เปิดประเทศต้องพร้อมจากภายใน

เปิดประเทศต้องพร้อมจากภายใน

รวมสรุปการอภิปราย ส.ส.พรรคก้าวไกล ในญัตติด่วนด้วยวาจาเพื่อขอให้สภาร่วมกันพิจารณากำหนดยุทธศาสตร์และวิสัยทัศน์ในการเปิดประเทศที่คำนึงถึงประชาชนทุกคน ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง เพื่อให้รัฐบาล พลเอกประยุทธ์ ใช้เป็นแนวทางในการปฏิบัติตาม ดังต่อไปนี้

(รับชม Playlist ได้ที่ https://www.youtube.com/playlist?list=PL1lgv8WXJu4YtggTkEYSgPmnDVkl9Yq1W )


วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ : เปิดประเทศต้องพร้อมเปิดจากภายใน

ต้องทำความเข้าใจ คำว่า ‘เปิดประเทศ’ เสียก่อน เพราะนิยามของ พลเอกประยุทธ์ คับแคบมาก การเปิดให้นักท่องเที่ยว 63 ประเทศเข้ามา คาดว่าจะสร้างรายได้เพียง 1 ใน 10 ของภาวะปกติเท่านั้น ทำให้ส่วนใหญ่จะกระจุกแค่โรงแรมหรู ไปไม่ถึงร้านอาหารริมทาง แม่ค้ารถเข็น หรือผับบาร์ต่างๆ รัฐบาลต้องมองให้กว้าง เปิดจากประเทศจากภายใน ทำให้ระบบเศรษฐกิจประเทศขับเคลื่อนไปได้พร้อมกับสร้างความมั่นใจว่า โควิด-19 อยู่ในภาวะควบคุมได้เป็นปกติวิสัย เป็นการเปิดประเทศเพื่อคนทุกคน ไม่ใช่บอกให้ประชาชนไปเสี่ยงร่วมกัน แต่พอถูกถามหนักๆ กลับตอบว่า “เปิดได้ก็ปิดได้” อัตราฉีดวัคซีนต้องครอบคลุมเพียงพอ ต้องเตรียมพร้อมรับการระบาดระลอกใหม่ ที่ประเมินไว้ว่าอาจเกิดขึ้นในต้นปีหน้าไม่เกินเดือนเมษายน ต้องเตรียมยาและอุปกรณ์ที่จำเป็นให้พร้อมแม้ว่าราคาจะแพงก็ต้องเตรียมให้พอ โรงพยาบาลสนาม ฮอสพิเทลที่ยุบไป ต้องกลับมาดำเนินการได้ทันทีหากเกิดสถานการณ์ระบาดระลอกใหม่ สายด่วน1668 และ 1669 ต้องพร้อมบริการ เพราะเรื่องแบบนี้ไม่มีแพลนสำรองไม่ได้




วาโย อัศวรุ่งเรือง ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ : ต้องเร่งฉีดวัคซีนให้ประชาชนวันละล้านโดส

พรรคก้าวไกลสนับสนุนนโยบายการเปิดประเทศ แต่เปิดแล้วอย่าทำแบบลักปิดลักเปิด เพื่อให้พ่อค้าแม่ขายมีความมั่นใจ กล้าสั่งสต็อกของและจ้างแรงงาน เพื่อให้เศรษฐกิจเดินต่อ มาตรการต่างๆ อย่าเอื้อกลุ่มทุนมากนัก ใบ SHA และ SHA+ ต้องอำนวยความสะดวกอย่าให้กลายเป็นภาระของผู้ประกอบการ วัคซีนต้องเร่งฉีดให้ประชาชนวันละล้านโดส เพื่อให้ทันเดือนธันวาคมที่จะมีการเปิดพรมแดน วัคซีน ‘ทางเลือก’ ที่ประชาชนต้องจ่ายเงินเองเป็นเรื่องไม่เหมาะสม แต่รัฐบาลควรจะต้องนำเข้าวัคซีนหลากหลายให้เป็น ‘ตัวเลือก’ ของประชาชน ‘ฟรี’ ตามรัฐธรรมนูญที่ท่านเขียนกันมาเอง




ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ : เสียงจากคนกลางคืน หยุดทิ้งพวกเขาไว้ข้างหลังเสียที

เป้าหมายที่สำคัญที่สุดในการฟื้นฟูเศรษฐกิจไม่ใช่ตัวเลขนักท่องเที่ยวที่สูง ไม่ใช่ GDP ที่เพิ่มจากภาครายได้จากภาคการท่องเที่ยว แต่คือการให้ประชาชนในประเทศกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจให้ได้ปกติที่สุด และครอบคลุมทุกกลุ่มมากที่สุด เพื่อให้รายได้เหล่านั้น ไปถึงกระเป๋าของประชาชนทุกกลุ่มจริงๆ มาตรการของธุรกิจกลางคืนที่ออกมาไม่สมเหตุสมผลในแง่ของการประกอบธุรกิจ และยังไม่ทั่วถึงเพราะสามารถนั่งดื่มในร้านได้เฉพาะพื้นที่นำร่องเท่านั้น รัฐบาลต้องเลิกการออกมาตรการที่ตั้งต้นจากความคิดว่า “ประชาชนจ้องแต่จะทำผิด” พูดคุยรับฟังหาทางออกด้วยกัน รับผิดชอบชีวิตของพวกเขา หลังจากที่ห้ามไม่ให้พวกเขาประกอบอาชีพมาอย่างยาวนาน หยุดทิ้งพวกเขาไว้ข้างหลังเสียที




ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส. กรุงเทพฯ : ผมมา ‘ล้มล้าง’ เมื่อพวกเขาไม่เข้าใจคำว่า ‘ปฏิรูป’

อยากให้รัฐบาล “ปฏิรูป” ระบบสวัสดิการให้กับบุคลากรทางการแพทย์ และบุคลากรด่านหน้า ทั้งด้านการฉีดวัคซีน และด้านชั่วโมงการทำงาน ที่ทำให้พวกเขามีความกดดัน และมีอัตราการฆ่าตัวตายที่สูง ตั้งแต่ช่วงเกิดวิกฤตโควิดเสียอีก อยากให้รัฐบาล “ปฏิรูป” การฉีดวัคซีนให้กับประชาชนต่างจังหวัดที่ยังคงเหลื่อมล้ำ อยากให้รัฐบาล “ปฏิรูป” ทางเลือกวัคซีนให้กับประชาชน ให้มีความหลากหลาย เพราะถ้าวัคซีนที่รัฐบาลพยายามยัดเยียดให้คนไทยฉีด “ดีจริง” รัฐมนตรีอนุทิน ก็คงเดินทางเข้าสวิตเซอร์แลนด์ได้อย่างไม่ยากเย็น อยากให้รัฐบาล “ปฏิรูป” นโยบายการ “เปิดโรงเรียน” เพราะทุกวันนี้ เวลาในวัยเรียนของเด็กหลายล้านคน ที่เขาจะได้มีสังคมในวัยเรียนกับเพื่อน ได้สูญเสียไปอย่างไม่มีวันหวนกลับอีกแล้ว “ปฏิรูป” หมายถึงการ “แก้ไข” ไม่ใช่การล้มล้าง แต่หากจะ “ล้มล้าง” ก็คือ อยากล้มล้างวงจรอุบาทว์ อยากล้มล้างระบอบเผด็จการ อยากล้มล้างความเหลื่อมล้ำที่มีในสังคม อยากล้มล้างระบอบปรสิต นายทุนกัดกินประเทศ อยากล้มล้างการเลือกปฏิบัติ อยากล้มล้างความไม่เท่าเทียมทางเพศ อยากล้มล้างความอยุติธรรม อยากล้มล้างความไม่ชอบธรรมในระบบยุติธรรมไทย และสำคัญที่สุด สำหรับญัตตินี้คือ อยากล้างความระยำตำบอนของการจัดการวัคซีนของรัฐบาลชุดนี้




เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ส.ส.กรุงเทพ :
เปิดประเทศแบบ ‘เราทิ้งกัน’ กระจายวัคซีนแบบระบบอุปถัมภ์ทางการเมือง

จากการลงพื้นที่พบว่ายังมีประชาชนจำนวนมากไม่ได้แม้กระทั่งวัคซีนเข็มแรก เนื่องจากแอปพลิเคชั่น ‘ไทยร่วมใจ’ และ ‘หมอพร้อม’ ไม่เปิดให้ลงทะเบียน คนเหล่านี้เหมือนโดยลอยคอปล่อยเกาะ ต้องรอโชคที่มักมาจากบรรดาที่ปรึกษาผู้ว่า กทม. และมักจะเป็นผู้สมัคร ส.ก. รักษ์กรุงเทพ ที่ได้โควต้าวัคซีนมาแจก การกระทำเช่นนี้ คือการสร้างระบบอุปถัมภ์ทางการเมือง หาเสียงโดยเอาชีวิตคนมาเเขวน เอาวัคซีนมาซื้อเสียงล่วงหน้า ทำไมไม่ทำระบบกลางให้ทุกคนใช้ได้ นอกจากนี้ยังพบว่า สตรีทฟู้ดไม่สามารถของใบรับรอง SHA ได้ การเปิดประเทศแบบนี้หมายถึงการเลือกเอาแต่คนรวยใช่หรือไม่ ขอวิงวอนรัฐบาล อย่าทิ้งใครไว้ข้างหลัง ทำตามคำสวยหรูที่พูดว่า “เราไม่ทิ้งกัน”




ญาณธิชา บัวเผื่อน ส.ส.จันทบุรี :
นำเข้าแรงงานต่างชาติถูกกฎหมาย บรรเทาความเดือดร้อนจากการขาดแคลนแรงงานในการเก็บลำไย

การเปิดประเทศต้องมองให้ครบทุกมิติ ในจังหวัดจันทบุรี มีทั้งภาคการท่องเที่ยวและภาคเกษตรกรรม ขณะนี้สวนลำไยจำเป็นต้องใช้แรงงานในการเก็บเกี่ยวเป็นจำนวนมาก แต่เนื่องจากประเทศไทยมีการปิดด่านทำให้แรงงานต่างชาติชาวกัมพูชาไม่สามารถเดินทางเข้ามาได้ เกิดปัญหาการขาดแคลนแรงงานต่างชาติที่มีทักษะในการเก็บเกี่ยวลำไย ขอเรียกร้องไปยังรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา คือ เปิดด่านชายแดนทางภาคพื้นดิน เพื่อเปิดโอกาสให้แรงงานสามารถเข้ามาทำงานได้และเป็นการนำเข้าแรงงานอย่างถูกกฎหมาย ค่าขึ้นทะเบียนและค่านำเข้าต้องมีราคาถูก จัดสรรวัคซีนให้เพียงพอกับแรงงานต่างชาติ เจ็บป่วยต้องได้รับการรักษา ไม่มุ่งเน้นแต่จะผลักดันออกนอกประเทศอย่างเดียว ตรวจ ATK ฟรีให้กับแรงงานต่างชาติเพื่อเป็นการลดภาระค่าใช้จ่ายให้กับชาวสวนลำไยและผู้ประกอบการส่งออก




นิติพล ผิวเหมาะ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ : สถานการณ์โควิดคนก็ลำบาก ‘ช้าง’ ก็ลำบาก

สถานการณ์โควิด-19 ทำให้เจ้าของกิจการจำนวนมากได้รับผลกระทบ รวมถึง ‘ธุรกิจปางช้าง’ ควาญช้างต้องกลับบ้านบนดอยหรือกลับบ้านที่อีสานกันหมด ซึ่งการจะกลับมาทำงานที่ปางช้างไม่ใช่เรื่องง่าย ทุกวันนี้ ไทยใช้ ‘สัตว์’ ช่วยขับเคลื่อนประเทศ แต่เราดูแลช้าง ซึ่งเป็นสัตว์ประจำชาติดีแล้วหรือไม่ เมื่อไม่มีควาญช้าง แต่มีนักท่องเที่ยวมา คำถามสำคัญคือใครจะดูแลช้างและความปลอดภัยของนักท่องเที่ยว ที่ผ่านมา ได้ประสานติดต่อกับภาคเอกชนทั้งไทยและต่างประเทศเพื่อช่วยดูแล ‘อาหารช้าง’ ให้ช้างทั้งประเทศไทยได้แล้ว เหลือเพียงขอให้รัฐบาลมาคุยในรายละเอียดกันเพื่อแก้ปัญหานี้




วรรณวิภา ไม้สน ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ : แรงงานไม่ได้กลัวการเปิดประเทศ แต่ต้องการความเชื่อมั่นว่าเปิดแล้วจะไม่ปิดอีก

ปรากฎการณ์ปิดๆ เปิดๆ ของรัฐทำให้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นเจ้าของธุรกิจหรือแรงงานไม่มีความมั่นใจเลยว่าจะมีงานทำได้ตลอดรอดฝั่งหรือไม่ เป็นไปไม่ได้ที่เราจะปิดประเทศไปตลอดและรอให้โควิด-19 หมดจนกลายเป็นศูนย์ แต่ก็กังวลใจว่าอาจเกิดการติดเชื้อเพิ่มสูงขึ้นตามมาจนทำให้ถูกสั่งปิดอีก เพราะตัวท่านนายกฯ ยังมีหน้าออกมาพูดอีกว่า “ถ้าเปิดแล้ว มีปัญหาก็ต้องปิด ” คำพูดแบบนี้ สะท้อนวิธีคิดของ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชาได้ดีว่า ไม่มีความเข้าอกเข้าใจหรือเห็นใจประชาชนทุกคน ในประเทศที่ล้วนแล้วเป็นผู้ใช้แรงงานและยิ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนเข้าไปอีก




วรรณวรี ตะล่อมสิน ส.ส.กรุงเทพ : เห็นด้วยกับการเปิดเรียนแบบ On Site ภายใต้ความปลอดภัย ไม่เพิ่มภาระให้เด็ก ครู ผู้ปกครอง

กระทรวงศึกษาธิการ ควรฉีดวัคซีนให้กับครูและบุคลากรในโรงเรียนให้ได้ 100 % เพื่อความมั่นใจในการเปิดเรียน นอกจากนี้ ควรมีการตรวจ ATK ให้กับนักเรียนโดยส่วนกลางเป็นผู้จัดหาให้เพื่อให้ได้มาตรฐานเดียวกันและมีคุณภาพ ป้องกันกรณีผล ATK ลวง ควรปรับหลักสูตรเป็นแบบไฮบริดที่มีคุณภาพ เพื่อลดความแออัด และควรมีสัดส่วนการลดค่าเทอมให้ผู้ปกครองที่ชัดเจน รวมถึงลดภาระงานที่ไม่จำเป็นให้กับครู




มานพ คีรีภูวดล ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ : มาตรการสาธารณสุขยังไปไม่ถึงกลุ่มชาติพันธุ์

ในฐานะตัวแทนของกลุ่มชาติพันธุ์ เห็นด้วยกับการเปิดเมืองแต่ยังพบปัญหาในภาคปฏิบัติ เช่น การเดินทาง กรณีจังหวัดเชียงใหม่ ยังมีการปิดบางพื้นที่ขณะที่การเดินทางไปพื้นที่ท่องเที่ยวที่เปิด เลี่ยงเส้นทางเหล่านี้ไม่ได้ นักท่องเที่ยวก็เดินทางไปไม่ได้ นอกจากนี้ โควิดได้ระบาดไปยังชุมชนชาติพันธุ์ ซึ่งก็เป็นเป้าหมายของนักท่องเที่ยวด้วย แต่พบว่ายังขาดแคลนเครื่องมือในการดูแลตัวเอง ไม่ว่าแอลกอฮอล์ล้างมือ หรือชุดตรวจ ATK ส่วนเจ้าหน้าที่ที่ทำงาน เช่น อสม.ขาดแคลนอุปกรณ์ เช่น ชุดป้องกันในการทำงานกับพื้นที่เสี่ยง การเปิดประเทศจึงต้องเตรียมเรื่องเหล่านี้ให้พร้อมด้วย




สมเกียรติ ไชยวิสุทธิกุล ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ : โอกาสยังไปไม่ถึง SMEs

การเปิดประเทศคือการสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจ แต่อาจไปไม่ถึง SMEs ที่มีอยู่ในประเทศนับล้านรายเพราะไม่สามารถเข้าถึงแหล่งทุนมาฟื้นฟูกิจการเพื่อรอรับนักท่องเที่ยวได้ โอกาสเปิดแต่ยังไม่เปิดสำหรับพวกเขา ขณะเดียวกันแม้ในภาคท่องเที่ยวเองก็ยังขาดแรงงานจำนวนมากซึ่งส่วนหนึ่งจำเป็นต้องใช้แรงงานข้ามชาติ จึงควรเปิดให้มีการนำเข้าแรงงานแบยรัฐต่อรัฐเพื่อให้เปิดกิจการได้ อีกประเด็นหนึ่งคือมาตรการ SHA+ ที่กำหนดการฉีดวัคซีนไว้ 70 % หากจะเปิดกิจการ ปัญหาคือวัคซีนไม่ใช่สิ่งที่หาซื้อได้ จึงควรมีการจัดสรรโควต้าลงมาให้พร้อมด้วย

Login