การเมืองในโลกใบใหม่ ต้องเปิดข้อมูลให้ประชาชนช่วยกันตรวจสอบ

การเมืองในโลกใบใหม่ ต้องเปิดข้อมูลให้ประชาชนช่วยกันตรวจสอบ


สิ้นสุดยุคสมัยของการปกปิด : การเมืองในโลกใบใหม่ ต้องเปิดข้อมูลให้มากที่สุด เพื่อให้ประชาชนช่วยกันตรวจสอบ

“ต่อข้อกังวลที่สมาชิกรัฐสภาหลายคนมักหยิบยกขึ้นมาตอบโต้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนที่เสนอโดย Re-Solution ถึงเวลารัฐธรรมนูญใหม่ เพื่อเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางการเมืองของไทยให้ยึดโยงกับประชาชนตามที่ควรจะเป็น ก็คือ ‘หากไม่มีวุฒิสภาแล้วจะมีการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจได้อย่างไร’

ผมอยากจะชี้แจงอย่างนี้ว่า ในโลกสมัยใหม่ที่เทคโนโลยีก้าวหน้าไปมาก การตรวจสอบถ่วงดุลนั้นทำได้ง่าย หากต้องการให้มีการตรวจสอบจริงๆ ปัญหาคือเราอยากให้มีการตรวจสอบจริงๆ หรือไม่มากกว่า ถ้าต้องการให้มีการตรวจสอบถ่วงดุล เพียงสั่งให้องค์กรต่างๆ เปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนสามารถเข้าถึงได้มากที่สุด เท่านี้เราก็จะได้เห็นการตรวจสอบอย่างเข้มข้นอย่างแน่นอน”

ปดิพัทธ์ สันติภาดา ส.ส.พิษณุโลก เขต 1 ของพรรคก้าวไกล เปิดการอภิปรายว่า การแก้ไขปัญหาการเมืองนั้น จะต้องเริ่มจากการยกเลิกวุฒิสภาที่ได้รับการแต่งตั้งจาก คสช. ออกไป รวมถึงร่างแก้รัฐธรรมนูญฉบับนี้ไม่ได้ต้องการรวบอำนาจไว้ที่ ส.ส. แต่เป็นการคืนอำนาจกลับไปสู่มือของประชาชน

“ผมอยากเริ่มโดยการถามสมาชิกรัฐสภาแห่งนี้ ว่าเราเชื่อมั่นในรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 จริงๆหรือไม่ ที่เขียนไว้ว่า “อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงชนชาวไทย”

ปดิพัทธ์ กล่าวว่า 4 ปี ในการใช้รัฐธรรมนูญปี 2560 ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าอำนาจอธิปไตยไม่ได้อยู่ที่ประชาชน โดยยกตัวอย่างคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในหลายคดี ตั้งแต่การรับรองสถานะของรัฐมนตรีที่มีข้อหาค้ายาเสพติด รับรองสถานะ ส.ส.ที่ยุบพรรคตัวเองไปรวมกับพรรครัฐบาล การตัดสิทธินักการเมือง มาจนถึงคำวินิจฉัยการปราศรัยในการชุมนุม วันที่ 10 สิงหาคมว่า เป็นการล้มล้างการปกครอง

ทั้งหมดข้างต้นก่อให้เกิดความสับสนว่า ประเทศนี้ปกครองด้วยระบอบอะไรกันแน่ และยังทำให้เห็นว่าระบบการตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจในปัจจุบันไม่ได้ผล จึงควรคืนอำนาจนี้กลับไปให้ประชาชน

รัฐธรรมนูญปี 2540 มีเจตจำนงในการสร้างรัฐบาลที่มีเสถียรภาพ จึงตั้งองค์กรอิสระมาตรวจสอบถ่วงดุล โดยเชื่อว่ากลุ่มคนดีมีความสามารถ มีความเป็นกลางจะมาตรวจสอบถ่วงดุลอำนาจได้ แต่นี่เป็นวิธีแบบโลกเก่า แต่ในโลกใหม่ อย่างที่ร่างแก้รัฐธรรมนูญของภาคประชาชนเสนอนั้น ความเป็นกลางเกิดขึ้นจากการมีตัวแทนของคนทุกกลุ่มเข้าไป และความอิสระขององค์กรอิสระมาจากการรับฟังประชาชน และเปิดข้อมูลให้โปร่งใสมากที่สุด

พรรคก้าวไกล เสนอให้มีการผลักดันระบบรัฐเปิดเผย หรือ Open Government เพื่อให้ประชาชนทั้งประเทศเข้าถึงข้อมูลภาครัฐได้ ซึ่งจะทำให้การตรวจสอบรัฐบาลเป็นไปอย่างเข้มข้นขึ้นกว่าการให้องค์กรอิสระตรวจสอบถ่วงดุลอย่างในปัจจุบัน และการเปิดข้อมูลจะทำให้นักการเมืองต้องเปิดเผย กลัวการปกปิดข้อมูลใดๆ ไม่ใช่การวิ่งเข้าหาเส้นสาย สร้างเครือข่ายกับศาลและองค์กรอิสระผ่านหลักสูตรระดับสูงต่างๆ เพื่อให้ตัวเองรอดจากการถูกตรวจสอบ

“หยุดเหนี่ยวรั้งแช่แข็งประเทศไทยไว้กับอดีต ประเทศนี้เป็นของประชาชน ปล่อยให้ประชาชนได้พาประเทศไทยเดินไปข้างหน้าเถอะครับ”



Login