หากมี) 

3. ค่าขึ้นศาลในกรณีที่มีการอุทธรณ์เรื่องการขอรับชำระหนี้ เรื่องละ 200 บาท (หากมี)

4. ค่าใช้จ่ายหรือค่าธรรมเนียมอื่นๆ ที่ท่านมีความประสงค์จะดำเนินการเองแยกต่างหากจากแนวทางการดำเนินคดีของพรรคก้าวไกล (หากมี)



หมายเหตุ : ค่าใช้จ่ายอื่นๆ ในส่วนที่ท่านต้องออกเองดังที่ได้กล่าวมานั้น เป็นการชำระให้แก่ศาลและหรือหน่วยงานอื่นๆ ของรัฐที่เกี่ยวข้องโดยตรง

(หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อพรรคก้าวไกล โทร. 02-821-5874)






อ่านเพิ่มเติม:

วันอังคารที่ 17 สิงหาคม 2564 เวลา 10.00 น. ที่ศาลแพ่ง ถ.รัชดาภิเษก กรุงเทพฯ พรรคก้าวไกล​ นำโดย​ ศิริกัญญา​ ตันสกุล​, ธัญวัจน์​ กมลวงศ์วัฒน์,​ สุเทพ​ อู่อ้น,​ ปกรณ์วุฒิ​ อุดมพิพัฒน์สกุล​ ส.ส.พรรคก้าวไกล​ และผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากมาตรการโควิดของรัฐบาลประเภทธุรกิจสปา​ ร้านนวด​ ยื่นฟ้องร้องคดีแพ่งต่อรัฐบาลไทย กรณีออกมาตรการบริจัดการสถานการณ์โควิดกระทบต่อธุรกิจแต่ไม่มีการเยียวยาที่ชัดเจนเพียงพอ โดยพรรคก้าวไกลประกาศเป็นตัวกลางช่วยเป็นตัวกลาง อำนวยความสะดวกยื่นฟ้องแพ่งแบบรวมกลุ่มหรือ Class Action เพื่อเรียกค่าเสียหายให้ประชาชนผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนจากมาตรการโควิดของรัฐบาล เพื่อสร้างบรรทัดฐานความรับผิดชอบของรัฐ https://www.moveforwardparty.org/news/4827/ 




**อัปเดตล่าสุด (21 กันยายน 2564)**

ศาลเลื่อนนัดไต่สวนคำร้องขอให้ดำเนินคดีแบบกลุ่ม (Class Action) ของผู้ประกอบการร้านนวดที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการจัดการโควิด-19 ของรัฐ

อ่านเพิ่มเติมที่นี่ https://www.moveforwardparty.org/news/7119/


ปัจจุบัน มีผู้ประกอบการร้านนวดแสดงความยินยอมเข้าร่วมกับโจทก์เป็นสมาชิกในคดีแบบกลุ่มกว่า 200 ราย สำหรับผู้ประกอบการร้านนวดที่ได้รับความเดือดร้อนจากมาตรการบริหารจัดการสถานการณ์โควิด-19 ไม่ว่าจะยังเปิดร้านอยู่หรือปิดร้านไปแล้ว ก็สามารถเข้าแสดงความยินยอมร่วมกับโจทก์ฟ้องคดีแบบกลุ่มเพิ่มได้อีกเรื่อยๆ จนกว่าศาลจะมีการนัดสืบพยานในเดือนธันวาคมนี้

Login